ในคืนที่สนามเปียก ลมแรง เกมอึดอัด ซันเดอร์แลนด์ ตั้งรับลึก ก่อกำแพงเป็นชั้น ๆ สิ่งที่ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ไม่หลุดมือคืออาวุธที่ทีมกำลังฟื้นคืนชีพอย่างก้าวกระโดด
"ลูกเซตพีซ" ที่ ลิเวอร์พูล มักเป็นจุดให้คู่แข่งเล่นงาน แต่ช่วงหลังมานี้ พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น
ช่วงต้นฤดูกาล ลิเวอร์พูล มีปัญหาเรื่องลูกนิ่งแบบหนักหน่วง
เสียประตูจากฟรีคิก เตะมุม ทุ่มไกล จังหวะสอง ทุกอย่างเหมือนพร้อมจะระเบิดใส่ตัวเอง
แล้วสิ่งที่โหดกว่านั้นคือ มันไม่ได้เป็นอุบัติเหตุหนึ่งครั้งสองครั้ง มันกลายเป็นนิสัยของทีม
แต่พอเข้าปี 2026 ตัวเลขมันเปลี่ยนแบบคนละโลก ยิงจากลูกนิ่ง 8 เสียจากลูกนิ่ง 2
ขณะที่ช่วงตั้งแต่สิงหาคมถึงปีใหม่ ยิงได้ 8 เท่ากัน แต่เสียไปถึง 13
ความต่างของสองช่วงเวลาคือ การเปลี่ยนแปลงทีมงาน
การปลด แอร่อน บริกส์ ออกจากบทบาทโค้ชลูกนิ่ง แล้วแบ่งหน้าที่ให้ทีมสต๊าฟชุดอื่นเข้ามารับผิดชอบแทน (ลูอิส มาโฮนี่)
มันเป็นการตัดสินใจที่ดูเหมือนโหดในเชิงการบริหาร แต่ผลลัพธ์ในสนามกำลังตอบว่าเวิร์ก
และเกมกับ ซันเดอร์แลนด์ คือหลักฐานแบบเป็นรูปธรรมที่สุด
เพราะนี่คือเกมที่โอเพ่นเพลย์พอจะชนะจริง ลิเวอร์พูล สร้างโอกาส ส่องรวม 23 ครั้ง ค่า xG สูงถึง 1.95 จำกัดคู่แข่งไว้ 0.66
แต่ ซันเดอร์แลนด์ บล็อกได้ดี ตั้งรับลึก แถมสภาพอากาศทำให้จังหวะสุดท้ายยิ่งยากขึ้น
สุดท้ายเกมประเภทนี้มันจะมีคำถามแทงใจเสมอว่า "จะเอาชนะได้ยังไง ถ้าพื้นที่ตรงกลางโดนอุดหมด?"
คำตอบคือ "ลูกนิ่ง" และนี่คือเหตุผลว่าทำไมลูกนิ่งถึงเป็นทางลัดของแต่ละทีม
ประตูชัยมาจากลูกโขกของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ แล้วเขาก็ไม่ใช่แค่เป็นคนทำประตูชัย
ภาพรวมทั้งเกม ฟาน ไดค์ ทำหน้าที่เหมือนคนคุมไซต์งานที่พายุเข้า
ลมแรง สนามแฉะ เกมโยน เกมปะทะ เกมสอง ทุกอย่างคือสภาพแวดล้อมที่ทีมเยือนมักพังง่าย ๆ
แต่ ฟาน ไดค์ เล่นเกมนี้แบบที่คำเดียวสรุปได้คือ ยอดเยี่ยม
ชนะดวล 9 จาก 10 เคลียร์บอล 14 ครั้ง
เมื่อเกมรุกติดขัด เขาก็กลายเป็นเป้าหมายในอากาศ จนถูกพูดถึงในฐานะอาวุธลูกนิ่งที่ทีมตั้งใจใช้จริงจัง
นี่คือสิ่งที่ทีมใหญ่ทำ เพราะเกมบางนัดคุณจะไม่ชนะด้วยความสวยงาม คุณต้องชนะด้วยความแน่นอน
อีกคนที่คุณต้องพูดถึงคือ อิบราฮิม่า โกนาเต้
เพราะนี่คือหนึ่งในเกมที่เขาเล่นได้ดีที่สุดของซีซั่น
ชนะดวล 8 จาก 9 รับมือ ไบรอัน บร็อบบี้ อยู่หมัด
สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ชนะดวล แต่คือการเล่นด้วยความนิ่ง เหมือนคนที่จัดการเรื่องในหัวตัวเองได้แล้ว และนั่นทำให้แนวรับทั้งแผงหายใจโล่ง
