ย้อนกลับไปวันที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม ประดับประดาด้วยถ้วยแชมป์ ยูโรป้า ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน แฟนบอลหลายคนคงคิดว่านี่คือการ 'Reset' ประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ รวมถึงพวกเขาได้กุนซือใหม่ที่ชื่อว่า โธมัส แฟร้งค์ ชายที่ถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะด้านแท็กติก
แต่ตัดภาพมาที่เดือนกุมภาพันธ์ 2026 กลิ่นอายของแชมป์ยุโรปจางหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงกลิ่นอายของความวิตกกังวลและเสียงโห่ที่ดังระงม หลังจบเกมพ่าย นิวคาสเซิ่ล คาบ้าน 1-2 และฟางเส้นสุดท้ายก็มาถึงสโมสรประกาศ "แยกทาง" ในที่สุด ... เกิดอะไรขึ้นกับ สเปอร์ส ในยุคของ แฟรงค์? ติดตามไปพร้อมกันที่นี่
แท็กติกที่ 'ตึง' จนสลึงขาด
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า โธมัส แฟรงค์ ย้ายจาก เบรนท์ฟอร์ด มาสู่ลอนดอนเหนือ ซึ่งเขาพกพาปรัชญาที่เคยใช้ได้ผลกับ 'ทีมเล็ก' มาใช้กับ 'ยักษ์ใหญ่' เขาต้องการความเป๊ะในทุกตารางนิ้ว การซ้อมที่หนักหน่วง และระบบที่เน้นความสม่ำเสมอ
ในฟุตบอลระดับท็อป ความเป๊ะอย่างเดียวมันไม่พอ ตามรายงานจาก บีบีซี ระบุว่า ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือ "ความยืดหยุ่น" สเปอร์ส ในยุคแฟรงค์พยายามสั่งให้นักเตะเล่นตามที่เขาต้องการ พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ เป็นเหมือนหุ่นยนต์ที่คุณโปรแกรมไว้แล้วล่วงหน้า
แต่เมื่อตัวหลักหลายคนเกิดอาการบาดเจ็บและแผงหลังเกิดอาการ "น็อตหลุด" แบบไม่คาดฝันอย่างที่เราเห็น คริสเตียน โรเมโร่ กองหลังกัปตันทีม ที่สร้างพะโล้อยู่บ่อย ๆ โดนใบแดงเป็นว่าเล่น ทำให้ระบบที่ แฟร้งค์ สร้างไว้ก็พังทลายเหมือนโดมิโน่
สถิติไม่ชนะใครมา 8 นัดติดต่อกัน เก็บชัยได้เพียง 2 จาก 17 เกมหลังสุด และหล่นมารั้งอันดับ 16 ของตาราง คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่บ่งบอกว่า "ปรัชญาที่แข็งกระด้าง" กำลังฆ่าสโมสรแห่งนี้ช้า ๆ
แชมเปี้ยนส์ลีก ภาพลวงตาที่กินแรง
สิ่งที่ย้อนแย้งที่สุดคือ สเปอร์ส ยังคงทำผลงานได้โดดเด่นในฟุตบอลยุโรป พวกเขาผ่านเข้ารอบ 16 ทีม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างน่าชื่นชม แต่นั่นแหละคือ "ยาพิษ"
สื่อชื่อดังอย่าง สกายสปอร์ต วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจว่า สเปอร์ส พยายามจะวิ่งบนลู่วิ่งสองเลนที่ความเร็วต่างกัน ในขณะที่ขาข้างหนึ่งกำลังเต้นรำอยู่ในเวทียุโรป ขาอีกข้างกลับติดหล่มอยู่ใน พรีเมียร์ลีก
ความเหนื่อยล้าของขุมกำลังที่บางตา และสภาพจิตใจที่ "แบกแชมป์เก่า" ไว้บนหลัง ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลแบบประคองตัวไปวัน ๆ จนกระทั่งรู้ตัวอีกที ... พวกเขาก็อยู่ห่างจากโซนสีแดงเพียง 5 คะแนน
บทเรียนของความทะเยอทะยาน
การถูกปลดของโธมัส แฟร้งค์ หลังจากคุมทีมได้เพียง 8 เดือน คือ เครื่องเตือนใจชั้นดีว่า ในโลกของฟุตบอล "อดีตไม่มีความหมายเท่าปัจจุบัน" การเป็นแชมป์ ยูโรป้า ลีก ไม่ได้การันตีว่าคุณจะไม่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้น และความเป็นยอดกุนซือจากทีมเล็ก ก็ไม่ได้เป็นใบเบิกทางสู่ความสำเร็จในทีมใหญ่เสมอไป
สเปอร์ส กำลังเผชิญกับวิกฤตศรัทธาที่ใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 50 ปี พวกเขาต้องเลือกระหว่าง การยึดติดกับอัตลักษณ์เดิม หรือการยอมรับความจริงว่า พวกเขากำลังถอยหลังลงคลอง ...
อ้างอิงจาก :