บทพิสูจน์งานโค้ชทีมชาติ "โค้ชรุต-นิธิชัย" ผู้ช่วยโค้ช U16 ช้างศึก

 บทพิสูจน์งานโค้ชทีมชาติ "โค้ชรุต-นิธิชัย" ผู้ช่วยโค้ช U16 ช้างศึก
หากจะวัดดีกรีความหล่อ ละก็รับรองว่า “เจ้ารุต” หรือ “โค้ชรุต” ในวันนี้ต้องติดทำเนียบ นักเตะหน้าตาดีอีกคนของวงการลูกหนังไทยแน่นอน

 ทว่าไม่เพียงแค่ความหล่อแต่ “โค้ชรุต” ในวัยฉกรรจ์ วันนี้กับอายุอานาม 46 ปียังเต็มเปี่ยม ไปด้วยความสามารถ ในการบริหารธุรกิจ ทำอะคาเดมี่ลูกหนัง ของตัวเอง หลังจากบอกลาอาชีพพ่อค้าแข้ง 

 “โค้ชรุต” นิธิชัย แช้มช้อย หรือ ชื่อเดิม มารุต แช่มช้อย เป็นอดีตนักเตะโอสถสภา ที่เขารับใช้ในฐานะนักเตะกองหลังราว 13 ปี ไม่แค่ทีม”ห้างขายยา” เขายังเคยเล่นกับ ตำรวจ, เมืองทอง ยูไนเต็ด , ภูเก็ต เอฟซี , อยุธยา เอฟซี ,ศุลกากร ยูไนเต็ด ,กระบี่ฯ , ราชวิถี  อีกด้วย 

 หลังเลิกเล่นตอนอายุ 32 ปีเขาก็ตัดสินใจ เบนเข็ม ร่ำเรียนวิชาลูกหนัง เข้าอบรมโค้ช ในปีถัดมาโดยเจ้ารุต นั้นเคยเป็นโค้ชของ ราชวิถี เอฟซี,เดฟโฟ เอฟซี มาแล้ว นอกจากที่มีดีกรีโค้ช บีไลน์เซนส์ ติดตัวแล้ว ยัง เป็นโค้ชเยาวชนสโมสร ผ่านการเรียนโค้ชสำหรับเยาวชน ระดับสูง สโมสรบาเยิร์น มิวนิค เคยเป็นวิทยากร ของกรมพลศึกษา ในการอบรมโค้ช ระดับ ทีไลน์เซนส์ และทำทีมเยาวชนให้กับ สโมสร นครปฐม ยูไนเต็ด มาก่อนหน้านี้ 

 ก่อนจะทำอะคาเดมี่ลูกหนัง อาชีพยอดฮิตของ นักเตะที่แขวนสตั๊ด ที่หลายคนก็ประสพความสำเร็จหลายคนก็ไปไม่รอด แต่”โค้ชรุต” อยู่ในกลุ่มแรก ที่ อะคาเดมี่ ภูริ อะคาเดมี่ ของ เขา ไปได้สวย จากเล็กๆกลาบเป็นใหญ่ บนพื้นที่ดินหลายไร่ อ.เมือง จ.ราชบุรี 

 มีเด็กเรียนแต่ละรุ่น แต่ละคอร์ส หลายร้อนคน เลี้ยงตัวเอง ได้สบาย แถมยังสร้างอาชีพให้กับเพื่อน,รุ่นน้อง ที่ได้เข้าไปทำงานโค้ชให้กับ เขา ได้อีกหลายคน โดย ภูริ อะคาเดมี่ ได้รับการเซ็นเอ็มโอยู ร่วมมือกับ ร.ร.สาธิตเทศบาล เมืองราชบุรี ทำฟุตบอล ซึ่งก็ประสพความสำเร็จ เป็นรูปธรรมชัดเจนในวันนี้ หลังจากฟูมฟักทำงานร่วมกันมาหลายปี และยังเคยได้รับโอกาสเข้าไปทำงานกับ โปลิศเทโรฯ อะคาเดมี่อีกด้วย  

 บุคคลิก ของ “โค้ชรุต” ใบหน้าหล่อเหลาของเขาจะฉาบไปด้วยแววตาแห่งความมั่นใจ มุ่งมั่น ทำจริง ยอมเสี่ยงลงทุนหลายล้านบาทเพื่อเนรมิต อะคาเดมี่ ก็กล้ามาแล้ว 

 และด้วยความที่ ถือว่าคร่ำหวอด กับนักเตะวัยเยาว์ ระดับเยาวชน ในฐานะเจ้าของ อะคาเดมี่ ที่เป็นรากฐานสำคัญ 

 ทำให้ “โค้ชรุต” ที่มีภาพลักษณ์ที่ดี,ความสามารถประสบการณ์ในการสร้าง พัฒนาเยาวชนนักฟุตบอลตั้งแต่รากหญ้าสู่ระดับชาติมายาวนาน เติบโตสู่สายงานบริหาร เป็นผู้อำนวยการอคาเดมี่หลายสโมสรชื่อดังของเมืองไทย รวมถึงการเป็นวิทยากร รู้ และเข้าใจในรายละเอียดผู้เล่นระดับเยาวชนเป็นอย่างดี

ทั้งหมดทั้งมวลข้างต้นทำให้ เขาได้รับโอกาสจาก “อ.แดง” ทรงยศ กลิ่นศรีสุข รองผู้อำนวยการเทคนิค สมาคมฟุตบอล ให้เป็นผู้คัดเลือกผู้เล่นนักเตะระดับเยาวชน Scout ที่ “โค้ชรุต” วันนี้ ถือว่าได้ว่าเขานั้น เป็น เบอร์ต้นๆในฐานะแมวมอง ทีมสเก้าติ้ง คัดนักเตะฝีเท้าดี จากโครงการฟุตบอลเยาวชนต่างๆของเมืองไทย และตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าคัดเลือกโครงการ FIFA TDS Talent ID ค้นป่าหาช้างเผือก ด้วยความครบเครื่องในระดับเยาวชน

นั่นเองถือเป็นปฐมบท ที่ทำให้ “โค้ชรุต” ได้รับโอกาสทำงานให้กับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย กับบทบาทโค้ช ซึ่งถือเป็นความฝันของ”โค้ชรุต” ที่อยากจะมีโอกาสได้ทำงานรับใช้ชาติ ในฐานะที่ตัวเองเคยเป็นอดีตนักเตะ และทำงานด้านฟุตบอล มากว่าทศวรรษ หากรวม การเป็นนักเตะด้วยก็ราว 2 ทศวรรษกว่า ที่เขาคลุกคลี กับ สังเวียนสนามหญ้า ในฐานะนักเตะและ ทำอะคาเดมี่ 

ล่าสุด กับทีมชาติไทย ชุด ยู 16 ที่มี “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย นั่งเป็นกุนซือใหญ่ นั้น”โค้ชรุต” ในฐานะรุ่นน้องที่เคยร่วมงานกันมาเมื่อครั้งอยู่โอสถฯ ก็ได้รับวางใจให้เข้าไปเป็นทำงานด้วยในฐานะผช.โค้ช หรือมือขวา ของ “โค้ชโต่ย” 

โดยทีมชาติไทย ชุด ยู 16 มีภารกิจ เข้าร่วม แข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี (ASEAN U17 Boys Championship 2026) ระหว่างวันที่ 11-23 เมษายน 2569 ณ อีสต์ จาวา ประเทศอินโดนีเซีย มี 12 ทีมชาติอาเซี่ยน แข่งขัน 

ยู 16 ไทย อยู่สายบี ในรอบแรก กับ สปป.ลาว , พม่า และ ฟิลิปปินส์ ส่วน สาย เอ อินโดฯ (เจ้าภาพ ) , เวียดนาม , มาเลเซีย และ ติมอร์ , สาย ซี ออสเตรเลีย , กัมพูชา , สิงคโปร์ , บรูไน 

งานกับคำว่าโค้ชทีมชาติไทย ครั้งแรก ในฐานะผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ของ “โค้ชรุต” ที่ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยได้รับโอกาสแบบนี้มาก่อน เขา จะทำผลงานได้ดีแค่ไหน รอลุ้นกันจากผลงาน ยู 16 ที่ อินโดฯ 

อย่างไรก็ดีไม่ว่า บทสรุปภารกิจของไอ้หนู ยู 16 จะออกมาอย่างไรกับก้าวแรก งานโค้ขทีมชาติของ “โค้ชรุต” แน่นอนว่า จะทำให้เจ้าตัวได้รับประสบการณ์ใหม่ มาเพิ่มเติม ให้กับ งานโค้ชของเขาเอง อย่างไม่ต้องสงสัย 

ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะอะไรก็ตาม ต้องมีก้าวแรกเสมอ ถูกผิดดีไม่ดี เป็นประสบการณ์ แต่ที่แน่ๆสิ่งที่ “โค้ชรุต” จะได้ก็คือ เขาได้รับโอกาสจากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯให้ได้เริ่มนับหนึ่งแล้ว 

ย่างก้าวต่อจากนี้ไป เขาจะสามารถ นับสองสามสี่ ไปจนประสพความสำเร็จ กับคำว่าโค้ชทีมชาติไทย ได้หรือไม่ หลังก่อนหน้านี้ ในฐานะนักเตะ,เจ้าของ อะคาเดมี่ เขาทำสำเร็จ มาแล้ว ตัวเขาเอง,วันเวลา และผลงานจะเป็นคำตอบให้กับเป้าหมายของชายที่ชื่อ “โค้ชรุต” นิธิชัย แช้มช้อย ได้ดีที่สุด โปรดรอติดตาม 

        “คนชายคลอง”

ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport