เจาะเบื้องหลังการยกเครื่องเซตพีซของ ลิเวอร์พูล จากจุดบอดสู่เขี้ยวเล็บสุดอันตราย

เจาะเบื้องหลังการยกเครื่องเซตพีซของ ลิเวอร์พูล จากจุดบอดสู่เขี้ยวเล็บสุดอันตราย
ลิเวอร์พูล กำลังมีสถิติลูกนิ่งที่เหลือเชื่อในปี 2026 โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่อาศัยลูกโขกของ เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ทลายกำแพงซันเดอร์แลนด์คว้า 3 แต้มสำคัญ

วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังสโมสรตัดสินใจแยกทางกับ แอร่อน บริกส์ และการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสงครามกายภาพบนเวที พรีเมียร์ลีก ที่เคยเป็นยาขม

1. "Briggs Effect"

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เริ่มจากการตัดสินใจปลด แอร่อน บริกส์ โค้ชผู้ดูแลลูกนิ่ง และถ่ายโอนความรับผิดชอบไปยังทีมสตาฟฟ์ชุดอื่น สถิติตัวเลขแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างสุดโต่ง

สิงหาคม-ธันวาคม 2025 : ยิงได้ 8 แต่เสียถึง 13 ประตู (ติดลบ 5)

มกราคม 2026-ปัจจุบัน : ยิงได้ 8 แต่เสียเพียง 2 ประตู (บวก 6) 

การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ปิดรอยรั่วที่เคยโดนวิจารณ์อย่างหนักในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก และเปลี่ยนสถานการณ์ลูกนิ่งให้กลายเป็นอาวุธเผด็จศึกในเกมที่อึดอัด

2. เมื่อ พรีเมียร์ลีก ไม่ใช่ แชมเปี้ยนส์ ลีก

การแก้ปมสงครามกายภาพ ลิเวอร์พูล เคยประสบปัญหาอย่างหนักใน พรีเมียร์ลีก ซึ่งมีความท้าทายทางสรีระและการเข้าปะทะที่รุนแรงกว่าเวทียุโรป (ส่งผลให้ผลต่างประตูจากลูกนิ่งใน พรีเมียร์ลีก เคยติดลบถึง -8 ขณะที่ UCL กลับเป็น +8) 

ทีมงานชุดใหม่ได้ปรับปรุงการรับมือกับสไตล์การเล่นที่เน้นความแข็งแกร่งและบอลไดเร็กต์ ทำให้ปัจจุบันทีมสามารถต่อกรกับทีมที่มีกายภาพสูงอย่าง ซันเดอร์แลนด์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. บทบาทอาวุธทำลายล้าง 

ฟาน ไดจ์ค กลายเป็นหัวใจสำคัญในกลยุทธ์ลูกนิ่งชุดใหม่นี้ เขาถูกใช้งานในลักษณะเดียวกับ กาเบรียล มากัลเญซ ของ อาร์เซน่อล คือการเป็นเป้าหมายหลักในอากาศที่คู่แข่งป้องกันได้ยาก 

ประตูชัยเหนือ ซันเดอร์แลนด์ คือข้อพิสูจน์ว่า แม้โอเพ่น เพลย์จะเจาะไม่เข้า แต่อาวุธกลางอากาศของ ลิเวอร์พูล พร้อมจะทำงาน

4. ถนนสู่ แชมเปี้ยนส์ ลีก

ประสิทธิภาพจากลูกนิ่งส่งผลโดยตรงต่อตารางคะแนน ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล ขยับเข้าใกล้โซน Top 4 อย่างเต็มตัว โดยตามหลัง เชลซี เพียง 2 แต้ม และ แมนยู 3 แต้ม 

การรักษามาตรฐาน ทำได้ 8 เสีย 2 นี้จะเป็นตัวตัดสินสำคัญในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล หากทีมยังต้องการกลับไปโลดแล่นในเวทียุโรปปีหน้า



ที่มาของภาพ : Getty image
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport