ในโลกของฟุตบอลขาสั้นเมืองไทย ชื่อของ อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ ไม่ใช่แค่ชื่อของผู้ฝึกสอน แต่คือแบรนด์ของ "ผู้สร้าง" ที่หยิบจับโรงเรียนโนเนมให้กลายเป็นมหาอำนาจลูกหนังมานักต่อนัก
ข่าวการประกาศอำลา โรงเรียนหมอนทองวิทยา หลังจบปีการศึกษาในเดือนมีนาคมนี้ จึงกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ที่ทำให้คนทั้งวงการต้องจับตามองว่า "รถขนฝัน" คันนี้จะมุ่งหน้าไปจอดที่สถานีไหน
ล่าสุด อาจารย์สกล ได้ออกมาเปิดใจกับรายการ สนามข่าวกีฬา และสนามข่าวกีฬาออนไลน์ กับช่อง Ch7HD ถึงกระแสของการย้ายไปทำทีมใหม่
ปรัชญา "แสงที่เข้าไม่ถึง" และการปฏิเสธทีมใหญ่
ท่ามกลางข้อเสนอจากโรงเรียนยักษ์ใหญ่กว่า 20-30 แห่งที่พร้อมประเคนทุกอย่างให้ แต่ อาจารย์สกล กลับเลือกทางเดินที่ยากกว่าเสมอ
เขาให้เหตุผลว่าไม่ชอบไปอยู่ในที่ที่ "แสงไฟมันสว่างอยู่แล้ว" ปรัชญาของอาจารย์สกล คือการไปเติมเต็มในจุดที่แสงยังเข้าไม่ถึง ไปบำรุงรักษาโรงเรียนที่มีสภาพทรุดโทรม หรือแม้แต่ที่ที่มีนกมีหนูอาศัยอยู่ในหอพัก เพื่อสร้างทุกอย่างขึ้นมาจากศูนย์
"ถ้าเราเข้าไปแล้วไม่ปรับปรุงพัฒนา มันไม่ใช่เรา" คือคำยืนยันที่สะท้อนตัวตนของ อาจารย์สกล ได้ดีที่สุด
ถอดรหัสปริศนา "แตงโม" และคำใบ้ 50 กิโลเมตร
ในช่วงที่ยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ อาจารย์สกล ทิ้งปริศนาธรรมไว้ให้แฟนบอลได้แก้โจทย์มากมาย ซึ่งล้วนนำไปสู่บ้านหลังใหม่ทั้งสิ้น
- แตงโมลูกใหญ่ : การอุ้มแตงโมมาออกรายการไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือสัญลักษณ์ของ อำเภอบ้านโพธิ์ แหล่งปลูกแตงโมขึ้นชื่อ และยังเชื่อมโยงไปถึงทีม "แตงโม ยูไนเต็ด" ในภาพยนตร์เรื่อง The Coach รถขนฝัน ที่เขารับบทนำ
- ระยะทาง 50 กิโลเมตร : คำใบ้ที่แม่นยำราวจับวาง เมื่อเขาระบุว่าโรงเรียนใหม่อยู่ห่างจาก สนามศุภชลาศัย ประมาณ 50 กิโลเมตรพอดี ซึ่งจากการคำนวณผ่าน Google Map ของแฟนบอลพบว่าตรงกับพิกัดเป้าหมายอย่างเป๊ะ ๆ
สถานีต่อไป โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล
ในที่สุด ปลายทางก็ถูกเฉลยว่าคือ โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล จังหวัดฉะเชิงเทรา แม้ที่นี่จะเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว่า 90 ไร่ และมีโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้นอยู่บ้าง แต่ อาจารย์สกล มองว่านี่คือความท้าทายในการ "ฟื้นฟู" ให้กลับมายิ่งใหญ่
เขาวางแผนงาน 3 ปีไว้อย่างเฉียบคม ปีแรกแชมป์จังหวัด, ปีที่สองแชมป์ภาค และปีที่สามต้องก้าวไปถึงแชมป์ประเทศ ก่อนจะส่งเด็กเข้าสู่ระบบทีมชาติในปีที่สี่
ความเชื่อมั่นที่ย้ายตามกันมา
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในการย้ายทีมครั้งนี้ไม่ใช่แค่ตัวโค้ช แต่คือ "หัวใจ" ของเหล่านักเตะ นักกีฬาจากหมอนทองวิทยากว่า 80% รวมถึงทีมงานสตาฟฟ์โค้ช ตัดสินใจย้ายตาม อาจารย์สกล มายังพุทธิรังสีพิบูล ด้วยความผูกพันแบบพ่อลูก และความเชื่อที่ว่า "พ่ออยู่ที่ไหน ลูกจะอยู่ที่นั่น"
การเดินทางครั้งใหม่ของ อาจารย์สกล ในวัยเกษียณกับ โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล จึงไม่ใช่แค่การคุมทีมฟุตบอล แต่มันคือการพิสูจน์อีกครั้งว่า "รถขนฝัน" คันนี้ ไม่ว่าจะไปจอดที่ไหน แสงสว่างแห่งความสำเร็จจะตามไปที่นั่นเสมอ ตราบใดที่เขายังยึดมั่นในอุดมการณ์เดิมที่ว่า "เกลือยังไงก็ต้องรักษาความเค็ม"