อาร์เน่อ สล็อต กุนซือลิเวอร์พูล สามารถดึงศักยภาพของนักเตะออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะฟอร์มการเล่นของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่โดดเด่นเหลือเกินทั้งยิงและแอสซิสต์ ในแมตช์ทุบ ไบรท์ตัน 3-0 ศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
สำหรับการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะนี่อาจเป็นเป้าหมายสำหรับทีมในการคว้าโทรฟี่แชมป์ที่มีลุ้นที่สุด เพราะพรีเมียร์ลีกแทบหมดสิทธิ์ฝัน ส่วน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เต็มไปด้วยคู่แข่งระดับพระกาฬทั้งนั้น
1.การหมุนเวียนตำแหน่งแบ็กขวาที่เหนือคาด
รายชื่อ 11 ตัวจริงที่ อาร์เน่อ ส่งลงสนาม บ่งชี้ว่า โดมินิค โซโบซไล จะถอยไปเล่นแบ็กขวาอีกครั้ง หลังพ้นโทษแบนจากเกมกับ ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งก่อนหน้านั้น วาตารุน เอ็นโด ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม กลับเป็น เคอร์ติส โจนส์ ที่ถอยลงไปยืนในแนวรับ ในตำแหน่งที่ดูเหมือนว่ามิดฟิลด์ของ "หงส์แดง" แทบทุกคนต่างเคยสลับกันมาลองเล่นแบ็กขวา
สำหรับข้อดีของการมีมิดฟิลด์ไปยืนในตำแหน่งแบ็กขวาก็คือการจับจังหวะการวิ่งของคู่แข่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไหวพริบในการวิ่งหลบแนวรับของไบรท์ตัน ก่อนจะชาร์จบอลเข้าประตูจากการเปิดบอล มิลอส เคอร์เคซ
ณ ตอนนี้บรรดานักเตะกองกลางของ "หงส์แดง" ไม่ว่าจะเป็น โซโบซไล, โจนส์, เอ็นโด (เจ็บ) หรือแม้แต่ ไรอัน กราเฟนแบร์ก สามารถที่จะขยับลงไปเล่นกองหลังได้ ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นความยืดหยุ่นที่ โค้ชอาร์เน่อ ต้องการ
2. "โซโบซไล" คืนสนามปุ๊บ แผลงฤทธิ์ปั๊บ!
โดมินิค โซโบซไล คือผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดของ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้แบบทิ้งห่างคนอื่นอย่างชัดเจน และแทบไม่มีใครเข้าใกล้ได้เลย ในซีซั่นที่ทีมขาดความสม่ำเสมอ ดาวเตะทีมชาติฮังการี กลับรักษาฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม
แม้ "โซโบ" จะถูกโยกไปเล่นหลายตำแหน่งก็ยังคงทำหน้าที่ได้ดี ส่วนการเล่นลูกฟรีคิกอันทรงพลังของเขาอาจกลายเป็นไฮไลต์ประจำฤดูกาล 2025/26 อย่างแน่นอน แต่สิ่งที่ทำให้นักเตะครบเครื่องคืออัตราความทุ่มเท, ความแข็งแกร่งทางร่างกาย, การผ่านบอลแม่นยำ และการจบสกอร์ที่เฉียบคม
ประตูของเขาในคืนนี้คือภาพสะท้อนศักยภาพดังกล่าว จังหวะที่ยิงประตู โซโบซไล วิ่งออกตัวทันทีที่เห็นการเปิดบอลยาวสลับแกนไปให้ โม ซาลาห์ ซึ่งแตะบอลได้อย่างยอดเยี่ยมก่อนที่ "โซโบ" จะซัดเต็มข้อแบบสายฟ้าฟาดชนิดที่ เจสัน สตีล หมดสิทธิ์ป้องกัน นั่นคือประตูที่ 10 ของเขาในฤดูกาลนี้ บวกกับอีก 7 แอสซิสต์
3. สัญญาณอันดี! "ซาลาห์" เริ่มคืนฟอร์มเก่ง
