คคนะ คำยก มิดฟิลด์เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดใจสุดดีใจหวนคืนทัพทีมชาติไทยชุดใหญ่ ยอมรับตื่นเต้นจะได้ร่วมงานกับ ธีรศิลป์ แดงดา เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์พัฒนาตัวเอง
คคนะ คำยก กองกลางดาวรุ่งจากสโมสร เมืองทอง ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยถึงความรู้สึกหลังมีชื่อกลับมาติด ทีมชาติไทยชุดใหญ่ อีกครั้งในรอบเกือบ 1 ปี โดยยอมรับว่ารู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง และพร้อมที่จะเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองจากการร่วมงานกับนักเตะรุ่นพี่ระดับตำนานอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา
มิดฟิลด์วัยรุ่นทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาล 2025/26 โดยลงสนามให้ต้นสังกัดไปทั้งสิ้น 32 นัด ทำได้ 4 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ จนกระทั่งมีชื่อกลับมาสวมเสื้อรับใช้ชาติในทีมชุดใหญ่ครั้งนี้
"ส่วนตัวก็รู้สึกดีใจครับ ที่ได้กลับมาติดทีมชาติชุดใหญ่อีกครั้ง ก็จะพยายามทำเต็มที่ที่สุดในแบบของผม พยายามเรียนรู้แทคติกจาก โค้ชฮัดสัน และพี่ๆ ในทีมให้ได้มากที่สุด เพื่อพัฒนาตัวเองต่อไป" คคนะ กล่าวเริ่ม
"สำหรับการติดทีมชาติชุดใหญ่ ก็อาจจะมีความแตกต่างกับ U23 อยู่แล้วครับ เพราะว่าชุดใหญ่ไม่มีจำกัดอายุ เราต้องเจอคนที่อายุมากกว่า มีประสบการณ์มากกว่า แต่ผมมองว่าเป็นเรื่องดีที่จะได้พัฒนาตัวเอง"
นอกจากนี้ กองกลางทัพกิเลนผยองยังกล่าวถึงการได้ร่วมแคมป์กับขุนพลรุ่นพี่ว่า "สำหรับในแคมป์นี้ก็มีเพื่อนร่วมรุ่นหลายคน รวมถึงคนที่เคยร่วมงานมาแล้ว และที่ดีใจก็คงเป็นการได้เล่นกับ พี่มุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา ซึ่งผมคิดว่าพี่มุ้ยคือตำนานของฟุตบอลไทย ก็จะพยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาให้ได้มากที่สุด"
"ความคาดหวังก็คงจะพยายามหาโอกาสลงสนามให้ได้มากที่สุด ทั้งสองนัดในการเจอกับ คูเวต และ จีน และก็หวังว่าจะโชว์ฟอร์มออกมาได้ดี สุดท้ายก็ฝากแฟนบอลเป็นกำลังใจให้ผมและเพื่อนๆ พี่ๆ ในทีมชาติไทยชุดใหญ่ด้วยนะครับ" คคนะ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับโปรแกรมการแข่งขันแมตช์อุ่นเครื่องของ ทีมชาติไทย ตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์ (FIFA Day) ประจำเดือนมิถุนายน 2569 มีดังนี้
นัดแรก: วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 19.30 น. พบกับ ทีมชาติคูเวต (อันดับ 134 ของโลก) ณ สนาม ปทุมธานี สเตเดียม (ซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ https://bit.ly/3R8o5bn)
นัดที่สอง: วันที่ 9 มิถุนายน 2569 พบกับ ทีมชาติจีน ณ สนาม หวงหลง สปอร์ตส์ เซนเตอร์ แฟนบอลชาวไทยสามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ทาง ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ www.thairath.co.th/tv/live, Facebook: ไทยรัฐสปอร์ต (www.facebook.com/ThairathSport) และ YouTube: ไทยรัฐสปอร์ต (https://www.youtube.com/@ThairathSport)