ศาลกีฬาโลกยืนโทษคดีเอกสารโอนสัญชาติปลอมของสมาคมฟุตบอลมาเลเซีย ส่งผลให้ 7 นักเตะโดนแบน 12 เดือนจากเกมทางการ แม้ลดโทษให้ซ้อมกับสโมสรได้ พร้อมยืนยันค่าปรับกว่า 17 ล้านบาท
สมาพันธ์ฟุตบอลมาเลเซีย (เอฟเอเอ็ม) พ่ายคำอุทธรณ์ต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา (ซีเอเอส) ในคดีปลอมแปลงเอกสารสัญชาติและคุณสมบัติการลงเล่นของนักเตะโอนสัญชาติ 7 ราย อย่างไรก็ตาม นักเตะได้รับการลดโทษบางส่วน โดยยังคงถูกแบน 12 เดือนจากการแข่งขันอย่างเป็นทางการ แต่สามารถกลับไปซ้อมกับต้นสังกัดได้
ก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน 2025 สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ผ่านคณะกรรมการวินัย ได้สั่งแบนผู้เล่นโอนสัญชาติของมาเลเซียจำนวน 7 คนเป็นเวลา 12 เดือน พร้อมปรับ FAM เป็นเงิน 375,520 ยูโร (ประมาณ 17.4 ล้านบาท) หลังพบว่ามีการใช้เอกสารปลอมเพื่ออ้างสายเลือดชาวมาเลเซีย
นักเตะที่ถูกลงโทษประกอบด้วย เอ็กตอร์ เอเวล, จอน อิราซาบาล, กาเบรียล ปัลเมโร่, ฟาคุนโด้ การ์เซส, โรดรีโก้ โฮลกาโด้, อีมานอล มาชูก้า และ ชูเอา ฟิเกเรโด้ โดยการสอบสวนพบว่าผู้เล่นเหล่านี้ไม่มีพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายที่เกิดในมาเลเซีย ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญตามกฎคุณสมบัติการเล่นทีมชาติของ ฟีฟ่า
คำตัดสินดังกล่าวถูกยืนยันอีกครั้งโดยคณะกรรมการอุทธรณ์ของ ฟีฟ่า ในเดือนพฤศจิกายน 2025 พร้อมคงค่าปรับ 375,000 ยูโร (ประมาณ 17.4 ล้านบาท) สำหรับ เอฟเอเอ็ม และปรับผู้เล่นแต่ละคน 2,000 ฟรังก์สวิส (ประมาณ 82,000 บาท) รวมถึงโทษแบนจากกิจกรรมฟุตบอลทั้งหมดเป็นเวลา 12 เดือน
ต่อมาทางสมาคมลูกหนังแดนเสือเหลือง และนักเตะทั้ง 7 คน ได้ยื่นอุทธรณ์ร่วมกันต่อ ซีเอเอส ในเดือนธันวาคม 2025 โดยทางสมาคมยอมรับว่ามี “ข้อบกพร่องเชิงสถาบัน” ในกระบวนการดำเนินงาน และระบุว่านักเตะมีบทบาทจำกัดในการจัดเตรียมเอกสาร พร้อมขอให้ลดโทษเหลือเพียงค่าปรับไม่เกิน 50,000 ฟรังก์สวิส (ประมาณ 2.07 ล้านบาท)
ด้านนักเตะยื่นคำร้องให้ยกเลิกคำตัดสินทั้งหมด โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาหรือความประมาทในการกระทำดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม คณะอนุญาโตตุลาการของ ซีเอเอส วินิจฉัยว่าความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารคุณสมบัติการเล่นทีมชาติได้เกิดขึ้นจริง และโทษแบน 12 เดือนจากการแข่งขันถือว่าเหมาะสมตามระดับความผิด แต่ได้ปรับโทษบางส่วน โดยให้การแบนมีผลเฉพาะการแข่งขันเท่านั้น ไม่รวมถึงกิจกรรมฟุตบอลอื่น ๆ
นั่นหมายความว่า นักเตะทั้ง 7 คนยังสามารถฝึกซ้อมกับสโมสรต้นสังกัดได้ในช่วงเวลาที่ถูกแบนจากการแข่งขัน โดยโทษแบนดังกล่าวเริ่มมีผลตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม โดยมีการนับรวมช่วงเวลาที่นักเตะถูกสั่งพักการแข่งขันก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ 25 กันยายน 2025 ถึง 26 มกราคม 2026
สำหรับนักเตะกลุ่มนี้เคยลงสนามให้ทีมชาติมาเลเซีย รวมถึงเกมที่เอาชนะ เวียดนาม 4-0 ในศึกเอเชียน คัพ รอบคัดเลือก เมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นแมตช์ที่จุดชนวนให้เกิดการร้องเรียนและนำไปสู่การสอบสวนในเวลาต่อมา
ภายหลัง ฟีฟ่า ได้ตัดสินให้ยกเลิกผลการแข่งขันดังกล่าว พร้อมปรับผลเป็น เวียดนามชนะ 3-0 รวมถึงยกเลิกผลการแข่งขันเกมอุ่นเครื่องทีมชาติอีก 3 นัดที่พบกับ เคปเวิร์ด, สิงคโปร์ และ ปาเลสไตน์ อีกด้วย