เจาะเบื้องหลังโปรเจกต์ล่าฝัน เมื่อ โบโด/กลิมต์ มีอดีตนักบินเป็นคนสำคัญที่ล้มยักษ์ใหญ่ ยุโรป

เจาะเบื้องหลังโปรเจกต์ล่าฝัน เมื่อ โบโด/กลิมต์ มีอดีตนักบินเป็นคนสำคัญที่ล้มยักษ์ใหญ่ ยุโรป
ยักษ์ก็ล้มได้! เจาะลึก โบโด/กลิมต์' ทีมเล็กจากขั้วโลกเหนือผู้เขียนบทตำนานใหม่ใน UCL หลังปราบ อินเตอร์ มิลาน แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

ใครจะเชื่อว่าทีมจากเมืองที่มีประชากรแค่ 40,000 คน จะเขี่ย อินเตอร์ มิลาน ตกรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก

โบโด/กลิมต์ ไม่ได้แค่ชนะเพราะโชคช่วย แต่พวกเขาคือผลผลิตของระบบ "X-Factor" และโค้ชด้านจิตวิทยาที่เป็นอดีตนักบินรบที่สอนให้เหล่านักเตะไม่กลัวความผิดพลาด

จากทีมอันดับ 6 ในดิวิชั่น 2 นอร์เวย์ สู่การพิชิตทั้ง แมนซิตี้, แอต.มาดริด และล่าสุด อินเตอร์... พวกเขาทำได้อย่างไร ? และทำไม The Ring (วงกลมแห่งความซื่อสัตย์) ถึงเป็นกุญแจสำคัญ?

ย้อนกลับไปในปี 2010 ในวันที่ อินเตอร์ มิลาน ผงาดคว้าทริปเปิล แชมป์ (กัลโช่ เซเรีย อา, แชมเปี้ยนส์ ลีก, โคปา อิตาเลีย) ทีมอย่าง โบโด/กลิมต์ ยังเป็นเพียงทีมอันดับ 6 ในลีกรองของ นอร์เวย์ 

แต่ในวันนี้ทีมจากเมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเงินตราและประวัติศาสตร์ไม่ใช่ทุกอย่าง เมื่อพวกเขาสามารถเขี่ยจ่าฝูง เซเรีย อา ตกรอบเพลย์ออฟ แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแบบช็อกสายตา

ประชากรทั้งเมืองโบโด (40,000 คน) ยังไม่พอที่จะเติมนที่นั่งใน ซาน ซิโร่ ให้เต็มด้วยซ้ำ แต่ โบโด/กลิมต์ กลับเล่นได้อย่างแข็งแกร่ง พวกเขาถล่ม อินเตอร์ ในนัดแรกที่ นอร์เวย์ และนัดที่สองที่ มิลาน 

แม้จะครองบอลเพียง 29% และโดนกระหน่ำยิงถึง 30 ครั้ง แต่พวกเขาก็รักษาสกอร์และรูปเกมจนเข้ารอบมาได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เพิ่งหักด่าน แมนซิตี้ และ แอต.มาดริด มาอย่างเหลือเชื่อ

ความสำเร็จของ โบโด ไม่ได้มาจากเศรษฐีใจบุญ แต่มาจากกลยุทธ์การสรรหานักเตะที่เน้นมองหา "X-Factor" หรือทักษะโดดเด่นเพียงอย่างเดียวที่คนอื่นมองข้าม แล้วนำมาขัดเกลาให้เข้ากับระบบการเล่นที่ใช้พลังงานสูงของกุนซือ เชทิล คนุตเซน ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงแม้ในระดับสูงสุด

เวลาซื้อนักเตะ พวกเขาไม่ได้ถามว่า นักเตะคนนี้ครบเครื่องไหม ดังไหม มีค่าตัวเท่าไร

พวกเขาถามแค่คำถามเดียว นักเตะคนนี้มี “X-factor” อะไร?

แค่หนึ่งอย่างที่โดดเด่นจริง อาจเป็นความเร็ว การจ่ายบอล ความเข้าใจเกมหรือการยิง

ถ้ามีหนึ่งอย่างชัด ทีมจะสร้างบทบาท และพัฒนาเขารอบจุดนั้น

มันคือการหาศักยภาพ แล้วออกแบบทีมให้เข้ากับมัน

ไม่ใช่ซื้อนักเตะเก่งๆ แล้วหวังว่าเขาจะเข้าระบบเอง

นี่คือเหตุผลที่พวกเขาสามารถสร้างทีมคุณภาพ โดยใช้งบที่น้อยกว่าทีมใหญ่หลายเท่า

เบื้องหลังความแข็งแกร่งทางใจของนักเตะคือ บียอร์น มันน์สเวิร์ค อดีตนักบินรบที่ผันตัวมาเป็นโค้ชด้านจิตวิทยา

เขาผู้นำแนวคิด "The Ring" (วงกลม) มาใช้ ทุกครั้งที่ทีมเสียประตู นักเตะจะรวมตัวกันเป็นวงทันทีในสนาม ไม่ใช่เพื่อโทษกัน แต่เพื่อพูดความจริงว่า เกิดอะไรขึ้น ใครพลาด จะแก้ยังไง

ในโลกการบิน การปิดบังความผิดพลาดคืออันตรายที่สุด คุณอาจรอดครั้งหนึ่ง แต่ครั้งต่อไปมันอาจจบชีวิต

โบโด/กลิมท์ เอาหลักนี้มาใช้ ทำให้นักเตะไม่กลัวความผิดพลาด แต่เรียนรู้จากมันทันที

และนั่นทำให้ทีมมีจิตใจที่นิ่ง แม้เจอสถานการณ์กดดัน

เมื่อระบบฟุตบอล + mindset มารวมกัน นี่คือเหตุผลที่ทีมเล็ก ๆ จากเมืองหนาว สามารถเล่นด้วยความมั่นใจ ต่อกรทีมใหญ่ในยุโรปได้

เพราะพวกเขาไม่ได้หวังปาฏิหาริย์ พวกเขามี ระบบฟุตบอลชัดเจน

ตามข้อมูลจาก Opta นี่คือครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1972 (ยุค อาแจ็กซ์ รุ่งเรือง) ที่มีทีมนอกบิ๊ก 5 ของยุโรป สามารถเอาชนะทีมจากลีกใหญ่ (อังกฤษ, สเปน, เยอรมนี, อิตาลี, ฝรั่งเศส) ได้ 4 นัดติดต่อกันในรายการชิงแชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่

โบโด/กลิมต์ กำลังรอจับเจอ สปอร์ติ้ง ลิสบอน หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในรอบถัดไป และจากผลงานที่ผ่านมา คงไม่มีใครกล้าประมาททีมขั้วโลกเหนือทีมนี้อีกต่อไป เพราะพวกเขาพิสูจน์แล้วว่า ปาฏิหาริย์สร้างได้ด้วยระบบและหัวใจ



ที่มาของภาพ : getty image
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport