การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเริ่มทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ หลังจากทัพ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ทำได้เพียงเสมอ เบรนท์ฟอร์ด 1-1
คำถามเดิมๆ เริ่มกลับมาหลอกหลอนแฟนบอลอีกครั้งว่า..."อาร์เซน่อลจะแผ่วปลายเหมือนปีก่อนๆ หรือเปล่า?
แม้ตอนนี้ลูกทีมของ มิเกล อาร์เตต้า จะยังครองจ่าฝูงโดยมีแต้มนำห่าง 4 คะแนน และแพ้ไปเพียง 3 นัดตลอดทั้งฤดูกาล แต่เมื่อคนที่ไล่กวดข้างหลังคือ "แมนเชสเตอร์ ซิตี้" ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ช่องว่างแค่นี้ยังไม่ทำให้รู้สึกอุ่นใจมากนัก!
หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ หากอาร์เซน่อลเอาชนะเบรนท์ฟอร์ดได้ พวกเขาจะนำห่าง 6 แต้ม และมีโอกาสขยับเป็น 9 คะแนน หากชนะวูล์ฟส์ในเกมกลางสัปดาห์ (ซึ่งเตะก่อนซิตี้) แต่เมื่อทำไม่ได้ โมเมนตัมจึงเริ่มสั่นคลอนเล็กน้อย
อีกปัจจัยคือ “เรือใบสีฟ้า” เคยโชว์ฟอร์มร้อนแรงไล่แซงคว้าแชมป์มาแล้วหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขณะที่อาร์เซน่อลเองจบอันดับ 2 มาแล้ว 3 ฤดูกาลติดต่อกัน ทำให้ภาพจำเรื่องแรงกดดันปลายซีซั่นยังตามหลอกหลอนแฟนบอลอยู่เสมอ
สถิติที่น่ากังวล: 12 เกมสุดท้ายที่ "ใจไม่แข็งพอ"
หากกางสถิติย้อนหลัง 5 ฤดูกาลในช่วง 12 นัดสุดท้าย สถิติในอดีตไม่เข้าข้างอาร์เซน่อลนัก หลังจากมีเพียงครั้งเดียวที่อาร์เซน่อลชนะถึง 10 จาก 12 นัดท้าย และ อาร์เซน่อลไม่เคยเก็บแต้มใน 12 นัดสุดท้ายได้มากกว่าทีมที่คว้าแชมป์
ผลงาน 12 นัดท้ายของอาร์เซน่อล เทียบกับแชมป์พรีเมียร์ลีก ใน 5 ซีซั่นหลังสุด
2020-21:
2021-22:
2022-23:
2023-24:
2024-25:
เห็นได้ชัดว่าในปีก่อนๆ แมนฯ ซิตี้ มักจะเร่งเครื่องเก็บชัยชนะรัวๆ ในช่วงท้าย ในขณะที่อาร์เซน่อลมักจะมีจังหวะสะดุดให้เห็นเสมอ
อาร์เตต้า: “เราต้องตัดเสียงรบกวนจากภายนอก”
เมื่อถูกถามถึงแรงกดดันและประวัติศาสตร์ที่ไม่ค่อยดีนักในเส้นทางลุ้นแชมป์ อาร์เตต้าตอบชัดเจนว่า
“นั่นคือสิ่งที่เราต้องทำ เราจะเตรียมตัวเพื่อชนะทุกเกม โฟกัสแค่สิ่งที่เราควบคุมได้ และยกระดับตัวเองทั้งในฐานะทีมและรายบุคคลให้ดีกว่าคู่แข่งในทุกสัปดาห์
สิ่งเหล่านี้คือเรื่องสำคัญที่สุด”
ก่อนที่แมนซิตี้จะเฉือนชนะลิเวอร์พูลแบบดราม่าในวันอาทิตย์ ดูเหมือนอาร์เซน่อลจะมีโอกาสหนีห่างถึง 9 แต้ม แต่หลังจาก เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ซัดจุดโทษท้ายเกม รวมถึงชัยชนะเหนือฟูแล่ม ช่องว่างถูกลดเหลือเพียง 3 คะแนน และแรงกดดันก็ย้อนกลับมาที่ลอนดอนเหนือทันที
อย่างไรก็ตาม อาร์เตต้าไม่มองว่าการต้องลงเล่นหลังซิตี้จะสร้างแรงกดดันพิเศษแต่อย่างใด เพราะทีมเคยทำได้ดีในสถานการณ์แบบนี้มาแล้วหลายครั้ง
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ จาก 17 เกมลีกที่อาร์เซน่อลยิงนำก่อน พวกเขาพลาดชัยชนะเพียง 2 นัดเท่านั้น (เสมอ เบรนท์ฟอร์ด และ แพ้ แมนยูไนเต็ด ในเดือนมกราคม)
“นี่คือฤดูกาลรถไฟเหาะ” – เดแคลน ไรซ์
เดแคลน ไรซ์ สรุปภาพรวมได้อย่างชัดเจนว่า
“นี่คือฤดูกาลแบบรถไฟเหาะ
อย่าคิดง่าย ๆ ว่ามันจะง่าย เราเจอกับทีมที่ดีที่สุดทุกสัปดาห์ เราต้องผลักดันตัวเองต่อไป เชื่อมั่นในทีม และควบคุมสิ่งที่ควบคุมได้
เราต้องตัดเสียงรบกวนจากภายนอก เราทำได้ดีมากในเรื่องนี้ กลุ่มนักเตะของเรายังนิ่งและสงบ”
ตัวหลักเจ็บในช่วงสำคัญ
เกมล่าสุด อาร์เซน่อลไม่มี วิลเลียม ซาลิบา ที่ป่วย ซึ่งเขาถือเป็นหัวใจสำคัญในแนวรับ คู่กับ กาเบรียล มากัลเญส จนทีมเสียไปเพียง 18 ประตูในลีกฤดูกาลนี้
ตั้งแต่ซีซั่น 2022-23 เป็นต้นมา
นอกจากนี้ ไค ฮาแวร์ตซ์ ก็เจ็บกล้ามเนื้อหลังเพิ่งหายจากอาการเข่าระยะยาวกลับมาไม่นาน
ขณะที่การปรับทีมหลายตำแหน่งก็ไม่ค่อยส่งผลดี เพราะ 7 เกมลีกหลังที่มีการเปลี่ยนตัวจริง 4 ตำแหน่งขึ้นไป อาร์เซน่อลชนะได้แค่ 2 นัด
มุมมองกูรู: "โอกาสทองที่หาไม่ได้อีกแล้ว"
ปีเตอร์ เคร้าช์ ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า ปีนี้คือโอกาสที่ดีที่สุดของอาร์เซน่อล เพราะคู่แข่งอย่าง ซิตี้ หรือลิเวอร์พูล ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ไร้เทียมทานเหมือนปีก่อนๆ "ถ้าปีนี้อาร์เซน่อลคว้าแชมป์ไม่ได้ พวกเขาจะต้องเจอกับคำถามมากมายแน่นอน"
โปรแกรมที่ต้องจับตา:
18 เมษายน นี้ อาจเป็นวันตัดสิน! แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ อาร์เซน่อล ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม แมตช์ที่อาจชี้ชะตาแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้!
โปรแกรม 12 นัดสุดท้าย
อาร์เซน่อล
แมนฯ ซิตี้
บทสรุปจึงชัดเจนว่า อาร์เซน่อลยังถือไพ่เหนือกว่า แต่ประวัติศาสตร์และคู่แข่งอย่างแมนฯ ซิตี้ ทำให้เส้นทางนี้ไม่มีคำว่าง่าย
คำถามคือ พวกเขาจะก้าวข้ามเงาของตัวเองในช่วงปลายฤดูกาลได้หรือไม่?