เมื่อ "พรีเมียร์ลีก" ไม่ใช่จักรวาลเดียวของโลกฟุตบอล : เจาะลึกสัปดาห์หฤโหดที่สโมสรผู้ดีไร้ชัยในยุโรป

 เมื่อ "พรีเมียร์ลีก" ไม่ใช่จักรวาลเดียวของโลกฟุตบอล : เจาะลึกสัปดาห์หฤโหดที่สโมสรผู้ดีไร้ชัยในยุโรป
พรีเมียร์ลีก สะเทือนวิกฤต 6 ทีมผู้ดีใน UCL รอบ 16 ทีม นัดแรก หลังนัดแนะกันไร้ชัยชนะ ทั้งความผิดพลาดของนายทวารและฟอร์มหลุด ทำเอาแฟนบอลต้องกุมขมับ

ในโลกของฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เรามักถูกกล่อมประสาทด้วยวาทกรรมที่ว่านี่คือ "ลีกที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี" เงินทุนมหาศาล ความนิยมถล่มทลาย และนักเตะระดับพระกาฬที่ตบเท้าเข้ามาไม่ขาดสาย ทำให้หลายคนเผลอคิดไปว่าฟุตบอลอังกฤษคือ "ศูนย์กลางของจักรวาล"

แต่ทว่า ในการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่ผ่านมา ความเป็นจริงกลับฟาดหน้าแฟนบอลผู้ดีอย่างจัง เมื่อตัวแทนทั้ง 6 ทีมจากเกาะอังกฤษพร้อมใจกัน "ไร้ชัยชนะ" โดยมีสถิติที่น่าอับอายยิ่งกว่าเมื่อเทียบกับทีมเล็ก ๆ อย่าง โบโด/กลิมต์ จากนอร์เวย์ ที่สามารถคว้าชัยชนะได้มากกว่า 6 ทีมจาก พรีเมียร์ลีก รวมกันเสียอีก

เกิดอะไรขึ้นกับยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก? ร่วมวิเคราะห์เจาะลึกไปพร้อมกับเราที่ Siamsport

โศกนาฏกรรมผู้รักษาประตู

สิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่สุดในสัปดาห์นี้คือ "ความพินาศ" ของตำแหน่งผู้รักษาประตูที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เริ่มจาก เชลซี ของเลียม โรซีเนียร์ ที่กำลังอยู่ในช่วงสร้างทีมใหม่ แต่กลับต้องพังทลายในปารีสด้วยสกอร์ 5-2 

สาเหตุสำคัญมาจาก ฟิลิป ยอร์เกนเซน นายทวารที่ถูกส่งลงสนามแทน โรเบิร์ต ซานเชซ กลับทำพลาดมหันต์ด้วยการจ่ายบอลเสียจนนำไปสู่ประตูที่ 3 ของ เปแอสเช ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการล่มสลายในช่วง 15 นาทีสุดท้าย

แต่ถ้าคุณคิดว่านั่นหนักแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สเปอร์ส ที่กรุงมาดริดกลับดูเหมือน "ตลกโศกนาฏกรรม" ยิ่งกว่า เมื่อ อิกอร์ ทูดอร์ ตัดสินใจส่ง อันโตนิน คินสกี้ นายทวารดาวรุ่งวัย 22 ปีลงเฝ้าเสาแทน กูเยลโม วิคาริโอ

ผลลัพธ์คือ คินสกี้ ทำผิดพลาดจนทีมโดนถลุง 3 ประตูภายใน 17 นาทีแรก จนต้องถูกถอดออกทันทีเหมือนเป็นการประจานความผิดพลาดของตัวกุนซือเอง

เมื่อแท็กติกของ "เป๊ป" และ "อาร์เน่อ" เจอทางตัน

แม้แต่ทีมตัวเต็งอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็หนีความจริงไม่พ้น พวกเขาบุกไปโดน เรอัล มาดริด สอนมวย 3-0 จากแฮตทริกของ เฟเดริโก บัลเบร์เด้ 

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการจัดตัวที่ดูจะ "คิดเยอะ" เกินไป ด้วยการใช้ปีกถึง 3 คนและส่งดาวรุ่งอย่าง นิโก้ โอไรลี่ ลงไปท่ามกลางแสงไฟที่เบร์นาเบว จนโดนเจ้าถิ่นไล่บี้จนเสียขบวน

ฝั่ง ลิเวอร์พูล ของ อาร์เน่อ สล็อต ก็ยังคงไม่สามารถแก้โจทย์ "นรกแดนไก่งวง" ได้ เมื่อบุกไปพ่าย กาลาตาซาราย 1-0 ด้วยสกอร์เดียวกับที่เคยแพ้ในรอบแบ่งกลุ่ม  แม้ ลิเวอร์พูล จะมีโอกาส แต่ความเด็ดขาดที่เคยเป็นเครื่องหมายการค้ากลับหายไปดื้อ ๆ ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่กดดันของเจ้าถิ่น

รอยร้าวของความมั่นใจและการเอาตัวรอด

ส่วนทีมที่ดูดีที่สุดอย่าง อาร์เซน่อล และ นิวคาสเซิ่ล ก็ทำได้เพียงแค่เสมออย่างน่าเสียดาย ... "ปืนใหญ่" ต้องพึ่งจุดโทษช่วงท้ายเกมของ ไค ฮาแวร์ตซ์ เพื่อบุกไปเจ๊า เลเวอร์คูเซ่น 1-1 ขณะที่ "สาลิกาดง" หัวใจสลายเมื่อโดน ลามีน ยามาล สังหารจุดโทษนาทีที่ 96 ช่วยให้ บาร์เซโลน่า บุกมาตีเสมอ 1-1 ถึงถิ่น

บทสรุปของสัปดาห์นี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของดวง แต่มันคือคำถามถึง "วุฒิภาวะและความสม่ำเสมอ" ของทีมจาก พรีเมียร์ลีก ในเวทียุโรป หลายทีมเลือกพักตัวหลักในเกมลีกสุดสัปดาห์เพื่อถ้วยใบนี้ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับกลายเป็นความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

สุดท้ายแล้ว พรีเมียร์ลีก อาจจะเป็นลีกที่รวยที่สุดและมีคนดูมากที่สุด แต่เมื่อเข้าสู่สมรภูมิยุโรป "ชื่อชั้น" และ "ตัวเลขในบัญชี" ไม่เคยรับประกันชัยชนะ หากคุณยังทำพลาดในเรื่องพื้นฐานแบบที่เห็นกันในสัปดาห์นี้

คำถามที่น่าคิดคือ... ในนัดที่สองที่กำลังจะมาถึง จะมีทีมจากอังกฤษกี่ทีมที่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้? หรือนี่คือสัญญาณเตือนว่า มหาอำนาจฟุตบอลกำลังจะเปลี่ยนขั้วอีกครั้ง?

-ตัน กวาร์ดิโอล่า-



ที่มาของภาพ : Reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport