“ฮัดสัน” ชมสปิริตช้างศึกแม้เจ๊าคูเวต ชี้เป้าหมายเกมอุ่นเครื่องคือลองทีม-เช็กฟอร์มแข้ง

“ฮัดสัน” ชมสปิริตช้างศึกแม้เจ๊าคูเวต ชี้เป้าหมายเกมอุ่นเครื่องคือลองทีม-เช็กฟอร์มแข้ง
แอนโธนี่ ฮัดสัน กุนซือทีมชาติไทย ผิดหวังผลการแข่งขันแต่พอใจสปิริตลูกทีม หลังเปิดบ้านเสมอคูเวต 2-2 ชี้เป้าหมายฟีฟ่าเดย์คือการเช็กฟอร์มผู้เล่น ก่อนบุกเยือนจีน 9 มิ.ย. นี้

แอนโธนี่ ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ออกมาให้สัมภาษณ์หลังจบเกมการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องตามปฏิทิน ฟีฟ่า เดย์ (FIFA Day) ซึ่งพลพรรคช้างศึกเปิดรังเหย้า สนามปทุมธานี สเตเดียม เสมอกับ ทีมชาติคูเวต ไปด้วยสกอร์ 2-2 เมื่อวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา

เฮดโค้ชชาวอังกฤษเปิดใจหลังเกมว่า ก่อนอื่นต้องให้เครดิตและความร่วมมือกับนักกีฬาทุกคนที่ทุ่มเททำหน้าที่อย่างเต็มที่ในสนาม ยอมรับว่าส่วนตัวรู้สึกผิดหวังกับผลการแข่งขันเพราะคาดหวังที่จะทำประตูและได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในแคมป์นี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเนื่องจากต้องปรับสภาพร่างกายของผู้เล่นแต่ละคนที่มีความฟิตแตกต่างกัน หลังจากมีเวลาเตรียมทีมร่วมกันราว 4-5 วันเท่านั้น

นอกจากนี้ กุนซือทัพช้างศึกยังได้ชี้แจงถึงการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นจำนวนมากในเกมนี้ว่า ตนพยายามมองหารูปแบบการเล่นและตำแหน่งที่เหมาะสมให้กับนักเตะแต่ละคน รวมถึงการส่ง เอราวัณ การ์นิเยร์, ธีรภัทร แก้วผุดผ่อง และ ธีรศิลป์ แดงดา ลงสนาม ซึ่งหากเป็นเกมการแข่งขันปกติคงไม่มีการเปลี่ยนตัวถึง 7-8 คน แต่เนื่องจากเป้าหมายในแคมป์นี้คือการประเมินศักยภาพและเช็กฟอร์มการเล่นของทุกคน จึงตัดสินใจให้โอกาสผู้เล่นสลับหมุนเวียนลงสนามเพื่อหาจุดลงตัวที่สุด

ฮัดสัน กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนตัวหลายตำแหน่งในช่วงพักครึ่งส่งผลให้โครงสร้างและรูปเกมเปิดกว้างจนเสียกระบวนไปบ้าง แต่ภาพรวมนักกีฬาทุกคนทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถแล้ว ทีมมีโอกาสเข้าทำค่อนข้างเยอะทว่ายังขาดความเฉียบคมในแดนสุดท้าย ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องยกเครดิตให้กับความตั้งใจของลูกทีมทุกคน

สำหรับโปรแกรมนัดถัดไปของ ทีมชาติไทย จะลงสนามแข่งขันเกมนัดอุ่นเครื่องสากลนัดสุดท้ายในช่วง ฟีฟ่า เดย์ ด้วยการบุกไปเยือน ทีมชาติจีน ในวันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่สนาม หวงหลง สปอร์ตส์ เซนเตอร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน เริ่มแข่งขันเวลา 18.35 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดให้แฟนบอลชาวไทยได้รับชมทาง ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และช่องทางออนไลน์ของ ไทยรัฐ ทีวี



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport