อาร์เซน่อลลงโทษสปอร์ติ้งเจ็บแสบกุมตั๋วตัดเชือกUCLไว้ในมือ

อาร์เซน่อลลงโทษสปอร์ติ้งเจ็บแสบกุมตั๋วตัดเชือกUCLไว้ในมือ
ทีมสีหนาทปืนใหญ่ได้ประตูชัยในช่วงทดเจ็บ & บุกเชือด สปอร์ติ้ง ลิสบอน อย่างเลือดเย็น 1-0 ในยกแรกของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย

และต่อไปคือสิ่งที่ผมอยากจะบอก

1. ความพ่ายแพ้ใน 2 เกมล่าสุดของ อาร์เซน่อล ทำให้พวกเขาชวดแชมป์ไปแล้ว 2 รายการ

ความมั่นใจอาจจะหดหายไปไม่มากก็น้อย สวนทางกับแรงกดดันที่ย่อมสูงขึ้น ขณะที่ผลงานในบ้านของ สปอร์ติ้ง ก็มิใช่เบา ฤดูกาลนี้กดผู้มาเยือนในถ้วยใหญ่ยุโรป 100%

เกมจึงน่าจะสนุก แต่กลับไม่สนุกอย่างที่คิด

2. อาคันตุกะจาก ลอนดอน ยกพลมาเล่นด้วยความรัดกุมอย่างชัดเจน คือค่อยๆ ต่อบอลกันอย่างระมัดระวัง และไม่เสี่ยงในจังหวะที่ไม่ควรเสี่ยง

เข้าใจได้ว่า อาร์เซน่อล ไม่จำเป็นต้องโหมเกมรุก เพราะยังมีอีกเกมที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ผลเสมอถือว่าไม่เสียหายอะไร

ส่วนเจ้าบ้านที่คุณภาพผู้เล่นต่ำกว่าก็เน้นเกมรับพลางหาจังหวะตอบโต้อย่างฉาบฉวยตามสูตรสำเร็จของทีมรองนั่นแหละ

3. ลูกทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ครองบอลมากกว่า และบุกมากกว่าก็จริง ทว่าทีมหมอนทองแห่ง โปรตุเกส ที่เล่นแบบฉาบฉวยหาจังหวะจบแบบได้น้ำได้เนื้อมากกว่า

น่าเสียดายที่มันไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ แถมไม่แหลมคมพอที่จะทะลวงเกมรับอันแข็งแกร่งของทีมเต็ง 1 รายการนี้

ก่อนครบ 90 นาที ผู้ชมทางบ้านอย่างผมพูดกับตัวเองในใจว่าถ้ายัดเยียดความปราชัยให้ผู้มาเยือนไม่ได้ในนัดแรก

พวกมึงเด๊ดห่าแน่นอน 

4. นอกจากจะหาทางกะซวกตาข่ายคู่แข่งไม่สำเร็จ

สปอร์ติ้ง ยังมาพลาดในช่วงเวลาที่ไม่ได้รับอนุญาตให้พลาดอีกตะหาก

จังหวะนั้น ตัวสำรองอย่าง กาเบรียล มาติเนลลี่ กำลังลากเลื้อยจากซ้ายตัดเข้าใน ก่อนตักข้ามหัวคู่แข่งเข้าไปในกรอบเขตโทษในจังหวะเดียวกับที่ตัวสำรองอีกคนอย่าง ไค ฮาแวร์ตซ์ สอดตัวขึ้นมาเอาบอลพอดี

ทันใดก็จับบอลแรกลงอย่างนิ่มนวลแล้วบรรจงทิ่มหัวเกือกสวนนายทวารเจ้าถิ่นเข้าไปตุงตาข่ายโดยพลัน

เนื้อๆ เน้นๆ แค่โป้งเดียว ตัดสินเกม

5. ชัยชนะนัดนี้สำคัญต่อ 'เดอะ กันเนอร์ส' อย่างยิ่งยวดนะครับ

เพราะมันกระชากโมเมนตั้มกลับมาพร้อมความมั่นใจและฮึกหาญ หลังห่อเหี่ยวจากความปราชัยมา 2 เกมติดจนแทบเสียการทรงตัว และดวงหฤทัย

เห็นฟอร์มการเล่น และเกมรุกของทีมแชมป์แห่งเมืองขนมฝอยทองแล้วก็ขอประกาศตรงนี้เลยดีกว่าว่า...

'อ๊าซหนอล' เข้ารอบตัดเชือกแน่นอน ม่องข่วง !!!



ที่มาของภาพ : Reuters
BY : บอ.บู๋
บูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport