คณะกรรมการวินัยฟีฟ่าสั่งลงดาบหนัก 'ซูมาร์ดจี' อดีตเฮดโค้ชทีมชาติอินโดนีเซีย ห้ามยุ่งเกี่ยวเกมลูกหนัง 20 นัด พร้อมปรับเงินอ่วม หลังก่อเหตุงามไส้ผลัก 'หม่า หนิง' เชิ้ตดำชื่อดังจนล้มคว่ำในศึกคัดบอลโลก
กลายเป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการลูกหนังอาเซียนอีกครั้ง เมื่อคณะกรรมการวินัยของฟีฟ่า (FIFA) มีคำสั่งลงโทษสถานหนักต่อ ซูมาร์ดจี อดีตผู้จัดการทีมจอมเก๋าของ ทีมชาติอินโดนีเซีย จากเหตุการณ์ความวุ่นวายในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา
เหตุการณ์ฉาวดังกล่าวเกิดขึ้นในเกมที่ ทีมชาติอินโดนีเซีย พ่ายให้กับ ทีมชาติอิรัก 0-1 ณ สนามคิง อับดุลลาห์ สปอร์ต ซิตี้ โดยรายงานระบุว่า ซูมาร์ดจี ตบะแตกเข้าไปผลัก หม่า หนิง ผู้ตัดสินชาวจีนจนล้มลงกับพื้น ซึ่งเป็นการละเมิดกฎระเบียบวินัยอย่างร้ายแรง
อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่า สั่งแบนยาวถึง 20 นัด พร้อมสั่งปรับเงินอีกกว่า 324 ล้านรูเปียห์ (ประมาณ 7 แสนบาท) โดยบทลงโทษนี้มาจากการตัดสินของคณะกรรมการวินัยที่นำโดย ฮอร์เก้ ปาลาซิโอ ซึ่งชี้ชัดว่าเป็นการใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่การแข่งขัน
หากย้อนดูเส้นทางของ ซูมาร์ดจี ในแคมป์ทีมชาติอินโดนีเซีย ถือว่ามีสีสันและประเด็นร้อนมาโดยตลอด และเป็นเด็นที่หลายคนคงจำได้ในนัดชิงชนะเลิศ ซีเกมส์ ปี 2023 ที่กัมพูชา ระหว่าง อินโดนีเซีย พบ ทีมชาติไทย ซึ่งเกิดเหตุตะลุมบอนกันยับเยิน โดยในตอนนั้น ซูมาร์ดจี รับบทเป็นผู้เคราะห์ร้ายถูกเจ้าหน้าที่"ทัพช้างศึก"ทำร้ายจนล้มฟุบ
ล่าสุดในรอบคัดเลือกบอลโลกโซนเอเชีย รอบ 3 เกมบุกไปเยือน บาห์เรน เขาก็ถูกผู้ตัดสิน อาเหม็ด อัล คาฟ ควักใบแดงไล่ออกจากสนาม ซึ่งเจ้าตัวให้เหตุผลว่าต้องออกมาประท้วงอย่างหนักเพื่อปกป้องนักเตะและสตาฟฟ์โค้ชไม่ให้โดนลงโทษแทน
ปัจจุบัน ซูมาร์ดจี ได้ลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมทีมชาติแล้วเมื่อช่วงปลายปี 2025 เพื่อกลับไปโฟกัสงานในฐานะประธาน Badan Tim Nasional (BTN) แต่โทษแบน 20 นัดจากฟีฟ่าครั้งนี้ ถือเป็นตราบาปครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์การทำงานของเขาเลยทีเดียว