โลกฟุตบอลกำลังสั่นคลอนด้วยคำถามเดิมที่หาคำตอบไม่ได้ "ฟุตบอลจะดีกว่านี้ไหมถ้าไม่มี VAR?" หลังจากการแข่งขันเอฟเอ คัพ รอบ 4 ที่ไม่มีการใช้ VAR เผยให้เห็นทั้งความผิดพลาดที่น่าเหลือเชื่อในคู่ แอสตัน วิลล่า พบ นิวคาสเซิล และความลื่นไหลของเกมที่แฟนบอลถวิลหา
บทความนี้จะพาไปสำรวจมุมมองของกุนซือชั้นนำและเสียงสะท้อนจากแฟนบอลที่แตกออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน
1. ความแม่นยำ vs อรรถรส: ทางเลือกที่ต้องแลก
เกมที่นิวคาสเซิลบุกชนะวิลล่า 3-1 เกิดประเด็นอื้อฉาวเมื่อประตูขึ้นนำของ แทมมี่ อับราฮัม เป็นลูกล้ำหน้าอย่างชัดเจน แต่ผู้ตัดสินปล่อยให้เป็นประตู นอกจากนี้ยังมีจังหวะแฮนด์บอลและใบแดงที่ถูกมองข้าม
เอ็ดดี้ ฮาว (นิวคาสเซิล) : "ผมลำบากใจมาก เพราะเกมที่ไม่มี VAR มันน่าตื่นเต้นกว่าสำหรับแฟนบอลในแง่ของอารมณ์สด ๆ แต่ VAR ทำให้ผลการแข่งขันเที่ยงธรรม ซึ่งมีค่าเท่าทองคำในเกมระดับนี้"
อาร์เนอ สล็อต (ลิเวอร์พูล) : "ปกติผมชอบดูบอลแบบไม่มี VAR นะ เพราะเวลายิงเข้าเราจะดีใจได้ทันที แต่ตอนนี้เราชินกับมันแล้ว และผมอยากให้มี VAR ไว้เช็คแค่เรื่องที่ชัดเจนจริงๆ เช่น ล้ำหน้า หรือ บอลข้ามเส้น"
2. ผู้ตัดสินกลายเป็น "คนขี้กลัว" เพราะเทคโนโลยี?
อลัน เชียเรอร์ ตำนานกองหน้าแสดงทัศนะอย่างรุนแรงว่า VAR กำลังทำลายความสามารถของผู้ตัดสิน
"ผู้ตัดสินดูหวาดระแวงที่จะตัดสินใจเพราะพวกเขาขาดผ้าห่มชูชีพอย่าง VAR ความผิดพลาดในเกม วิลล่า แสดงให้เห็นว่าการตัดสินใจของมนุษย์แย่ลงเรื่อย ๆ"
ขณะที่ เกรแฮม สก็อตต์ อดีตผู้ตัดสินแย้งว่ามันไม่ยุติธรรมที่จะบอกว่าพวกเขาหลบหลัง VAR เพียงแต่เทคโนโลยีช่วยลดความกดดันเมื่อรู้ว่าข้อผิดพลาดร้ายแรงจะได้รับการแก้ไข
3. ข้อเสนอแนะ: เปลี่ยน "ขอบเขต" การใช้
แทนที่จะยกเลิก หลายฝ่ายเสนอให้ปรับลดการใช้งานให้เหลือเพียง "Clear and Obvious" (ชัดเจน) เท่านั้น
เลิกตีเส้นมิลลิเมตร : แฟนบอลหลายคนมองว่าการตีเส้นล้ำหน้าเพียงปลายนิ้วเป็นเรื่องไร้สาระ
กฎหนึ่งภาพจำ : หากดูภาพช้าเพียงครั้งเดียวแล้วเห็นว่าผิดพลาดค่อยกลับคำตัดสิน เพื่อไม่ให้เกมหยุดชะงักนานเกินไป