ลิเวอร์พูล ในฤดูกาล 2026/27 ที่ยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายเอาไว้ได้ แม้จะถูกคู่แข่งยิงนำไปก่อนถึง 3 นัด สะท้อนให้เห็นถึงสไตล์ฟุตบอลที่เน้นเกมรุก รวดเร็ว และดุดัน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แฟนบอลทั่วโลก
ลิเวอร์พูล ประเดิมศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ ด้วยชัยชนะเหนือ แอตเลติโก้ มาดริด 2-1 ที่ แอนฟิลด์
และต่อไปคือสิ่งที่ไม่ค่อยอยากบอก แต่จำต้องบอก
1. ตอนทีม 'หมี คอมมานโด' ขึ้นนำ 1-0 แอบดีใจ เอ๊ย! หวั่นใจ ด้วยคิดว่ามันจะไม่กลับมาได้เหมือนตอนที่ถูก นิวคาสเซิ่ล หรือ ฟอเรสต์ ยิงนำนะ เหตุเพราะผู้มาเยือนมีเกมรับอันเหนียวแน่นหนึบมาก
แต่อีกใจหนึ่งก็บอกว่าเดี๋ยว 'สายลับคิม' เอ๊ย! 'หงส์แดง' ก็กลับมาได้เองแหละ เพราะผู้มาเยือนเขาจัดอยู่ในประเภทวัวเคยค้า มาเคยขย่ม
2. ลูกทีมของ อันโดนี่ อิราโอล่า ขยันเพรสซิ่งดีนะครับ
วิ่งไล่บี้ใส่คู่แข่งแบบเป็นหมู่คณะตั้งแต่แดนบน ขณะที่ 'แอตเลติ' ก็ต่อบอลและทำชิ่งกันแม่นยำดีนักแลจึงแก้เพรสได้สวยๆ หลายหน เพียงแต่บอลมันไม่ไปไหนไกล
ที่สำคัญคือพวกพรี่ๆ ตื้อเก่งเหลือเกิน คือมึงยิ่งแก้ กูยิ่งบี้ มึงแก้ได้ก็แก้ไป กูปี้ต่อไป ปี้ๆๆๆๆๆ
เจอซอยยิกแบบนี้เข้าไป ผู้มาเยือนเลยแผ่ว
3. นักเตะคนหนึ่งที่แสดงฟามพยายามออกมาอย่างจงหนักคือ โฟลเรียน เวียร์ตซ์
สังเกตว่ากุนซือ 'เอไอ' มอบหน้าที่ 'เบอร์ 10' ให้เขา แล้วยึดมั่นถือมั่นในตำแหน่งนี้ไปเลย จะดีจะเลวก็ช่างหัวมัน ไม่เปลี่ยนตำแหน่งไปมาเหมือนกุนซือคนเก่า
ส่วนมิดฟิลด์ตัวกลางคู่กันก็เหมือนจะหาเจอแล้วว่าเป็น อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ กับ ดอม โซโบ้
4. ประตูตีเสมอ 1-1 ดาวเตะค่าตัว 116 ล้านปอนด์ ก็มีส่วนร่วม ขณะที่ประตูชัยของ ลิเวอร์พูล นักเตะที่พวกพรี่ๆ เรียกว่า 'แม็คก้า' แม่งตะบันโคตรสวย และลากไส้ลากพุง
ปีกตัวใหม่อย่าง บรั๊ดเล่ บาร์โกล่า ที่เล่นทางขวาก็เกือบกระทุ้งตาข่ายได้ ก่อนบาดเจ็บจนโขยกเขยกออกจากสนาม
นี่คือข้อเสียของดาวเตะค่าตัวแพงระดับทะลุร้อยล้าน คือเจ็บแล้วให้ความรู้สึกเสียหายใหญ่หลวง
5. ฤดูกาลนี้ 'หงส์แดง' ยังไร้พ่าย แม้จะเป็นฝ่ายตามหลังคู่แข่งถึง 3 นัด ก็กลับมาได้ตลอด
แม้จะไม่ใช่ตัวเต็งแชมป์ แต่สไตล์การเล่นก็ชัดเจนว่าเป็นแบบไหน เน้นเกมรุก เล่นเร็ว และวิ่งไล่บี้จึงมีความเร้าใจ ไม่น่าเบื่อ
อยู่ดีๆ ผมก็หงุดหงิดขึ้นมาซะอย่างนั้น คือคิดแล้วมันน่าโมโหจนอยากกระโดดเตะเสาไฟฟ้าแทนหน้าคนขึ้นมาคราม Cunt !!!
#บอบู๋