เดือดชิงยุโรป! อาร์เซน่อล ดวล เปแอสเช ลุ้นแชมป์ยุโรป 30 พ.ค.นี้ ใครจะครองบัลลังก์

เดือดชิงยุโรป! อาร์เซน่อล ดวล เปแอสเช ลุ้นแชมป์ยุโรป 30 พ.ค.นี้ ใครจะครองบัลลังก์
เส้นทางสุดหินพาทั้งสองทีมมาถึงจุดตัดสิน อาร์เซน่อลหวังสร้างประวัติศาสตร์ ขณะที่เปแอสเชลุ้นแชมป์ต่อเนื่อง ศึกนี้มีถ้วยเดียวเท่านั้นที่จะถูกชูขึ้นฟ้า!

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2024/25 ได้ 2 ทีมลุยรอบชิงฯ เป็นทางการ! อาร์เซน่อล ปะทะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์เก่า โดยวันเสาร์ที่ 30 พ.ค.นี้จะได้รู้กันว่า "ปืนใหญ่" จะที่ผงาดคว้าแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรก หรือ "เปแอสเช" จะคว้าแชมป์ 2 ซีซั่นติดต่อกัน

ในที่สุดศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2025/26 ได้เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่เสร็จสิ้นการแข่งขันรอบตัดเชือกทั้งสองคู่ และก็เป็น อาร์เซน่อล ยอดทีมจากอังกฤษ กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศส และเป็นแชมป์เก่า ที่ผ่านเข้ามาถึงวันสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ ซึ่งจะฟาดแข้งกันที่สนามปุสกัส อารีน่า ในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคมนี้ และนี่คือเส้นทางของทั้งสองทีม ที่เตรียมห้ำหั่นกันเพื่อความเป็นหนึ่งของเวทียุโรป 

อาร์เซน่อล (อังกฤษ)

รอบ ลีก เฟส (อันดับ 1 : 24 แต้ม ชนะ 8 , เสมอ 0 , แพ้ 0 )

- ชนะ แอธเลติก บิลเบา 2-0 (เยือน)

- ชนะ โอลิมเปียกอส 2-0 (เหย้า)

- ชนะ แอตเลติโก มาดริด 4-0 (เหย้า)

- ชนะ สลาเวีย ปราก 3-0 (เยือน)

- ชนะ บาเยิร์น มิวนิค 3-1 (เหย้า)

- ชนะ คลับ บรุช 3-0 (เยือน)

- ชนะ อินเตอร์ มิลาน 3-1 (เยือน)

- ชนะ ไครัต 3-2 (เหย้า) 

รอบ 16 ทีมสุดท้าย

- เสมอ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 1-1 (เยือน)

- ชนะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 2-0 (เหย้า) 

(รวมสองนัด ชนะ 3-1)

รอบ 8 ทีมสุดท้าย

- ชนะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 1-0 (เยือน)

- เสมอ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 0-0 (เหย้า)

(รวมสองนัด ชนะ 1-0)

รอบรองชนะเลิศ

- เสมอ แอตเลติโก มาดริด 1-1 (เยือน)

- ชนะ แอตเลติโก มาดริด 1-0 (เหย้า)

(รวมสองนัด ชนะ 2-1)

 ผลงานของ อาร์เซน่อล โดดเด่นมากๆ ในรอบ ลีก เฟส เมื่อสะกดคำว่าเสมอ และแพ้ไม่เป็นเลย แม้ในรอบน็อกเอาต์ฟอร์มการถล่มประตูอาจจะแผ่วไปบ้าง แต่สุดเด่นก็คือเกมรับที่แข็งแกร่ง โดยตั้งแต่รอบ ลีก เฟส จนถึงรอบตัดเชือก ทีมของกุนซือมิเกล อาร์เตต้า เสียไปแค่ 6 ประตูเท่านั้น ที่สำคัญนี่คือการเข้าสู่รอบชิงครั้งที่สองในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร นับตั้งแต่เคยทำได้ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2006 หรือเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ดังนั้นนักเตะ "ปืนใหญ่" มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะนำโทรฟี่ "บิ๊กเอียร์"  ใบแรกไปประดับในตู้โชว์ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ให้ได้ 

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส)

รอบ ลีก เฟส (อันดับ 11 : 14 แต้ม, ชนะ 4, เสมอ 2, แพ้ 2) 

- ชนะ อตาลันต้า 4-0 (เหย้า)

- ชนะ บาร์เซโลน่า 2-1 (เยือน)

- ชนะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 7-2  (เยือน)

- แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 1-2 (เหย้า)

- ชนะ สเปอร์ส 5-3 (เหย้า)

- เสมอ แอธเลติก บิลเบา 0-0 (เยือน)

- แพ้ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 1-2 (เยือน)

- เสมอ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-1 (เหย้า)

รอบเพลย์ออฟ 

- ชนะ โมนาโก 2-3 (เยือน)

- เสมอ โมนาโก 2-2 (เหย้า)

(รวมสองนัด ชนะ 5-4)

รอบ 16 ทีมสุดท้าย

- ชนะ เชลซี 5-2 (เหย้า)

- ชนะ เชลซี 3-0 (เยือน) 

(รวมสองนัด ชนะ 8-2)

รอบ 8 ทีมสุดท้าย

- ชนะ ลิเวอร์พูล 2-0 (เหย้า)

- ชนะ ลิเวอร์พูล 2-0 (เยือน)

(รวมสองนัด ชนะ 4-0)

รอบรองชนะเลิศ 

- ชนะ บาเยิร์น มิวนิค 5-4 (เหย้า)

- เสมอ บาเยิร์น มิวนิค 1-1 (เยือน)

(รวมสองนัด ชนะ 6-5) 

 แม้ผลงานไม่ค่อยดีในรอบ ลีก เฟส จนต้องอาศัยการเตะเพลย์ออฟในการผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ แต่หลังจากนั้นทีมของกุนซือ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ก็เล่นได้อย่างแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง และสามารถทะลุเข้าไปป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ โดยเป็นสโมสรฝรั่งเศสทีมแรกที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ/ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ถึง 3 ครั้ง และยังเป็นทีมแรกที่เข้าชิง 2 ฤดูกาลติดต่อกันอีกด้วย







ที่มาของภาพ : SIAMSPORT
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport