เจาะลึกผลกระทบการปลด โธมัส แฟรงค์ ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อผลงานในลีกอาจดีขึ้นจากความเรียบง่าย แต่เวทียุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก อาจเผชิญความเสี่ยงจากการขาดกุนซือสายแท็กติก
การตัดสินใจปลด โธมัส แฟรงค์ ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง หลังผลงานในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ดิ่งลงอย่างหนัก รั้งอันดับ 16 ของตาราง ชนะเพียง 2 จาก 17 นัดหลัง และมีแต้มนำโซนตกชั้นเพียง 5 คะแนน
อย่างไรก็ตาม หากมองอีกมุมหนึ่ง ผลงานในเวทียุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก กลับสวนทางอย่างชัดเจน เมื่อสเปอร์สยังรั้งอันดับ 4 ของตาราง สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของรูปแบบการแข่งขัน และบทบาทของกุนซือที่มีผลต่อผลงานโดยตรง
ทางสะดวกกับการคืนสู่ “เบสิก” ในเกมลีก
รายงานจากหลายสื่อและมุมมองของกูรูฟุตบอลชี้ว่า ฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีกซึ่งต้องอาศัยความสม่ำเสมอและพลังทางร่างกายในระยะยาว อาจเอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านจากแนวทางที่เน้นรายละเอียดเชิงแท็กติกสูงของ โธมัส แฟรงค์ ไปสู่กุนซือคนใหม่ที่อาจเน้นเกมรุกตรงไปตรงมาและปลุกเร้าพลังนักเตะได้มากกว่า
แท็กติกของแฟรงค์ถูกมองว่า “ซับซ้อน” สำหรับนักเตะบางราย การลดทอนรายละเอียดและกลับไปสู่ฟุตบอลที่เรียบง่าย อาจช่วยให้ทีมเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น อีกทั้งสไตล์ที่เน้นเกมรุกและความเอนเตอร์เทน อาจช่วยกลบจุดอ่อนเกมรับ ด้วยการยิงประตูคืนให้มากกว่าเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่ แฟนบอลสเปอร์ส เรียกร้องมาโดยตลอด
UCL ความเสี่ยงจากการขาด “จอมวางหมาก”
ในทางตรงกันข้าม การแข่งขันในระดับ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก คือเวทีของรายละเอียดและการแก้เกมแบบนาทีกต่อนาที การขาดกุนซือที่เชี่ยวชาญด้านแท็กติกอย่าง โธมัส แฟรงค์ อาจกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญ
ฟุตบอลยุโรปคือการชิงไหวชิงพริบ การดวลทางความคิดกับคู่แข่งระดับท็อป การปลดกุนซือที่มีชื่อเสียงด้านการปรับแผนตามคู่แข่ง และเคยพิสูจน์ตัวเองมาแล้วจากการพาทีมรองบ่อนสร้างเซอร์ไพรส์ อาจทำให้ สเปอร์ส กลายเป็นทีมที่อ่านทางได้ง่ายในเวทียุโรป
หากทีมกลายเป็นฝ่ายเล่น “หน้าเดียว” โดยขาดการปรับแท็กติกตามสถานการณ์ นั่นคือความเสี่ยงโดยตรงในรายการที่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย อาจหมายถึงการตกรอบ ซึ่งนี่คือดาบอีกด้านของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในถิ่นลอนดอนเหนือครั้งนี้