ขออนุญาตดีใจ แมนยู ฉลองคัมแบ็กUCLด้วยชัยชนะ

ขออนุญาตดีใจ แมนยู ฉลองคัมแบ็กUCLด้วยชัยชนะ
แมนยูไนเต็ด ฉลองการได้กลับมาเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง ด้วยการเปิดบ้านถล่มโคตรทีมไร้เทียมทานจาก อาเซอร์ไบจาน อย่าง ซาบาห์ 4-0

และต่อไปคือสิ่งที่ผมอยากจะบอกแบบพอสังเขป

1. เอาจริงๆ นะ ตอนแรก ผมกลัวว่า ไมเคิ่ล คาร์ริค จะ 'โรเตชั่น' มากเกินไปจนทีมอ่อน เพราะต้องการเก็บตัวหลักไว้ทำศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ วันอาทิตย์นี้

ปรากฏเปลี่ยนแค่ไม่กี่ตำแหน่ง แบ็คขวา นุสแซร์ มัซราวี แทน ดิโอโก้ ดาโล่ต์ แบ็คซ้าย แพทริค ดอร์กู แทน ลุค ชอว์ เซ็นเตอร์ฯ เลนี่ โยโร่ แทน แฮร์รี่ แม็กไกวร์

ส่วนข้างบนแค่ส่ง เบนยามิน เชชโก้ ลงตัวจริงในตำแหน่งหัวหอกพลางขยับ มาเตอุส คุนญ่า ออกไปเล่นเป็น 'หน้าซ้าย' แทน มาร์คัส แรชฟอร์ด เท่านั้นเอง

2. แม้จะไม่ใช่ชุดใหญ่แบบเต็มอัตราศึก แต่พลพรรคอสูรสามง่ามก็ยังเหนือกว่าหลายขุม

ปัญหาคือการครองบอลบุกในช่วง 20 นาทีแรก มันยังติดๆ ขัดๆ ไม่ถึงกับสร้างความกดดันให้ผู้มาเยือนมากนัก แถมเวลาถูกสวนกลับ มันนำมาซึ่งความกระอักกระอ่วนใจอย่างไรชอบกล

แบบว่าอย่านะ...อย่าโดนก่อนนะ 55555

3. บทจะได้ประตูนำ มันก็มาดื้อๆ จากการเล่นแบบที่พากย์ภาษาอังกฤษว่า 'ฟาสต์ เบรค'

ด้วยคู่แข่งมิได้มาตั้งรับแบบรถบัสเต็มตัว เวลาครองบอลก็จะกล้าบุกแบบไม่กลัว จังหวะนั้น พวกเขาพยายามสวนกลับด้วยการจ่ายบอลขนานเส้นทางขวาขึ้นมาได้สวยซะด้วย

มันดูน่ากลัวเลยทีเดียว

ทว่าดันจ่ายบอล (เข้ากลาง) เสียง่ายๆ ซะอย่างนั้นแหละ พอ แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดบอลได้ตรงกลางจึงจู่โจมย้อนเกล็ดอย่างรวดเร็วโดยพลัน !!!

ต่อบอลกันประมาณ 5 ทอด ก่อน 'เดอะ ดอร์' จะผ่านบอลให้เจ้าของเสื้อเบอร์ 10 ชาวบราซิลกระทุ้งตุงตาข่าย

4. ต่อเมื่อขึ้นนำ 1-0 ในเวลาที่พอเหมาะ มันก็เหมือนการปลดล็อคพลางยกภูเขาทองออกจากอกจนผ่อนคลายมากขึ้น

เท่านั้นไม่พอ ไอ้พวกปลาซาบะย่างซีอิ๊ว พอเสียประตูก็ใจร้อนมุ่งจะทวงคืนอย่างเดียวเหมือนไม่ประเมินศักยภาพตนเอง

แบบนี้ก็หวานเจี๊ยบบบบซีครับ

มันจึงนำมาซึ่งประตูที่ 2 และ 3 ก่อนจบครึ่งแรก แล้วแยกย้ายกันไปนอน !!!

5. เมื่อสกอร์มันขาดลอยแล้ว ไมเคิ่ล คาร์ริค จึงทยอยส่งตัวสำรองลงมาในครึ่งหลัง ขณะที่นักเตะก็เล่นกันแบบถนอมตัว เพราะมีเกมสำคัญระดับระเบิดเมืองยักคิ้วรออยู่ในวันอาทิตย์นี้

เมสัน เมาท์ ได้ลงเล่นเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ เช่นเดียวกับ โจชัว เซิร์คซี่ แล้วก็โชว์ฟอร์มได้ไม่เลวทั้งคู่

การถอด ยูริ ตีเลอมันส์ ออกตั้งแต่จบครึ่งแรกเหมือนมีนัยอะไรบางอย่าง ขณะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่เจ็บเล็กน้อยจากนัดล่าสุดก็ไม่ถูกใช้งานเลยสักนาทีเดียว

ชัยชนะ 4-0 อาจดูน้อยไปหน่อย แต่ก็พอเข้าใจได้ แถมเป็นการถล่มโคตรทีมจากแดนไกลด้วย ว่าแล้วขออนุญาตดีใจหน่อยก็แล้วกันนะครับ

#บอบู๋



ที่มาของภาพ : Reuters
BY : บอ.บู๋
บูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport