มาร์ตีเนซ มีรุ่นพี่เป็นตัวอย่าง ! 8 แข้งแมนยูระเบิดอารมณ์เดือดเปิดศึกสโมสรผ่านสื่อ

มาร์ตีเนซ มีรุ่นพี่เป็นตัวอย่าง ! 8 แข้งแมนยูระเบิดอารมณ์เดือดเปิดศึกสโมสรผ่านสื่อ
ลิซานโดร มาร์ตีเนซ สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังออกมาวิจารณ์สโมสรอย่างดุเดือดหลังเกมแพ้ แอตเลติโก มาดริด แต่เขาไม่ใช่นักเตะคนแรกที่ออกมาพูดถึงต้นสังกัดในที่สาธารณะอย่างตรงไปตรงมา

มาร์ตีเนซ มีรุ่นพี่เป็นตัวอย่าง ! 8 แข้งแมนยูระเบิดอารมณ์เดือดเปิดศึกสโมสรผ่านสื่อ

ลิซานโดร มาร์ตีเนซ สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังออกมาวิจารณ์สโมสรอย่างดุเดือดหลังเกมแพ้ แอตเลติโก มาดริด แต่เขาไม่ใช่นักเตะคนแรกที่ออกมาพูดถึงต้นสังกัดในที่สาธารณะอย่างตรงไปตรงมา

หากวัดจากมาตรฐานอันสูงส่งของสโมสร ทัพ "ปีศาจแดง" ภายใต้การคุมทีมของ ไมเคิ่ล คาร์ริค เริ่มต้นฤดูกาลนี้ได้อย่างน่าผิดหวัง พวกเขาคว้าชัยในพรีเมียร์ลีกได้เพียงเกมเดียวจาก 6 นัด และกระเด็นตกรอบคาราบาว คัพ ไปแล้ว หลังแพ้ ไบรท์ตัน 2-3

ประเด็นที่กลายเป็นไวรัลอย่างหนักก็คือ หลังเกมที่แพ้ แอต. มาดริด นั้น มาร์ตีเนซ ให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่างรุนแรง โดยพุ่งเป้าไปที่ผู้บริหารสโมสรโดยเฉพาะ เจสัน วิลค็อกซ์ ผอ.ฝ่ายเทคนิคที่ไม่มีการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ปีนี้ แถมเขายังมองว่าขุมกำลังปัจจุบันไม่ดีพอจะชิงชัยในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย

คำพูดของ มาร์ตีเนซ สร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่ในอดีต แมนฯ ยูไนเต็ด เคยเผชิญสถานการณ์ลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง โดยงานนี้ต้องขอย้อนรอยนักเตะ 8 รายก่อนหน้านี้ที่เคยออกมาวิจารณ์หรือแสดงท่าทีต่อต้านสโมสรผ่านสื่อแบบไม่เกรงใจ

1. เจดอน ซานโช่ - ปี 2023

หนึ่งในกรณีที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้คือ ซานโช่ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นนักเตะไร้สังกัด หลังย้ายมาร่วมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2021 ด้วยค่าตัว 73 ล้านปอนด์ (ราว 3,212 ล้านบาท) ปีกชาวอังกฤษกลับต้องพบกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก และสถานการณ์ถึงจุดแตกหักในเดือนกันยายน ปี 2023

เวลานั้น เอริค เทน ฮาก รับหน้าที่ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด วิจารณ์ผลงานการฝึกซ้อมของ ซานโช่ ต่อสาธารณะ พร้อมตัดชื่อเขาออกจากทีมในเกมพบ อาร์เซน่อล

ซานโช่ ไม่พอใจกับสถานการณ์ดังกล่าว และตอบโต้ผ่านโซเชียลมีเดียหลังจบเกม โดยยืนยันว่าแฟนบอลไม่ควรเชื่อทุกอย่างที่อ่าน พร้อมระบุว่าตนฝึกซ้อมได้ดีตลอดสัปดาห์ และไม่ยอมรับคำกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง

นอกจากนี้ เขายังมองว่ามีเหตุผลอื่นอยู่เบื้องหลังการถูกตัดชื่อ ซึ่งตนไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด พร้อมแสดงความรู้สึกว่าตัวเองตกเป็นแพะรับบาปมาเป็นเวลานานอย่างไม่เป็นธรรม

ดาวเตะเลือดผู้ดีปฏิเสธที่จะกล่าวขอโทษจากคำพูดดังกล่าว ก่อนถูกแยกออกจากทีมและปล่อยให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อดีตต้นสังกัดยืมตัวในเดือนมกราคม ปี 2024 หลังจากนั้นเขายังผ่านการเล่นให้ เชลซี และ แอสตัน วิลล่า ก่อนสัญญากับ "ผีแดง" จะหมดลงในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

2. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ - ปี 2022

โรนัลโด้ ทำไป 27 ประตู ในการกลับมาค้าแข้งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นครั้งที่สอง แต่ช่วงเวลาดังกล่าวกลับเป็นที่จดจำจากการให้สัมภาษณ์สุดอื้อฉาวกับ เพียร์ส มอร์แกน นักข่าวคนดังซึ่งเป็นแฟนพันธุ์แท้อาร์เซน่อล

ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2022 ดาวยิงชาวโปรตุเกส เริ่มไม่พอใจ เทน ฮาก หลังถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง อีกทั้งยังมีข้อข้องใจเกี่ยวกับสโมสร โดยเขาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เพียร์ส มอร์แกน อันเซนเซอร์ พร้อมวิจารณ์สโมสรอย่างหนัก

"เฮียโด้" เปิดเผยว่าเคยต้องการย้ายทีมตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปีเดียวกัน และกล่าวหาว่า แมนฯ ยูฯ พยายามบีบให้ตนออกจากทีม ไม่ใช่แค่ผู้จัดการทีมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้บริหารระดับสูงอีกสองหรือสามคนด้วย โดยยอมรับว่ารู้สึกเหมือนถูกหักหลัง และต้องการให้ทุกคนรับฟังความจริงจากปากของตน

นอกจากนี้ โรนัลโด้ ยังพุ่งเป้าไปที่ ตระกูลเกลเซอร์ เจ้าของสโมสร โดยวิจารณ์ว่าความก้าวหน้าของ แมนฯ ยูไนเต็ด แทบเป็นศูนย์นับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อำลาทีม พร้อมยืนยันว่าเขาไม่ให้ความเคารพเทน ฮาก เพราะมองว่าผู้จัดการทีมรายนี้ไม่ได้ให้ความเคารพตนเช่นกัน

ท้ายที่สุด แมนฯ ยูไนเต็ด ยกเลิกสัญญากับ โรนัลโด้ ในเวลาไม่นาน ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปค้าแข้งกับ อัล นาสเซอร์ ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเขายังคงเล่นฟุตบอลในวัย 41 ปี

3. ดีน เฮนเดอร์สัน - ปี 2022

ไม่กี่เดือนก่อนที่ โรนัลโด้ จะออกมาให้สัมภาษณ์อย่างเผ็ดร้อน ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูซึ่งปัจจุบันเล่นให้ คริสตัล พาเลซ ก็ออกมาวิจารณ์แมนฯ ยูไนเต็ดเช่นกัน หลังเพิ่งย้ายไป น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ด้วยสัญญายืมตัว

เช่นเดียวกับ "ซีอาร์เซเว่น" เฮนเดอร์สัน มีความไม่พอใจต่อผู้บริหารและทีมงานชุดก่อน โดยเขารู้สึกว่าสโมสรไม่ทำตามคำมั่นสัญญาเกี่ยวกับตำแหน่งนายทวารมือหนึ่ง

หลังย้ายไป ฟอเรสต์ แล้ว นายด่านชาวอังกฤษให้สัมภาษณ์กับ ทอล์คสปอร์ต ว่า ช่วงเวลา 12 เดือนก่อนหน้านั้นเป็นช่วงที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในอาชีพนักฟุตบอลของเขา

เฮนเดอร์สัน เปิดเผยว่า หลังกลับจากการติดทีมชาติอังกฤษชุดลุยศึกยูโร เขาได้รับแจ้งว่าจะกลับมาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของแมนฯ ยูไนเต็ด แต่หลังจากติดโควิด-19 และกลับมาลงซ้อม สโมสรกลับไม่ดำเนินการตามที่เคยรับปากไว้

เจ้าตัวยังระบายความไม่พอใจที่ต้องเสียเวลาไปหนึ่งปี ทั้งที่อยู่ในวัยที่จำเป็นต้องลงสนามอย่างสม่ำเสมอ โดยระบุว่าได้แจ้งผู้บริหารไปแล้วว่าต้องการลงเล่น ไม่ใช่นั่งเป็นตัวสำรอง

ในเวลาที่ให้สัมภาษณ์ เฮนเดอร์สัน ยังคงเป็นนักเตะของแมนฯ ยูไนเต็ด แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ย้ายออกจากสโมสรอย่างถาวร โดยเซ็นสัญญากับคริสตัล พาเลซในปี 2023 หลังสิ้นสุดช่วงเวลายืมตัวกับฟอเรสต์

4. ปอล ป็อกบา - ปี 2020

ปอล ป็อกบา กลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก ณ ตอนนั้น หลังย้ายจาก ยูเวนตุส กลับมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2016 แต่การกลับมาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดของเขาเต็มไปด้วยปัญหาและความขัดแย้ง

ในปี 2018 ขณะที่ โชเซ่ มูรินโญ่ คุมทีม ป็อกบา เคยวิจารณ์แนวทางการเล่นของสโมสร โดยยืนยันว่าเมื่อเล่นใน "โรงละครแห่งความฝัน" แมนฯ ยูไนเต็ด ควรเปิดเกมบุกอย่างเต็มที่ เพราะนั่นคือเอกลักษณ์ของทีม

ต่อมาในปี 2020 กองกลางชาวฝรั่งเศสยังแสดงความเห็นในเชิงเปรียบเทียบระหว่างการเล่นให้ทีมชาติกับการลงสนามให้ต้นสังกัด หลังถูก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จับนั่งเป็นตัวสำรอง โดยป็อกบาระบุว่า การกลับไปรับใช้ทีมชาติฝรั่งเศสทำให้เขารู้สึกสดชื่น เพราะบรรยากาศภายในทีมเต็มไปด้วยความสุข ความสนุกสนาน และความเป็นครอบครัว ซึ่งแตกต่างจากตอนอยู่กับสโมสร

จากนั้นในปี 2022 ป็อกบา อำลา แมนฯ ยูไนเต็ด และกลับไปเล่นให้ ยูเวนตุส อีกครั้ง ก่อนที่ต่อมาในปี 2025 จะย้ายไปอยู่กับ โมนาโก และปัจจุบันกลายเป็นแข้งไร้สังกัด

5. โรเมลู ลูกากู - ปี 2019

ย้อนกลับไปเดือนสิงหาคม ปี 2019 โรเมลู ลูกากู ซึ่งย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาร่วมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวสูงถึง 75 ล้านปอนด์ (ราว 3,300 ล้านบาท) เมื่อ 2 ปีก่อน กำลังเผชิญสถานการณ์ที่บทบาทในทีมลดน้อยลงภายใต้การคุมทัพของโซลชา และต้องการย้ายออกจากสโมสร

ระหว่างที่มีการเจรจาย้ายทีม ลูกากู ไปปรากฎตัวในรายการพอดแคสต์ LightHarted Podcast พร้อมเผยความอัดอั้นที่มีต่อสโมสร โดยกองหน้าชาวเบลเยียมระบุว่า มีข่าวลือเกี่ยวกับอนาคตของเขาเกิดขึ้นมากมาย ทั้งเรื่องย้ายทีมและการที่สโมสรไม่ต้องการเก็บเขาไว้ แต่ไม่มีใครออกมาชี้แจงหรือปฏิเสธข่าวเหล่านั้นเพื่อปกป้องเขาเลย

ลูกากู เผยว่า สถานการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อเนื่องราว 3-4 สัปดาห์ โดยเขาเฝ้ารอให้สโมสรออกมายืนยันว่าเขายังมีโอกาสต่อสู้เพื่อแย่งตำแหน่งในทีม แต่ก็ไม่มีคำชี้แจงเกิดขึ้นตลอดช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา

รายการพอดแคสต์ดังกล่าวบันทึกเทปเพียงไม่กี่วันก่อนที่ ลูกากู จะย้ายไปร่วมทีม อินเตอร์ มิลาน อย่างเป็นทางการ โดยเขาใช้เวลาอยู่กับทัพ "งูใหญ่" 2 ปี

6. เวย์น รูนี่ย์ - ปี 2010

รูนี่ย์ คือตำนานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับสโมสรถึง 5 สมัย แต่เส้นทางของเขากับสโมสรเกือบจบลงเร็วกว่านั้น เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2010 เจ้าตัวแสดงความต้องการย้ายออกจากทีม โดยให้เหตุผลว่าสโมสรไม่สามารถตอบสนองความทะเยอทะยานของเขาได้

"รูน" เปิดเผยว่า ตนได้เข้าพบ เดวิด กิลล์ ประธานบริหารของสโมสรในเวลานั้น เพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตของทีม แต่ไม่ได้รับคำยืนยันที่ต้องการเกี่ยวกับขุมกำลังในฤดูกาลต่อไป จึงตัดสินใจแจ้งว่าจะไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่

ตำนานกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ยังระบุด้วยว่า ในการพูดคุยเรื่องสัญญาครั้งก่อนๆ ตนได้ขอคำรับรองว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะยังมีศักยภาพดึงดูดนักเตะระดับชั้นนำของโลกเข้ามาร่วมทีมได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเป้าหมายสำคัญของเขาคือการคว้าแชมป์

ด้วยเหตุนี้ รูนี่ย์ จึงมองว่าคำถามและข้อเรียกร้องของตัวเองเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม เพียง 48 ชั่วโมงหลังจากนั้น สโมสรยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้ "รูน" และเขาก็ตัดสินใจเซ็นสัญญาในที่สุด ก่อนอยู่กับ แมนฯ ยูฯ ต่อไปอีก 7 ปี

7. คาร์ลอส เตเวซ - ปี 2009

แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตัว คาร์ลอส เตเวซ มาจาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัว 2 ปีในปี 2007 และเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในแนวรุก โดยประสานงานกับ รูนี่ย์ และ โรนัลโด้ ได้อย่างลงตัว

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ปี 2009 เตเวซ ยังไม่ได้รับข้อเสนอสัญญาถาวรจากสโมสร ทำให้เจ้าตัวออกมาแสดงความไม่พอใจต่อสาธารณะ โดยระบุว่ารอให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เสนอสัญญามานานถึงหนึ่งปีครึ่งแล้ว และยังไม่รู้ว่าอนาคตของตัวเองจะเป็นอย่างไร พร้อมย้ำว่าสโมสรทราบดีว่าจะต้องจ่ายเงินเท่าไร หากต้องการให้เขาอยู่ต่อ

กองหน้าชาวอาร์เจนตินา ยังแสดงความไม่พอใจที่สโมสรกำลังเล่นเกมกับแฟนบอลที่ให้การสนับสนุนและส่งเสียงเชียร์เขาอย่างอบอุ่นในทุกนัด พร้อมยืนยันว่า หากจำเป็นต้องอำลาทีมจริงๆ ก็ต้องการจากไปด้วยดี

ท้ายที่สุด "เตฟ" ตัดสินใจย้ายออกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด จริง โดยเซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่ปรับร่วมเมืองในเดือนกรกฎาคม ปี 2009

8. รอย คีน - ปี 2005

หนึ่งในการให้สัมภาษณ์ที่ดุเดือดและตรงไปตรงมาที่สุดของนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม ปี 2005 และคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก รอย คีน กัปตันพันธุ์เดือดชาวไอริช

เวลานั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งบุกไปแพ้ มิดเดิลสโบรช์ ขาดลอย 1-4 โดย คีน มีกำหนดปรากฏตัวในรายการของสถานีโทรทัศน์ MUTV เพื่อให้สัมภาษณ์หลังจบเกม แต่ระหว่างการบันทึกรายการ อดีตกัปตันทีมชาวไอร์แลนด์กลับวิจารณ์แทบทุกสิ่งทุกอย่างภายในสโมสรอย่างดุเดือด จนท้ายที่สุดรายการดังกล่าวถูกระงับและไม่ได้นำออกอากาศตามกำหนด

"คีโน่" ถูกสโมสรปรับเงิน 5,000 ปอนด์ (ราว 220,000 บาท) และหลังจากนั้นก็ไม่ได้ลงเล่นให้กับทัพ "ปีศาจแดง" อีกเลย ก่อนที่คลิปการสัมภาษณ์จะรั่วไหลออกมาในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน

ท่ามกลางคำวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน คีนระบุว่า เขาไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับผลการแข่งขัน พร้อมยอมรับว่าเบื่อหน่ายกับการต้องพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ โดยมองว่านักเตะเหล่านั้นทำให้สโมสร ผู้จัดการทีม และแฟนบอลต้องผิดหวัง

ตอนนั้น คีน ยังเจาะจงวิจารณ์เพื่อนร่วมทีมหลายคน เช่น ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, คีแรน ริชาร์ดสัน และที่หนักสุดคือ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ที่รับค่าเหนื่อยแพง แถมยังคิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์สตาร์




ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport