มีประโยคหนึ่งจาก อาร์เน่อ ที่สะท้อนความหงุดหงิดได้ชัดเจนที่สุดในฤดูกาลนี้
"เราเล่นมา 30 เกม และผมคิดว่า 28 ครั้งของการประชุมก่อนเกม ผมสามารถโยนทิ้งลงถังขยะได้เลย" เขาพูดไว้หลังเกมที่ชนะ บาร์นสลี่ย์ ในศึก เอฟเอ คัพ รอบ 3 เมื่อเดือนมกราคม
คำถามคือ เขาพูดถูกไหม? และถ้าถูก มันอันตรายแค่ไหน?
มองกันตามตรง ทุกทีมก็ปรับแผนตามคู่แข่งอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ อาร์เน่อ พูดถึงคือ การเปลี่ยนโครงสร้างทั้งระบบ
จากแบ็กโฟร์เป็นแบ็กไฟว์
จากเพรสสูงเป็นตั้งรับลึก 5-4-1
จากต่อบอลสั้นเป็นแทงบอลยาว 70+ ครั้ง
จากปีกยืนกว้างเป็นหุบเข้ากลางเพิ่มจำนวนในมิดฟิลด์
ตัวอย่างชัด ๆ เบิร์นลี่ย์ตั้ง 5-4-1 ต่ำกว่าปกติ, ฟูแล่ม เปลี่ยนมาเล่นหลังห้า, แมนยู เล่นบอลยาว 75 ครั้งที่ แอนฟิลด์
พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล คือทีมที่ถูกออกแบบแผนเฉพาะกิจใส่มากที่สุดทีมหนึ่ง
ดังนั้นเชิงข้อเท็จจริง อาร์เน่อ เองก็พูดถูก
แต่...
ทำไมฤดูกาลนี้มันหนักกว่าฤดูกาลแรก?
ปีแรกของ อาร์เน่อ ลิเวอร์พูล เป็นทีมนิ่งและคาดเดาได้ยาก
คุมเกมกลางสนามดี เปลี่ยนจังหวะเร็ว รับไม่เปิดหน้า ลูกนิ่งแข็งแรง คู่แข่งจึงยังเล่นในกรอบของตัวเอง
แต่ปีนี้...
ลิเวอร์พูล มีจุดอ่อนชัดเจน ทีมเสียประตูจากทรานซิชัน รับมือบอลยาวไม่เด็ดขาด เจาะ low block ไม่ค่อยได้
ทุกทีมเริ่มปรับเฉพาะกิจใส่ ลิเวอร์พูล
ปัญหาที่แท้จริง ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมที่ต้องแก้เกมตามคู่แข่ง
อาร์เน่อ กำลังบอกว่า ลิเวอร์พูล เสีย 45 นาทีแรกไปกับการแก้โจทย์
นั่นหมายความว่า คู่แข่งเริ่มเกมด้วยแผนที่เซอร์ไพรส์ ลิเวอร์พูล ต้องรอดูแล้วปรับในครึ่งหลัง ค่อย ๆ เล่นในแบบของตัวเอง
นี่คือสาเหตุที่หลายเกม ลิเวอร์พูล ดูดีแค่ 30-35 นาที เป็นเพราะพวกเขาเริ่มเกมช้า
ทีมอย่าง เบิร์นลี่ย์ หรือ ซันเดอร์แลนด์ ไม่ได้ต้องการชนะด้วยฟุตบอลสวยงาม
พวกเขาต้องการตัดจังหวะ ลดพื้นที่ ชะลอเกม เปลี่ยนทุกฟรีคิกเป็นจังหวะพัก
ลิเวอร์พูลสร้าง xG ได้แต่ไม่คมพอ และเมื่อดันสูง พื้นที่ด้านหลังก็เปิด
นี่คือความสมดุลที่ อาร์เน่อ ยังหาคำตอบสุดท้ายไม่เจอ
ตามข้อมูลบอกว่า หลายเกมของ ลิเวอร์พูล ติดอันดับเกมที่มีบอลยาวสูงสุดของฤดูกาล
ทำไม? เพราะคู่แข่งรู้ว่า ลิเวอร์พูล เพรสดี
ทางออกของคู่แข่งคือ ข้ามแดนกลางไปเลย
บอลยาว 60–75 ครั้งไม่ใช่ฟุตบอลสวย แต่มันตัด half-space และบังคับให้เซ็นเตอร์รับมือจังหวะสองตลอดเกม
ถ้าคุมบอลสองไม่ได้ ทีมจะเสียโมเมนตัม นี่คือจุดที่ อาร์เน่อ ยอมรับว่าต้องแก้
แล้ว อาร์เน่อ กำลังทำอะไรอยู่?
ดิ แอธเลติก บอกว่า เขาไม่ได้หยุดวิเคราะห์ ตรงกันข้าม เขาประชุม 3 ครั้งก่อนทุกเกม
วิเคราะห์คู่แข่ง, ลูกตั้งเตะ, แผนเฉพาะเกม
แต่จุดที่เขาเน้นมากขึ้นคือ ประชุมสุดท้ายจะโฟกัสจุดแข็งของทีม
นี่คือการปรับมายด์เซท จากกลัวสิ่งที่คู่แข่งจะทำไปสู่เราจะคุมเกมได้อย่างไร
เพราะถ้าต้องตามหลังเชิงแทกติกตลอด คุณจะตามหลังเสมอ
น่าสนใจว่า เก็บแต้มจาก อาร์เซน่อล 4 แต้ม ชนะ เรอัล มาดริด ชนะ อินเตอร์ มิลาน ที่ ซาน ซิโร่ เพราะเกมใหญ่ไม่ตั้งรับลึก
เกมใหญ่เปิดพื้นที่ เปิดจังหวะ เปิดสปีด ลิเวอร์พูล จึงตั้งเกมของตัวเองได้
...
เมื่อ ลิเวอร์พูล เริ่มเกมช้า เล่นดีแค่ 30 นาที เสียประตูท้ายเกม ดูไม่สม่ำเสมอ
ถ้าแก้ไม่ได้ Top 4 จะกลายเป็นแค่ความหวัง
ถ้าแก้ได้ทีมจะกลับมาคุมเกมอีกครั้ง
พรีเมียร์ลีก ไม่ใช่ลีกที่ให้คุณเล่นในแบบเดิมทั้งปี
มันคือลีกที่ถ้าคุณดี ทุกคนจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อหยุดคุณ
คำถามสุดท้ายจึงไม่ใช่ว่า "คู่แข่งเปลี่ยนแท็กติกจริงไหม?" แต่คือ ลิเวอร์พูล พร้อมเปลี่ยนเร็วพอหรือยัง?
คนที่ปรับตัวช้ากว่าจะกลายเป็นฝ่ายตามหลังไปตลอด
#HOSSALONSO