เปิดตำนาน 'ธำรงไทยสโมสร' จากยุวชนแชมป์โลก 23 สมัย สู่บทเรียนชีวิตที่แลกด้วยหัวใจของ 'สุเมธ แก้วทิพยเนตร'

เปิดตำนาน 'ธำรงไทยสโมสร' จากยุวชนแชมป์โลก 23 สมัย สู่บทเรียนชีวิตที่แลกด้วยหัวใจของ 'สุเมธ แก้วทิพยเนตร'
ย้อนรอย "ธำรงไทยสโมสร" ทีมลูกหนังระดับรากแก้วของ สุเมธ แก้วทิพยเนตร จากความยิ่งใหญ่ที่กวาดแชมป์ไปทั่วยุโรป สู่การเดิมพันครั้งสุดท้ายในไทยลีก และบทพิสูจน์ความรักที่มีต่อฟุตบอลจนลมหายใจสุดท้าย

หากเปรียบวงการฟุตบอลไทยเป็นหนังฟิล์มนัวร์สักเรื่อง เรื่องราวของ "ธำรงไทยสโมสร" และชายที่ชื่อ สุเมธ แก้วทิพยเนตร คงเป็นบทเรียนที่งดงามและกัดกินหัวใจที่สุดบทหนึ่ง

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของสโมสรฟุตบอลที่เกิดขึ้นและดับไป แต่มันคือปฐมบทของ "Passion" ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ ไปสู่จุดสูงสุดของความสำเร็จในระดับเยาวชนโลก ก่อนจะเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายของระบบอาชีพ และบั้นปลายที่โดดเดี่ยวของชายผู้ยอมแลกทุกอย่างในชีวิต—ทั้งบ้าน ที่ดิน และทรัพย์สิน—เพียงเพื่อให้เด็กไทยได้มีโอกาสสัมผัส "ลูกหนัง" อย่างแท้จริง

เรื่องราวของเส้นทาง 16,000 กิโลเมตร บนอานจักรยาน สู่บทเรียนราคาแพงที่เสียประตูไป 101 ลูก และภาพจำของตำนานที่สู้เพียงลำพังจนนาทีสุดท้าย ... ติดตามพร้อมกันที่นี่

16,000 กิโลเมตร และศรัทธาที่จักรยานยังต้องยอมสยบ

ในยุคที่การเดินทางไปต่างประเทศเป็นเรื่องไกลตัว "สุเมธ แก้วทิพยเนตร" อดีตนักเตะทีมชาติไทยและทหารอากาศ เลือกทำในสิ่งที่โลกต้องจารึก แทนที่จะนั่งเครื่องบินสบายๆ เขาตัดสินใจ "ปั่นจักรยาน" จากประเทศไทยมุ่งหน้าสู่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ระยะทางกว่า 16,000 กิโลเมตร

ตลอด 5 เดือนกับ 16 วัน สุเมธต้องเผชิญกับบททดสอบที่สาหัส ทั้งโรคระบาดบนเรือกลางมหาสมุทรอินเดีย ไข้มาเลเรียในปากีสถาน และการเผชิญหน้ากับโจรในอัฟกานิสถาน ทั้งหมดนี้เพียงเพื่อเป้าหมายเดียวคือ การไปศึกษาศาสตร์ฟุตบอลกับสโมสรเชลซี ภายใต้การดูแลของ เดฟ เซ็กซ์ตัน

ความมุ่งมั่นที่ไม่เหมือนใครนี้ ไปถึงพระเนตรพระกรรณของ รัชกาลที่ 10 (ขณะดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ) จนได้รับพระมหากรุณาธิคุณส่งไปศึกษาวิชาลูกหนังต่อที่ประเทศเยอรมนี ทำให้อาจารย์สุเมธกลายเป็นโค้ชไทยคนแรกๆ ที่นำองค์ความรู้ระดับสากลกลับมาวางรากฐานให้บ้านเกิด

"ทีมสหประชาชาติ" ผู้เขย่าวงการยุวชนโลก

เมื่อกลับมาถึงไทย อาจารย์สุเมธไม่ได้เลือกทำทีมใหญ่เพื่อชื่อเสียง แต่เขากลับทุ่มเทให้กับ "รากแก้ว" อย่างเยาวชน เขาเดินทางไปศึกษาศาสตร์ลูกหนังที่บราซิลร่วมกับ ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน และอาจารย์ยรรยง ณ หนองคาย ก่อนจะนำปรัชญา "แซมบ้า" มาสร้าง "ธำรงไทยสโมสร" ในปี 2523

ธำรงไทย กลายเป็นสโมสรที่ "ล้ำสมัย" ที่สุดในยุคนั้น ด้วยฉายา "ทีมสหประชาชาติ" ที่ดึงนักเตะบราซิลและพม่าระดับท็อปมาร่วมทัพ แต่ที่สร้างชื่อเสียงกระฉ่อนโลกคือทีมชุดเยาวชนที่ตระเวนกวาดแชมป์ทั่วยุโรปกว่า 23 รายการ รวมถึงรายการใหญ่อย่าง โกเธียคัพ และเฮลซิงกิคัพ

ชื่อของ เรย์ แมคโดนัลด์, ชาคริต แย้มนาม และ "โค้ชจุ่น" อนุรักษ์ ศรีเกิด คือหนึ่งในผลิตผลที่เคยสวมเสื้อธำรงไทยออกไปประกาศศักดาในเวทีระดับโลกมาแล้วทั้งสิ้น

บทเรียน 101 ประตู และความเจ็บปวดบนเส้นทางอาชีพ

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงคราวที่ต้องลงสนามในไทยลีก ครั้งที่ 1 ความฝันของอาจารย์สุเมธกลับต้องปะทะกับกำแพงความจริง ธำรงไทยสโมสรยึดมั่นในปรัชญาการปั้นเด็ก โดยส่งเยาวชนวัยเพียง 15-18 ปี ลงฟาดแข้งกับนักเตะรุ่นใหญ่ในลีกอาชีพ ผลที่ออกมาคือสถิติที่น่าใจหายกับการเสียไปถึง 101 ประตูในฤดูกาลเดียว

แต่นั่นไม่ใช่ความล้มเหลวในสายตาของคนฟุตบอล แต่มันคือ "การให้โอกาส" ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง ทว่าปัญหาความขัดแย้งในเรื่องกฎระเบียบและการบริหารจัดการในยุคนั้น ทำให้ทีมที่เคยรุ่งโรจน์ต้องค่อยๆ ลดบทบาทและหายไปจากลีกสูงสุดอย่างน่าเสียดาย

บั้นปลายของผู้ให้... ที่จ่ายด้วย "ทุกอย่าง" ที่มี

ความรักในฟุตบอลของอาจารย์สุเมธไม่ได้หยุดแค่ในสนาม เขาขายที่ดินมรดกย่านบางนาเพื่อสร้างสนามฟุตบอลให้เด็กไทยถึง 5 แห่ง รวมถึงสนามสุดท้ายที่คู้บอนที่เขาดูแลเด็กกำพร้าจากเหตุการณ์สึนามิเสมือนลูกหลาน ทว่าวิกฤตน้ำท่วมใหญ่และหนี้สินที่พอกพูนจากการแบกรับค่าใช้จ่ายเพียงลำพัง ทำให้ชีวิตที่เคยรุ่งโรจน์ต้องเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่

ภาพจำในบั้นปลายที่อาจารย์สุเมธต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพและความลำบาก อาจดูน่าใจหายสำหรับผู้ที่พบเห็น แต่นั่นคือเครื่องยืนยันว่า ชายผู้นี้ได้ "มอบ" ทุกสิ่งที่มนุษย์คนหนึ่งจะให้ได้เพื่อสิ่งที่เขารักไปหมดสิ้นแล้ว

ธำรงไทยสโมสร อาจเป็นเพียงสถิติในหน้ากระดาษสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่สำหรับ "สุเมธ แก้วทิพยเนตร" มันคือชีวิต ความฝัน และจิตวิญญาณ ที่เขายอมทิ้งทั้งเงินทองและสุขภาพเพื่อวางอิฐก้อนแรกให้วงการฟุตบอลไทย

สุดท้ายแล้ว "ความฝัน" มีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ... และอาจารย์สุเมธได้จ่ายมันด้วยทุกอย่างที่มี เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นว่า "ฟุตบอลไทย" ยิ่งใหญ่ได้แค่ไหนในเวทีโลก

ภาพจาก ; Thamrong Thai Samosorn




ที่มาของภาพ : เพจ Thamrong Thai Samosorn
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport