อตาลันต้า สร้างปาฏิหาริย์รัวแซง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สุดระทึก หลังเกมจบด้วยความวุ่นวาย มีช็อตสยองเลือดอาบและใบแดงว่อนถึง 3 ใบ ก่อนเจ้าถิ่นซัดโทษนาทีบาปตีตั๋วเข้ารอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ
"เทพธิดา" อตาลันต้า เปิดบ้านสร้างตำนานบทใหม่ พลิกนรกกลับมาเอาชนะ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้แบบสุดดราม่า ชนิดที่มีทั้งเลือดและใบแดงปลิวว่อนสนาม ก่อนคว้าตั๋วรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ไปครองได้อย่างเหลือเชื่อ
ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบน็อคเอาท์ เพลย์ออฟ นัดที่สอง เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา กลายเป็นเกมที่ถูกพูดถึงมากที่สุด หลัง อตาลันต้า ยอดทีมจาก เซเรีย อา ที่ตกเป็นรองก่อนในนัดแรกถึง 0-2 กลับมาเล่นในบ้านด้วยความคึกคัก และจบครึ่งแรกด้วยการทำสกอร์ไล่มาจนเสมอสกอร์รวมได้สำเร็จ
เข้าสู่ครึ่งหลัง มาริโอ ปาซาลิช ซัดประตูให้เจ้าถิ่นหนีห่างเป็น 3-0 ทำท่าว่าจะม้วนเดียวจบ แต่แล้ว คาริม อเดเยมี่ ของทีมเยือนก็มายิงสุดสวยช่วยให้สกอร์รวมกลับมาเท่ากัน จนดูเหมือนว่าเกมจะต้องไปยืดเยื้อถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บเกิดเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อผู้ตัดสินเช็ก VAR จากจังหวะที่ เกรเกอร์ โคเบล นายทวารทีมเยือนพลาด ก่อนที่ รามี่ เบนเซไบนี่ จะไปใช้เท้าสูงอันตรายสกัดใส่หัวของ นิโกล่า เคิรสโตวิช จนดาวยิงอตาลันต้าถึงกับเลือดอาบเต็มหน้า
เมื่อผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ เบนเซไบนี่ ออกจากสนาม เท่านั้นไม่พอ นิโค ชล็อตเตอร์เบ็ค ปราการหลังตัวสำรองของทีมเยือนที่อยู่ข้างสนามก็โดนใบแดงไปด้วยโทษฐานประท้วงรุนแรง รวมถึงทีมสต๊าฟฟ์ของเจ้าถิ่นอีกหนึ่งรายที่โดนตะเพิดเช่นกัน
สุดท้ายเป็น ลาซาร์ ซามาร์ดซิช ที่รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไปไม่เหลือซากในช่วงนาทีสุดท้าย ส่งให้ อตาลันต้า เฉือนชนะไปแบบสุดมันส์ พร้อมผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปรอพบ อาร์เซน่อล หรือ บาเยิร์น มิวนิค ต่อไป
ทางด้าน สตีเฟ่น วอร์น็อค อดีตแข้งดังของ ลิเวอร์พูล ออกมาให้ความเห็นผ่านสื่อว่า "นี่คือการคัมแบ็กที่ยอดเยี่ยม อตาลันต้า กล้าเปิดเกมแลกตั้งแต่ต้นจนได้รับรางวัลที่คู่ควร แม้ฝั่ง ดอร์ทมุนด์ จะพยายามแก้เกมสู้แต่ความผิดพลาดในตอนท้ายก็ตัดสินทุกอย่าง"
ทั้งนี้ อตาลันต้า กลายเป็นทีมแรกที่พลิกสถานการณ์จากตามหลัง 2 ประตูในเลกแรก กลับมาเข้ารอบศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จนับตั้งแต่ ลิเวอร์พูล ที่เคยทำได้ในเกมพบ บาร์เซโลน่า เมื่อฤดูกาล 2018/19