ทีมชาติไทย สร้างความสุขให้แฟนบอลทั่วประเทศ หลังโชว์ฟอร์มแกร่งเปิดรังเบียดเอาชนะ ทีมชาติเติร์กเมนิสถาน ไปด้วยสกอร์ 2-1 ในศึกฟุตบอลเอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก นัดตัดสิน เมื่อวันอังคารที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา
ชัยชนะในครั้งนี้ส่งผลให้ขุนพลลุ่มน้ำเจ้าพระยาการันตีการเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ในช่วงต้นปีหน้าได้สำเร็จ และถือเป็นการผ่านเข้ารอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 9 ในประวัติศาสตร์ลูกหนังไทย
สำหรับศึกฟุตบอลเอเอฟซี เอเชียน คัพ ถือเป็นทัวร์นาเมนต์ระดับชิงแชมป์ทวีปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย โดยมีการจัดขึ้นครั้งแรกในปี 1956 ที่ฮ่องกง ซึ่งในเวลานั้นมีทีมเข้าร่วมเพียง 4 ทีมเท่านั้น ก่อนจะมีการขยายขอบเขตการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่อง จนมีการเพิ่มทีมเข้ารอบสุดท้ายเป็น 24 ทีม และได้รับความสนใจจากแฟนบอลทั่วโลกอย่างล้นหลาม
หากย้อนดูเส้นทางของทัพ ”ช้างศึก“ ในรายการนี้ ทีมชาติไทยเคยสัมผัสบรรยากาศรอบสุดท้ายมาแล้วทั้งหมด 8 ครั้ง โดยผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการคว้าอันดับ 3 ในปี 1972 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ (ระบบ 6 ทีม) จากนั้นไทยยังคงเป็นขาประจำในรอบสุดท้ายในช่วงปี 1992-2007
อย่างไรก็ตาม ในระบบการแข่งขันแบบใหม่ที่มีทีมเข้าร่วม 24 ทีม ทัพช้างศึกได้ยกระดับมาตรฐานขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ (16 ทีมสุดท้าย) ได้ถึง 2 ครั้งติดต่อกันในปี 2019 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และปี 2023 ที่กาตาร์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ไทยทำได้
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจในปี 1976 ซึ่งทีมชาติไทยเคยผ่านรอบคัดเลือกได้สิทธิ์ไปเล่นรอบสุดท้ายที่ประเทศอิหร่านมาแล้ว แต่ในครั้งนั้นไทยได้ตัดสินใจถอนตัวออกจากการแข่งขันในภายหลัง ทำให้สถิติอย่างเป็นทางการหยุดอยู่ที่ 8 ครั้ง จนกระทั่งชัยชนะเหนือเติร์กเมนิสถานในวันนี้ที่ทำให้ตัวเลขขยับสู่ครั้งที่ 9 อย่างเต็มภาคภูมิ
ทั้งนี้ ศึกเอเอฟซี เอเชียน คัพ 2027 รอบสุดท้าย หรือครั้งที่ 19 จะจัดขึ้นที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 7 มกราคม ถึง 5 กุมภาพันธ์ ปี 2027 โดยแฟนบอลชาวไทยต้องมาร่วมลุ้นกันว่า ทัพ ”ช้างศึก“ ภายใต้มาตรฐานใหม่จะสามารถสร้างเซอร์ไพรส์ทะลุผ่านรอบ 16 ทีมสุดท้ายไปได้ไกลแค่ไหนในดินแดนตะวันออกกลางปีหน้า