นับตั้งแต่กลับมาจากศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ เมื่อเดือนมกราคม ฟอร์มของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อาจดูเรียบง่ายและไม่หวือหวา โดยทำได้ 1 ประตูกับ 3 แอสซิสต์จาก 6 นัด ความร้อนแรงและฟอร์มระดับสะกดสายตาแบบช่วงพีคกับ "หงส์แดง" ยังไม่ปรากฏชัดเจนเหมือนเดิม แต่ผลงานของเขายังคงมีส่วนสำคัญในเกมที่เอาชนะ ไบรท์ตัน
จังหวะจ่ายบอลเร็วที่ทั้งฉลาด และนุ่มนวลราวกับชั่งน้ำหนัก ไปเข้าทางวิ่งของ โซโบซไล ต้องบอกว่างดงามเนียนตาสุดๆ และภาพที่เขาลากบอลผ่าน เฟอร์ดี้ คาดิโอกลู ก่อนตัดเข้าในจนเรียกจุดโทษจาก ปาสกาล โกรสส์ ก็ชวนให้นึกถึงช่วงเวลารุ่งโรจน์ในสีเสื้อ "เดอะ เร้ดส์" อีกครั้ง
แม้ตัวเลขผลงานในฤดูกาลนี้จะไม่โดดเด่นมากนัก และประเด็นความตึงเครียดกับ โค้ชอาร์เน่อ อาจไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่ตอนนี้ ซาลาห์ กำลังค่อยๆ กลับมาใกล้เคียงกับฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองอีกครั้ง
4. สถานการณ์ของ "เฮือร์เซเลอร์" ชักไม่ค่อยดี
ไบรท์ตัน ลงเล่นเกมนี้ด้วยผลงานชนะเพียงนัดเดียวจาก 13 เกมหลังสุดในศึกพรีเมียร์ลีก ท่ามกลางกระแสข่าวที่เริ่มดังขึ้นเกี่ยวกับอนาคตของ ฟาเบียน เฮือร์เซเลอร์ ชักไม่แน่นอนซะแล้ว
แม้การบุกไปเยือนแอนฟิลด์ในเกมเอฟเอ คัพ จะไม่ใช่งานที่ถูกคาดหวังมากนัก แต่ฟอร์มการเล่นของพวกเขาก็ไม่ได้ช่วยสยบกระแสวิจารณ์แต่อย่างใด ทัพ "เดอะ ซีกัลส์" ประสบปัญหาทั้งเกมรุกที่ฝืดเคืองและเกมรับที่เสียประตูง่ายในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
รายงานจาก "เดอะ เทเลกราฟ" สื่อดังในอังกฤษ ระบุว่า แม้ เฮือร์เซเลอร์ ยังได้รับการสนับสนุนจากบอร์ดบริหารสโมสรในเวลานี้ โดย ไบรท์ตัน รั้งอันดับ 14 และมีคะแนนห่างจากโซนตกชั้นของพรีเมียร์ลีกอยู่ 7 แต้ม แต่หากผลงานยังไม่กระเตื้อง เขาอาจถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อจบฤดูกาล หลังทีมมีแนวโน้มผลงานถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง
5. เอฟเอ คัพ คือเป้าหมายหลักของ "หงส์แดง" หรือไม่ ?
ลิเวอร์พูล รั้งอันดับ 6 ในตารางพรีเมียร์ลีก โดยฟอร์มของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ทำให้พวกเขาหลุดจากพื้นที่ท็อปโฟร์ และกำลังลุ้นอย่างหนักเพื่อคว้าสิทธิ์ไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าแบบอัตโนมัติ
สำหรับโอกาสในการป้องกันแชมป์ลีกหมดลงไปแล้ว เพราะตามหลัง อาร์เซน่อล จ่าฝูง 15 คะแนน ดังนั้นการมองไปที่โทรฟี่แชมป์ เอฟเอ คัพ อาจกลายเป็นเส้นทางลุ้นความสำเร็จในซีซั่นนี้ของ โค้ชอาร์เน่อ ก็ได้
แน่นอนว่ายังมีความท้าทายที่หนักกว่านี้รออยู่ในรอบลึกๆ เกมนี้อาจไม่ได้ยาก แต่ก็ไม่ง่าย ดังนั้น เอฟเอ คัพ อาจเป็นเส้นทางที่ง่ายที่สุดสู่ถ้วยแชมป์ และเป็นโอกาสคว้าแชมป์ที่สนามเวมบลี่ย์อีกครั้งในฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก นับตั้งแต่ความสำเร็จครั้งล่าสุดเมื่อปี 2022