ฟุตบอลยุโรปกำลังเสียสมดุล หลังยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกถูกผูกขาดโดยทีมจากไม่กี่ประเทศตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ขณะที่แชมป์ลีกจากชาติเล็กแทบไร้โอกาสแข่งขัน สะเทือนเสน่ห์เกมลูกหนัง
วงการฟุตบอลยุโรปกำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักเกี่ยวกับ ความสมดุลในการแข่งขัน หลังข้อมูลในช่วงกว่า 15 ปีที่ผ่านมา สะท้อนชัดว่า ความสำเร็จในถ้วย ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ถูกผูกขาดโดยสโมสรจากเพียงไม่กี่ประเทศ ส่งผลให้ช่องว่างระหว่างทีมระดับอีลิทกับแชมป์ลีกจากชาติขนาดเล็กถ่างออกอย่างน่าเป็นห่วง
ประเด็นดังกล่าวนำไปสู่คำถามสำคัญว่า โครงสร้างการแข่งขันฟุตบอลยุโรปในปัจจุบัน กำลัง “เดินมาผิดทาง” หรือไม่ และกำลังบั่นทอนเสน่ห์ของเกมที่เคยเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนในอดีต
อเล็กซ์ มูซิโอ ประธานสหภาพสโมสรยุโรป (UEC) ออกมาแสดงความเห็นต่อสถานการณ์นี้ โดยยกตัวอย่างกรณีของ ลูโดโกเรตส์ สโมสรจากบัลแกเรีย ที่คว้าแชมป์ลีกในประเทศติดต่อกันถึง 14 สมัย ซึ่งเกือบทำลายสถิติโลก แต่กลับไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มของแชมเปียนส์ลีกได้เลยตลอดทศวรรษที่ผ่านมา
กรณีดังกล่าวสะท้อนภาพชัดเจนว่า แม้บางสโมสรจะครองความยิ่งใหญ่ในประเทศของตัวเองเพียงใด แต่ก็ยังห่างไกลจากการต่อกรกับมหาอำนาจจากลีกใหญ่ของยุโรป โดยปัจจุบัน โควตาในรอบลีกเฟสของแชมเปียนส์ลีกมากกว่าครึ่งหนึ่ง ถูกครอบครองโดยสโมสรจากเพียง 4 ชาติหลัก ได้แก่ อังกฤษ, สเปน, อิตาลี และเยอรมนี
หากย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1992 ซึ่งเป็นปีที่รายการแชมเปียนส์ลีกถือกำเนิดขึ้น พร้อมอุดมการณ์เรื่องความตื่นเต้นและโอกาสที่เปิดกว้าง สภาพในปัจจุบันที่ผู้ชนะมักถูกคาดเดาได้ล่วงหน้า ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามว่า ฟุตบอลยุโรปได้สูญเสียจิตวิญญาณดั้งเดิมไปแล้วหรือไม่
ในช่วง 15 ปีหลังสุด มีเพียง บาเยิร์น มิวนิค และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เท่านั้น ที่สามารถสอดแทรกความสำเร็จท่ามกลางการผูกขาดของทีมจากพรีเมียร์ลีกและลาลีกาได้ ขณะที่อดีตแชมป์ยุโรปอย่าง อาแจ็กซ์, เบนฟิก้า และ เอฟซี ปอร์โต้ แทบไม่มีโอกาสเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์อีกเลย
ความซ้ำซากของผลการแข่งขัน ไม่เพียงกระทบความรู้สึกของแฟนบอล แต่ยังเริ่มส่งผลต่อ มูลค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ในบางประเทศ โดยเฉพาะ ลีกเอิง ฝรั่งเศส ที่ประสบปัญหาในการจำหน่ายลิขสิทธิ์ เนื่องจากความน่าดึงดูดของการแข่งขันที่ลดลง
ด้าน ยูฟ่า ยอมรับว่า ความสมดุลในการแข่งขันเป็นหัวใจสำคัญของความยั่งยืนในระยะยาว แต่ก็ชี้แจงว่าเป็นปัญหาที่ซับซ้อน และไม่สามารถแก้ไขได้โดยองค์กรเดียว เนื่องจากความเหลื่อมล้ำไม่ได้เกิดจากรายได้ในรายการยุโรปเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับศักยภาพทางการตลาด โครงสร้างเศรษฐกิจ และฐานแฟนบอลของแต่ละประเทศ
อย่างไรก็ตาม สโมสรจากลีกขนาดกลางและเล็กยังคงเห็นตรงกันว่า หากไม่มีการปรับโครงสร้างการแข่งขันให้มีความเท่าเทียมมากขึ้น ช่องว่างระหว่างทีม “เศรษฐี” และทีม “ขัดสน” จะยิ่งขยายตัว จนยากเกินเยียวยา และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ฟุตบอลยุโรปสูญเสียเสน่ห์อย่างถาวรในอนาคต