เผยความลับ คล็อปป์ เกือบลงเอยยักษ์ใหญ่ 2 รอบ และเมินบิ๊กทีม พรีเมียร์ลีก อีก 2

เผยความลับ คล็อปป์ เกือบลงเอยยักษ์ใหญ่ 2 รอบ และเมินบิ๊กทีม พรีเมียร์ลีก อีก 2
มาร์ค โคซิคเก้ ที่ปรึกษา เจอร์เกน คล็อปป์ ออกมาเปิดเผยข้อมูลสุดช็อกว่า ทั้ง แมนยูไนเต็ด และ เชลซี ต่างเคยพยายามยื่นข้อเสนอทาบทามให้กลับมาคุมทีมใน อังกฤษ อีกครั้ง พร้อมเผยความลับเคยเกือบคุม บาเยิร์น ถึง 2 ครั้ง

มาร์ค โคซิคเก้ ที่ปรึกษาคู่ใจของ เจอร์เกน คล็อปป์ เปิดเผยกับ Transfermarkt ว่า หลังจากที่ คล็อปป์ อำลาถิ่นแอนฟิลด์ในเดือนพฤษภาคม 2024 สโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง แมนยูไนเต็ด และ เชลซี ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อสอบถามความเป็นไปได้ในการดึงตัวเขาไปร่วมทีม

แม้ว่า คล็อปป์ จะเคยลั่นวาจาไว้ตั้งแต่วันที่ลา ลิเวอร์พูล ว่า "จะไม่มีวันคุมทีมสโมสรอื่นใน อังกฤษ อีกเลย" แต่ดูเหมือนว่าคำประกาศนั้นจะไม่สามารถหยุดยั้งความพยายามของสองทีมคู่ปรับที่หวังจะทดสอบความมุ่งมั่นของเขาได้ 

อย่างไรก็ตาม ทั้ง แมนยูไนเต็ด และ เชลซี ได้ออกมาปฏิเสธข้อมูลดังกล่าวผ่านสื่ออย่าง The Athletic ว่าไม่ได้มีการสอบถามใด ๆ เกิดขึ้น

ปัจจุบัน คล็อปป์ ในวัย 58 ปี ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายฟุตบอลระดับโลกของกลุ่ม เรดบูลล์ ซึ่ง โคซิคเก้ ระบุว่าเขากำลังมีความสุขมาก "ในตอนนี้ผมยังมองไม่เห็นโอกาสที่เขาจะกลับไปคุมทีม เพราะเขามีความสุขมากกับบทบาทใหม่และสภาพแวดล้อมนี้"

เอเยนต์รายนี้ยังเผยอีกว่า ก่อนจะตกลงรับงานกับ เรดบูลล์ คล็อปป์ มีโอกาสที่จะเลือกคุมทีมชาติมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา หรือ อังกฤษ และอาจรวมถึง เยอรมนี ด้วย หากในตอนนั้น ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งอยู่ก่อนแล้ว 

"เยอร์เกนกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการเป็นโค้ชที่มองภาพกว้างสู่การมีความรับผิดชอบในเชิงบริหารจัดการมากขึ้น"

นอกจากข่าวใน อังกฤษ แล้ว โคซิคเก้ ยังเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า บาเยิร์น มิวนิค เคยเกือบจะได้ตัวคล็อปป์ไปคุมทีมถึง 2 ครั้ง

นั่นคือ ครั้งแรกในปี 2008 อูลี่ เฮอเนส ที่ต้องการตัว คล็อปป์ แต่ทาง คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ เลือกที่จะดึง เจอร์เก้น คลินส์มันน์ เข้ามาแทน

ส่วนอีกครั้งในปี 2019 หลังจาก นิโก้ โควัช ลาออกจากตำแหน่ง (ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ คล็อปป์ พา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก) บาเยิร์น ได้ติดต่อเข้ามาอีกครั้ง แต่ตอนนั้นไม่มีใครคาดคิดว่า ฮันซี่ ฟลิค จะพาทีมประสบความสำเร็จอย่างสูง ทำให้จังหวะเวลาไม่ลงตัว



ที่มาของภาพ : getty image
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport