กลายเป็นเรื่องที่สาวก "เดอะ กันเนอร์ส" ต้องทำใจให้ชินเสียแล้ว สำหรับอาการบาดเจ็บของนักเตะที่มักจะเกิดขึ้นในวินาทีสุดท้ายก่อนเริ่มเกม ล่าสุดในเกมเอฟเอ คัพ กับ วีแกน แอธเลติก ริคคาร์โด้ คาลาฟิโอรี่ ต้องถอนตัวกะทันหันในช่วงวอร์มอัพ ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 3 ในฤดูกาลนี้ที่ลูกทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ต้องเผชิญกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตตัวผู้เล่น อาร์เตต้ากลับทำให้แฟนบอลได้เห็น "แสงสว่าง" ครั้งใหม่ เมื่อเขาตัดสินใจปรับหมากครั้งสำคัญด้วยการขยับ บูกาโย่ ซาก้า เข้ามายืนในบทบาทเพลย์เมกเกอร์หมายเลข 10 ซึ่งอาจกลายเป็นอาวุธลับชิ้นใหม่ของทีม
ปัญหานักเตะบาดเจ็บในแผงมิดฟิลด์ของอาร์เซน่อลเข้าขั้นวิกฤต เมื่อกัปตันทีมอย่าง มาร์ติน โอเดการ์ด รวมถึง ไค ฮาแวร์ตซ์ และ มิเกล เมริโน่ ต่างยังไม่พร้อมลงสนาม ขณะที่ดาวรุ่งอย่าง อีธาน เอ็นวาเนรี่ ก็ถูกปล่อยยืมตัวไปอยู่กับมาร์กเซย
อาร์เตต้าจึงเลือก "Shuffle" ตำแหน่งผู้เล่น โดยขยับ ไมล์ส ลูอิส-สเคลลี่ ลงไปยืนแบ็กซ้าย และเปิดพื้นที่ตรงกลางให้ซาก้าที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บที่สะโพก ได้เข้ามาบัญชาเกมในบทบาทจอมทัพอย่างเต็มตัว
อูเมียร์ อิร์ฟาน ผู้เชี่ยวชาญด้านแท็กติกฟุตบอลวิเคราะห์ว่า การขยับซาก้าเข้ามาเล่นตรงกลางเป็นการปลดล็อกขีดจำกัดของตัวนักเตะเอง:
อิสระแบบ 360 องศา: จากเดิมที่เล่นริมเส้น ซาก้าจะถูกจำกัดมุมมองด้วยเส้นข้างสนาม (180 องศา) แต่เมื่อยืนตรงกลาง เขาสามารถจ่ายบอลหรือเลี้ยงกินตัวได้รอบทิศทาง ทำให้คู่แข่งคาดเดาจังหวะได้ยากขึ้น
การสลับตำแหน่งที่ไหลลื่น : ซาก้าโชว์ความสามารถในการสลับตำแหน่งกับ โนนี่ มาดูเอเก้ (ที่ยืนปีกขวาแทนเขา) ได้อย่างแนบเนียน ประตูที่สามของทีมในนัดล่าสุดคือบทพิสูจน์ชั้นดีที่เกิดจากการประสานงานของทั้งคู่
การเอาตัวรอดในที่แคบ: ด้วยสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งและการครองบอลที่เหนียวแน่น ซาก้าสามารถรับแรงปะทะจากกองหลังที่เข้ามากดดันจากด้านหลังได้ดีเยี่ยม ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้เล่นตำแหน่งหมายเลข 10
การขยับซาก้ามาเล่นตรงกลาง ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหากองกลางบาดเจ็บ แต่ยังส่งผลบวกต่อภาพรวมของทีม:
เปิดพื้นที่ให้ โนนี่ มาดูเอเก้: ที่กำลังฟอร์มร้อนแรง (3 ประตู 1 แอสซิสต์ จาก 5 นัดหลัง) ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง
เปิดทางให้ แม็กซ์ ดาวแมน: ดาวรุ่งวัย 16 ปีที่มีโอกาสได้ลงเล่นร่วมกับซาก้ามากขึ้นในระบบที่มีความยืดหยุ่นสูง
ใกล้ประตูมากขึ้น: สถิติ 7 ประตู 7 แอสซิสต์ จาก 33 นัดของซาก้าในฤดูกาลนี้ อาจพุ่งสูงขึ้นหากเขาได้อยู่ในตำแหน่งที่มีโอกาสจบสกอร์หรือจ่ายบอลสุดท้ายได้บ่อยกว่าเดิม
หลังจบเกม มิเกล อาร์เตต้า ยอมรับว่านี่คือแผนการที่เขามีความคิดที่จะทดลองอยู่แล้ว "มันเป็นไปได้ และผมอยากจะลองดู เราอาจจะใช้มันอีกในอนาคต เพราะฤดูกาลนี้ยังมีอีกหลายเกมและหลายสถานการณ์ที่เราต้องเจอ"
หาก "ซาก้า #10" คือร่างทองที่อาร์เตต้าตั้งใจสร้างขึ้นจริง นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยให้อาร์เซน่อลยังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกต่อไป แม้จะต้องเผชิญกับปัญหานักเตะบาดเจ็บที่รุมเร้าก็ตาม