กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จากตำนานด่านสุดท้ายสู่บทบาทโค้ชผู้สร้างคน

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จากตำนานด่านสุดท้ายสู่บทบาทโค้ชผู้สร้างคน
กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เปิดใจเบื้องหลังการอบรมโค้ช AFC ‘B’ License พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์จากยุโรปและเจลีกสู่เยาวชนไทย ชี้ "โค้ชคือหัวใจสำคัญ" ในการวางรากฐานฟุตบอล

"ตอง" กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ อดีตผู้รักษาประตูระดับตำนานของ ทีมชาติไทย ผู้ผ่านประสบการณ์เฝ้าเสาอย่างโชกโชนทั้งใน ไทยลีก, เจลีก ประเทศญี่ปุ่น และลีกในยุโรป กำลังเริ่มต้นเส้นทางบทบาทใหม่ที่ท้าทายในฐานะ "ครูผู้สร้างคน" อย่างเต็มตัว ด้วยการเข้าร่วมอบรมโค้ชหลักสูตร AFC ‘B’ License ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ BYD เพื่อยกระดับบุคลากรฟุตบอลไทยให้มีมาตรฐานสากล

กวินทร์ เปิดเผยถึงความแตกต่างระหว่างการเป็นนักเตะและโค้ชว่า ตลอดชีวิตการค้าแข้งเขาทำหน้าที่เป็น "ผู้รับ" คำแนะนำเพื่อพัฒนาตัวเอง แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็น "ผู้ให้" หรือโค้ช ทุกอย่างคือศาสตร์ใหม่ที่ต้องอาศัยการถ่ายทอดอย่างเป็นระบบ นักเตะที่เก่งอาจไม่ได้เป็นโค้ชที่ดีเสมอไปหากขาดกระบวนการสอนที่ถูกต้อง การอบรมครั้งนี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำประสบการณ์ในสนามมาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย อดีตนายด่านมือหนึ่งมองว่าประเทศไทยมีเด็กที่รักฟุตบอลจำนวนมาก แต่สิ่งที่ยังขาดคือ "โค้ชที่มีองค์ความรู้เพียงพอในแต่ละช่วงวัย" โดยเน้นย้ำว่าการสร้างฐานเยาวชนให้กว้างจะช่วยเพิ่มโอกาสในการค้นพบศักยภาพที่แท้จริง ซึ่งต้องพัฒนาควบคู่กัน 3 ด้าน คือ ทักษะในสนาม สภาพร่างกาย และที่สำคัญที่สุดคือ สภาพจิตใจและทัศนคติ

จากประสบการณ์ในต่างแดน กวินทร์ สะท้อนให้เห็นว่าความแตกต่างที่ชัดเจนคือ "ทัศนคติของผู้ชนะ" และความมุ่งมั่นในทุกรายละเอียดของการฝึกซ้อม

"ถ้าคุณอยากชนะในเกมแข่งขัน คุณต้องซ้อมแบบผู้ชนะด้วย"

คือแนวคิดที่เขานำมาปลูกฝังให้นักเตะรุ่นใหม่ โดยสไตล์การสอนของเขาจะมีทั้งมุมที่เข้มงวดในสนามเพื่อสร้างวินัย และมุมที่เป็นเหมือนพี่ชายคอยให้คำแนะนำนอกสนาม เพื่อปรับสมดุลให้เหมาะสมกับธรรมชาติของเด็กแต่ละคน

ปัจจุบัน กวินทร์ รับหน้าที่เป็น ผู้ช่วยโค้ชผู้รักษาประตูทีมชาติไทย พร้อมควบคู่กับการทำอะคาเดมีส่วนตัว และตั้งเป้าที่จะศึกษาต่อในระดับ AFC ‘A’ License รวมถึงหลักสูตรเฉพาะทางสำหรับผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตูในระดับสูงต่อไป

นอกจากนี้ เขายังได้กล่าวขอบคุณ BYD และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนหลักที่เล็งเห็นความสำคัญของการสร้าง "โค้ช" เนื่องจากหลักสูตรการอบรมมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง การสนับสนุนจากภาคเอกชนจึงช่วยทลายกำแพงและเปิดโอกาสให้บุคลากรฟุตบอลเข้าถึงองค์ความรู้อย่างเท่าเทียม เพื่อนำไปต่อยอดสร้างอนาคตให้เด็กไทยทั่วประเทศอย่างยั่งยืน

ช่องทางการติดตาม:

ผู้ที่สนใจรายละเอียดโครงการอบรมโค้ช สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก FA Coaching Course และ BYD Thailand หรือสื่อประชาสัมพันธ์ของ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport