คุณจะพยายามเป็นทีมที่คุณไม่ใช่หรือคุณจะเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด
อาร์เน่อ อธิบายถึงการปรับแผนมาใช้หลัง 5 ในเกมที่ปารีส ซึ่ง ลิเวอร์พูล ครองบอลเพียง 26% เนื่องจากเห็นความอันตรายของ เปแอสเช ที่เอาชนะคู่แข่งมาได้อย่างง่ายดาย
เขามองว่า ลิเวอร์พูล ต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงและเน้นจุดแข็งที่สุดของทีมเมื่อฤดูกาล 2024-25 นั่นคือ "การโต้กลับเร็ว"
ฤดูกาลนั้น โมฮาเหม็ด ซาลาห์, หลุยส์ ดิอาซ และ โคดี้ กัคโป ทำผลงานได้ดีเยี่ยมในการฉวยโอกาสจากความเร็วเมื่อคู่แข่งเปิดพื้นที่ให้
ซึ่ง ซาลาห์ เองมีสถิติยิงประตูจากการโต้กลับสูงที่สุดในลีก
ขณะที่สถิติการเล่นเกมรับของ ลิเวอร์พูล ฤดูกาลนี้มีความน่ากังวล
ปีนี้เป็นปีที่ ลิเวอร์พูล แย่งบอลคืนบนแดนหน้าได้น้อยที่สุดในรอบ 8 ปี (เฉลี่ย 4 ครั้งต่อเกม) และมักถูกคู่แข่งจ่ายบอลทะลุผ่านไลน์กองกลางและกองหลังได้ง่าย ดังที่เห็นในเกม เอฟเอ คัพ ที่พ่าย แมนฯ ซิตี้ 0-4
สำหรับเกมนี้คาดว่า เปแอสเช ของ หลุยส์ เอ็นรีเก้ จะเน้นครองบอลและเติมเกมบุกด้วยฟูลแบ็กอย่าง อาชราฟ ฮาคิมี่ และ นูโน่ เมนเดส
ดังนั้น ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องเล่นตามเกมที่ถนัด ไม่ใช่เล่นตามบรรยากาศ และเน้นการเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุกให้มีประสิทธิภาพเพื่อผ่านเข้ารอบต่อไป
แล้ว ลิเวอร์พูล ควรจัดตัวยังไงสำหรับเกมนี้?
อาร์เน่อ มีตัวเลือกที่หลากหลายจากการทดลองใช้ทั้ง 4-2-3-1, 4-4-2 หรือแม้แต่ 3-5-2 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม โจทย์ที่พวกเขาต้องทำคือยิงอย่างน้อย 2 ลูกกลับคืนมาให้ได้ และป้องกันเกมรุกของ เปแอสเช
4-2-2-2 อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด โดยมีไลน์อัปคือ
ผู้รักษาประตู : จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่
กองหลัง : เจเรมี่ ฟริมปง, อิบราฮิม่า โกนาเต้, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, มิลอส เคอร์เคซ
กองกลาง : อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, ไรอัน กราเฟนแบร์ก, โดมินิค โซโบซไล, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์
กองหน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, อูโก้ เอกิติเก้
กลยุทธ์สำคัญคือการกลับมาใช้หลัง 4 และใช้กองกลางรูปทรงสี่เหลี่ยมเพื่อเพิ่มจำนวนคนในแดนกลางสู้กับ “แชมป์เก่า“
โดยเฉพาะหน้าที่สำคัญของ โซโบซไล ที่อาจต้องตามประกบติด วิตินญ่า เพื่อตัดการลำเลียงบอล
ขณะที่ฟูลแบ็กทั้งสองข้างจะเน้นความเร็วและเติมเกมรุกเพื่อให้ ซาลาห์ และ เอกิติเก้ มีโอกาสทำประตูในแดนหน้า
#HOSSALONSO