ชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล ซึ่งมี อาจารย์ สกล เกลี้ยงประเสริฐ ดูแลทีม ยื่นหนังสือถึงกระทรวงศึกษาธิการ พร้อม 10 ข้อโต้แย้ง หลังโรงเรียนประกาศยกเลิก MOU ขอให้ตรวจสอบขั้นตอนและทบทวนการยกเลิก ห่วงผลกระทบต่อนักฟุตบอลเยาวชน
ความเคลื่อนไหวต่อเนื่องกรณี โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล จังหวัดฉะเชิงเทรา ประกาศยกเลิกบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล ซึ่งมี อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ ทำหน้าที่ดูแลทีม ล่าสุดฝ่ายชมรมได้ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและทบทวนการยกเลิกข้อตกลงดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลออกประกาศลงวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ระบุว่า มีการดำเนินงานหลายประการที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลงและระเบียบของสถานศึกษา ทั้งการนำนักเรียนออกนอกสถานศึกษาโดยไม่ได้ดำเนินการขออนุญาตตามขั้นตอน การไม่แจ้งรายชื่อบุคลากรและทีมงานผู้ฝึกสอนให้โรงเรียนรับทราบอย่างถูกต้อง รวมถึงการใช้สถานที่ภายในโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต
โรงเรียนกำหนดให้การยกเลิก MOU มีผลหลังทีมฟุตบอลเสร็จสิ้นภารกิจในศึก 7HD แชมเปียนคัพ 2026 พร้อมยืนยันว่าจะดูแลสิทธิ์และการศึกษาของนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ
ชมรมยื่น 10 ข้อโต้แย้ง ขอ ศธ.ตรวจสอบ
ล่าสุด ฝ่ายชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูลได้ยื่นหนังสือถึงกระทรวงศึกษาธิการ โดยนำเสนอข้อโต้แย้งรวม 10 ประเด็น พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงขั้นตอนและเหตุผลที่โรงเรียนนำมาใช้ในการยกเลิก MOU
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ฝ่ายชมรมระบุ คือ ไม่ได้รับหนังสือแจ้งยกเลิก MOU เป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าตามเงื่อนไขข้อ 7.2 ของข้อตกลง รวมถึงไม่ได้รับโอกาสให้ชี้แจงหรือแก้ไขในประเด็นที่ถูกกล่าวถึงก่อนโรงเรียนประกาศยกเลิกความร่วมมือ
นอกจากนี้ ชมรมยังโต้แย้งเรื่องการอ้างระเบียบเกี่ยวกับการพานักเรียนไปนอกสถานศึกษา พ.ศ. 2548 โดยระบุว่าระเบียบดังกล่าวถูกยกเลิกและมีฉบับ พ.ศ. 2562 ใช้แทน พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกระบวนการดำเนินการตามหลักกฎหมายปกครอง รวมถึงประเด็นความเป็นกลางในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว
ห่วงอนาคตนักฟุตบอลเยาวชนหลังยกเลิก MOU
นอกเหนือจากข้อโต้แย้งด้านขั้นตอน ฝ่ายชมรมยังแสดงความกังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับนักฟุตบอลเยาวชน โดยระบุว่าที่ผ่านมาได้สนับสนุนโครงการทั้งด้านอุปกรณ์กีฬา ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ตลอดจนการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกบางส่วนภายในโรงเรียน
ชมรมจึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความถูกต้องของกระบวนการยกเลิก MOU พร้อมพิจารณาทบทวนการดำเนินการ เพื่อให้ความร่วมมือด้านการพัฒนานักฟุตบอลเยาวชนสามารถดำเนินต่อไปได้
ขณะเดียวกัน ในหนังสือยังมีการขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้บริหารโรงเรียน โดยฝ่ายชมรมอ้างถึง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นข้อเรียกร้องจากฝ่ายชมรมและยังไม่มีข้อสรุปว่ามีการกระทำผิดตามกฎหมาย
ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวเป็นข้อโต้แย้งระหว่างสองฝ่าย โดยก่อนหน้านี้โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลได้เปิดเผยเหตุผลของการยกเลิก MOU ขณะที่ฝ่ายชมรมฟุตบอลได้ยื่นคำชี้แจงและข้อโต้แย้งต่อกระทรวงศึกษาธิการแล้ว จึงต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป