พรีวิว ทีมชาติไทย พบ เติร์กเมนิสถาน วันที่ 31 มีนาคม 2569 ฟุตบอลเอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก กลุ่ม ดี นัดที่ 6 "ช้างศึก" ท้าชนเติร์กเมนิสถาน เงื่อนไขเดียวต้องชนะเพื่อซิวตั๋วไปเอเชียน คัพ รอบสุดท้าย เกมชี้ชะตาที่แฟนบอลไทยห้ามกะพริบตา!!
วิเคราะห์บอล เอเชียน คัพ 2027
ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติเติร์กเมนิสถาน
วันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569
เวลา : 19.30 น.
ถ่ายทอดสด : ไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32, YouTube : BG SPORTS และ True Visions NOW
สนาม : ราชมังคลากีฬาสถาน
ทีมชาติไทย ทีมอันดับ 96 ของโลก ภายใต้การคุมทัพของ "แอนโธนี่ ฮัดสัน" จำเป็นที่จะต้องเก็บชัยชนะให้ได้สถานเดียวเท่านั้น เพื่อตีตั๋วไปเล่นรอบสุดท้าย ที่ซาอุดิอาระเบีย ในช่วงต้นปีหน้า โดยกุนซือชาวอังกฤษ เน้นย้ำลูกทีมต้องมีสมาธิ และเมื่อมีโอกาสต้องเปลี่ยนเป็นประตูให้ได้ นอกจากนี้ยังเชิญชวนแฟนบอลชาวไทยเข้าเชียร์เต็มสนาม เพื่อปลุกขวัญนักเตะช้างศึกในแมตช์สำคัญนี้
สถานการณ์ของทัพ "ช้างศึก" ปัจจุบันลงเตะ 5 นัด ชนะ 4 แพ้ 1 มี 12 แต้ม ซึ่งทีมเยือนเติร์กเมนิสถาน จ่าฝูงที่ลงสนาม 5 นัด ชนะ 4 แพ้ 1 มี 12 คะแนนเท่ากัน อย่างไรก็ตามในเกมแรก เติร์กเมนิสถาน เปิดบ้านชนะ ทีมชาติไทย 3-1 ทำให้ เฮด-ทู-เฮด "ช้างศึก" เป็นรอง จึงส่งผลให้ขุนพลลุ่มน้ำเจ้าพระยา ต้องชนะ เติร์กเมนิสถาน เท่านั้น หากจบด้วยผลเสมอหรือแพ้ ทีมชาติไทยจะตกรอบทันที
ด้าน "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศอัดฉีด 3 ล้านบาท หากเปิดบ้านชนะ เติร์กเมนิสถาน และถ้าหากชนะด้วยผลต่าง 3 ประตูขึ้นไป จะอัดฉีดเพิ่มเป็น 5 ล้านบาท โดยประมุขบอลไทย เชื่อมั่นว่านักเตะทีมชาติไทยทำได้ และจะสามารถผ่านความกดดันครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน
ขณะที่ขุมกำลังในเกมนี้ คาดว่า "แอนโธนี่ ฮัดสัน" จะใช้ผู้เล่นชุดที่ดีที่สุด และเข้ากับสไตล์ของทีมมากที่สุด แม้ก่อนหน้านี้จะเจอปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บและถอนตัวไปทั้ง พรรษา เหมวิบูลย์, ยศกร บูรพา รวมไปถึง ธีรศิลป์ แดงดา แต่ยังมั่นใจว่าผู้เล่นที่มี 23 คน พร้อมทดแทนกันได้หมด
สำหรับ 11 ผู้เล่นทีมชาติไทย ที่คาดว่าจะมาในระบบ 4-2-3-1 ประกอบด้วย ปฏิวัติ คำไหม (ผู้รักษาประตู), ณัฐพงษ์ สายริยา, มานูเอล ทอม เบียรห์, ศุภนันท์ บุรีรัตน์, นิโคลัส มิคเกลสัน, สารัช อยู่เย็น, ธีราทร บุญมาทัน, ชนาธิป สรงกระสินธ์, สุภโชค สารชาติ, เสกสรรค์ ราตรี, จู๊ด ซุ่นทรัพย์-เบลล์
ฟากทีมเยือนเติร์กเมนิสถาน ทีมอันดับ 137 ของโลก ที่มี "รอฟเชน เมเรดอฟ" เฮดโค้ชวัย 43 ปีคุมทัพ ได้ไปฝึกซ้อมที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เป็นเวลา 2 วัน และเดินทางมาถึงประเทศไทย เมื่อวันเสาร์ที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา เป้าหมายของพวกเขาขอแค่ผลเสมอ หรือไม่แพ้ในเกมนี้ จะการันตีทะลุผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 3 ต่อจากปี 2004 ที่จีน และปี 2019 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)
ความน่าจะเป็นของเกม
- การเล่นที่ ราชมังคลากีฬาสถาน พร้อมเสียงเชียร์จากแฟนบอลไทยเป็นปัจจัยบวกมหาศาล ความกดดันจะไปตกอยู่ที่ทีมเยือนทันทีหากไทยได้ประตูขึ้นนำเร็ว นอกจากนี้สภาพอากาศที่ร้อนชื้นของไทยในช่วงปลายเดือนมีนาคม มักจะทำให้ทีมจากโซนเอเชียกลางที่คุ้นเคยกับอากาศแห้งและเย็นกว่า เร่งเครื่องไม่ขึ้นในช่วง 20 นาทีสุดท้าย เชื่อว่าทีมชาติไทยที่จะครองเกมได้เหนือกว่า ส่วนเติร์กเมนิสถานจะมาในระบบรถบัสวางโซนรับลึกแล้วรอสวนกลับแน่นอน เพราะพวกเขาขอแค่เสมอจะเข้ารอบทันที
ผลการแข่งขันที่คาด
- ไทย ชนะ เติร์กเมนิสถาน 3-1