เจาะแท็กติก หลุยส์ เอ็นรีเก้ ใช้ มัตเวย์ ซาโฟนอฟ เปิดบอลยาวกดดัน ไมเคิ่ล โอลีเซ่ จนเล่นไม่ออก พา เปแอสเช ลิ่วชิง UCL
หนึ่งในแท็กติกที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากของ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ก็คือการหยุดความร้อนแรงของ ไมเคิ่ล โอลีเซ่ ปีกตัวเก่ง บาเยิร์น มิวนิค โดยการใช้ มัตเวย์ ซาโฟนอฟ ผู้รักษาประตูเล่นงานจนสตาร์ชาวฝรั่งเศสแทบไม่มีบทบาทในเกม !!
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ต้องออกไปเยือน บาเยิร์น ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เลกสอง โดยเกมแรก เอ็นรีเก้ ได้เห็นพิษสงเหลือรับประทานของ โอลีเซ่ แล้วตอนที่เขาได้ครองบอล พร้อมกับมีเวลา และพื้นที่ในการร่ายเวทมนต์กระชากลากเลื้อย
ดังนั้นในเกมที่อัลลิอันซ์ อารีน่า สิ่งที่จะทำให้ บาเยิร์น ไม่สามารถสร้างเกมรุกได้ก็คือการตัด โอลีเซ่ ออกจากเกม แล้วจะทำยังไงไม่ให้ ปีกทีมชาติฝรั่งเศส สามารถสำแดงฤิทธิ์ได้ ล่ะ ? งานนี้ เอ็นรีเก้ เลือกใช้แท็กติกพิเศษ โดยอาศัย ซาโฟนอฟ ในการเปิดบอลยาว
ตลอดทั้งเกมจะเห็นได้ว่า ซาโฟนอฟ ดูเหมือนจะได้รับคำสั่งให้ตั้งใจเตะเปิดบอลยาวแรงๆ ออกไปทางฝั่งซ้ายซ้ำๆ ทางบริเวณของโอลีเซ่ แม้จะต้องเสียการครองบอลก็ตามแต่มันกับสร้างประโยชน์มหาศาล
เหตุผลที่ทำแบบนั้นนะเหรอ ? เพื่อให้นักเตะ "เปแอสเช" สามารถ "โอเวอร์โหลด" หรือวิ่งโถมเข้าใส่ โอลีเซ่ ซึ่งให้สามารถเพรสซิ่ง ดาวเตะคีย์แมนของ "เสือใต้" ได้ง่ายยิ่งขึ้น
สำหรับผลที่ตามมาคือ ทุกครั้งที่ โอลีเซ่ ได้บอล เขาจะถูกผู้เล่น แซงต์-แชร์กแมง" วิ่งเข้ารุมประกบทันที ทำให้ ปีกเลือดเฟร้นช์ วัย 24 ปี แทบไม่มีโอกาสใช้ความเร็วลากไปถึงเส้นหลัง หรือเลี้ยงตัดเข้าในเพื่อปั่นด้วยเท้าซ้ายสุดอันตรายของเขาเลย
ต้องยอมรับว่านี่คือแท็กติกที่สุดยอดมากๆ ของ เอ็นรีเก้ เพราะการตั้งใจเตะไปยังจุดที่กำหนด แล้วให้ลูกทีมตัวเองพร้อมใจกันวิ่งกรูเข้าไปปิดล้อมทันที ทำให้ โอลีเซ่ เวลาที่ได้บอลจะไม่สามารถคิดทำอะไรได้มากนัก เพราะเจอคู่แข่งวิ่งเข้ามากดดันหลายคน
รูปแบบการเล่นลักษณะนี้เกิดขึ้นประมาณ 5 ครั้งตลอดทั้งเกม ส่งผลให้ อดีตดาวะเตะ "ดิ อีเกิ้ลส์" คริสตัล พาเลซ เสียบอล หรือ บาเยิร์น ต้องเล่นบอลคืนหลังแบบอึดอัด ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เล่น "เปแอสเช" ดันขึ้นไปเพรสสูงได้มากขึ้น
นอกจากนี้เวลาที่ บาเยิร์น ได้ลูกทุ่มนักเตะแซงต์-แชร์กแมง จะรีบวิ่งเข้ามาบีบทันที ทำให้ โอลีเซ่ หรือนักเตะของเจ้าบ้านคนอื่นๆ ไม่มีเวลาได้คิด และถ้าไม่ส่งบอลคืนหลังก็เสียบอลให้กับผู้เล่นทีมเยือน
จากตัวเลขสถิติของ โอลีเซ่ สะท้อนภาพได้ชัดเจน เขาสร้างโอกาสได้เพียง 2 ครั้ง ขณะที่จำนวนการยิง 2 ครั้ง, การสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษ 8 ครั้ง และการผ่านบอลในพื้นที่สุดท้าย 5 ครั้ง ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานที่เขาทำได้ในช่วงที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ เอ็นรีเก้ ก็ได้รับคำชมมาแล้วจากวิธีการแปลกใหม่ที่จงใจเตะบอลออกข้างเพื่อเริ่มต้นการเพรสสูงตั้งแต่เริ่มเกม แต่สำหรับแท็กติกครั้งนี้ถือว่าล้ำไปอีกขั้น ดังนั้นในเกมนัดชิงกับ อาร์เซน่อล คอลูกหนังอาจได้เห็นแนวคิดล้ำนำสมัยจากกุนซือชาวสแปนิชอีกก็ได้ !!