เออร์ลิง ฮาลันด์ เผชิญช่วงฟอร์มตกหนัก หลังทำประตูจากโอเพ่นเพลย์หรือลูกฟรีคิกไม่ได้ 8 เกมติดต่อกัน นับเป็นสถิติเลวร้ายสุดในรอบหลายปีของดาวยิง แมนซิตี้ เจ้าตัวยอมรับเล่นแย่เองและขอรับผิดชอบทั้งหมด
เออร์ลิง ฮาลันด์ กองหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำประตูจากจังหวะอื่นๆ นอกเหนือจากลูกจุดโทษไม่ได้มา 8 นัดติดต่อกันในทุกรายการแล้ว หลังจากล่าสุด "เรือใบสีฟ้า" แพ้ โบโด/กลิ้มท์ 1-3 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้นี่นับเป็นช่วงที่เขาไร้สกอร์จากจังหวะโอเพ่นเพลย์หรือลูกฟรีคิกติดต่อกันนานที่สุดในอาชีพการค้าแข้งนับตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน ปี 2017 จนถึงเดือนเมษายน ปี 2018
สำหรับ 8 เกมหลังสุดนั้น ฮาลันด์ ทำได้ประตูเดียว นั่นคือลูกจุดโทษในเกมลีกที่ต้นสังกัดเสมอกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 1-1 โดยในช่วง 8 เกมที่ว่านั้น ฮาลันด์ ลงเล่นเป็นตัวจริงทั้งหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งเกม เอฟเอ คัพ รอบ 3 ที่ แมนซิตี้ เจอกับ เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ ทีมจาก ลีก วัน แต่วันนั้นเขาก็โดนถอดออกตอนจบครึ่งแรกโดยที่ไร้ชื่อบนสกอร์บอร์ด
ทั้งนี้ ตอนช่วงเดือนกันยายน ปี 2017 จนถึงเดือนเมษายน ปี 2018 ฮาลันด์ เคยทำประตูจากจังหวะอื่นๆ นอกเหนือจากลูกจุดโทษไม่ได้ถึง 13 นัดติดต่อกัน โดยเป็นช่วงที่เจ้าตัวเล่นกับ โมลด์ ทีมใน นอร์เวย์
ด้าน ฮาลันด์ ยอมรับหลังจบเกมกับ โบโด/กลิ้มท์ ว่าตนเล่นได้แย่เอง "ผมไม่มีคำตอบที่แน่ชัดกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมขอรับผิดชอบทั้งหมดกับการที่ตัวเองทำประตูไม่ได้ ผมขอโทษทุกคน รวมถึงแฟนบอลทุกคนที่เดินทางตามาเชียร์เราถึงที่นี่ เพราะมันน่าอับอายมากๆ"
"เอาตรงๆ เลยนะ ผมไม่รู้ว่าจะพูดว่าอะไรดี เพราะอย่างที่ผมบอกไปว่าผมก็ตอบไม่ได้ว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ ผมทำได้เพียงขอโทษเท่านั้น"