นี่คือคลีนชีตร่วมกันครั้งแรกของทั้งคู่นับตั้งแต่ 13 ธันวาคม (เกมชนะ ไบรท์ตัน)
ในฤดูกาลที่ ลิเวอร์พูล มีปัญหาเรื่องการปิดเกมและรักษาสกอร์ การที่คู่เซนเตอร์แบ็กกลับมาท็อปฟอร์มพร้อมกัน มันคือรากฐานที่ทีมจะเอาไปต่อยอด
ประเด็นที่น่าสนใจมากคือ ทำไม ลิเวอร์พูล ถึงมีผลต่างลูกนิ่งติดลบในพรีเมียร์ลีก แต่บวกใน แชมเปี้ยนส์ ลีก
คำตอบอยู่ที่สองคำ Physicality และ Directness
พรีเมียร์ลีก คือลีกที่เกมรับ-เกมรุกบนลูกนิ่งถูกดันให้เป็นการต่อสู้ทางร่างกายแบบเข้มข้น
ทีมจำนวนมากเล่นบอลตรง โยนใส่ กดดันพื้นที่สอง คุณไม่ได้มีเวลาตั้งไลน์ ไม่ได้มีเวลาขยับออกจากโซน
โดยเฉพาะเมื่อเจอทีมประเภท ซันเดอร์แลนด์ ทีมที่เล่นบอลโดยตรง เน้นชน เน้นโยน เน้นปะทะ
ดังนั้นความเปลี่ยนแปลงช่วงปี 2026 ที่ลิเวอร์พูลยิง 8 เสีย 2 มันมีความหมายมาก เพราะมันคือการบอกว่าทีมเริ่มยืนอยู่ในสนามรบนี้ได้
ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ สถิติของเขาในเกมนี้ไม่ได้หลอกตา ยิง 5 ครั้ง ชนเสา 1 สร้างโอกาส 2 เลี้ยงผ่าน 2/2 (100%) วางบอลยาวแม่น 3/3
เวียร์ตซ์ คือคนที่ทำให้เกมของ ลิเวอร์พูล มีชีวิต เขาลงมาล้วงลึกได้ วางบอลออกข้างได้ เปิดจังหวะให้ทีมเร่งสปีดได้
แต่ประเด็นคือ…เขาจะโหดกว่านี้อีกมาก ถ้าปีกสองข้างเข้าฟอร์มกว่านี้
อีกคนที่เกมนี้มีความหมายมากคือ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์
ชนะดวลบนพื้น 9/12 แท็คเกิลชนะ 6 จ่ายบอลแม่น 90% เลี้ยงผ่าน 2/3
เขากลายเป็นคนที่ตัดเกม และช่วยให้ ลิเวอร์พูล ขยับบอลเร็วขึ้น ซึ่งจำเป็นมากเวลาเจอทีมตั้งรับลึก
เกมแบบนี้ ลิเวอร์พูล ไม่ได้ต้องการคนที่เตะสวย แต่ต้องการคนที่ทำให้ทีมคุมจังหวะได้
แม็คก้า ทำหน้าที่นั้นได้ดี และเป็นสัญญาณบวกต่อช่วงโค้งสุดท้ายของซีซั่น
ส่วน กัคโป ยังเป็นที่พูดถึง เพราะยังไม่คม ยังไม่เด็ดในจังหวะที่ควรเป็นประตู
และเมื่อคุณเอามาวางคู่กับความจริงที่ว่า เวียร์ตซ์ กำลังสร้างโอกาสได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ มันยิ่งเจ็บ
อีกเรื่องที่แหล่งข้อมูลหยิบขึ้นมาคืออนาคตของ เคอร์ติส โจนส์
เพราะนี่คือสถานการณ์ที่มักลงเอยด้วยทางแยกเสมอ เขาไม่ได้สตาร์ตตัวจริง 6 นัดติด
สัญญากำลังจะเข้าสู่ 12 เดือนสุดท้ายหลังจบฤดูกาล มีข่าวโยงกับ อินเตอร์ มิลาน
เรื่องนี้อาจยังไม่ชัดวันนี้ แต่สโมสรจะต้องตัดสินใจ จะต่อสัญญา หรือขายก่อนเสียฟรี
...
ชัยชนะที่แถบอีสานเมืองผู้ดีทำให้ ลิเวอร์พูล กลับมามีหวังแบบจับต้องได้
ตามหลัง เชลซี 2 แต้ม ตามหลัง แมนยู 3 แต้ม ช่องว่างระดับนี้แปลว่าลุ้นได้ ถ้าชนะต่อเนื่อง
และโปรแกรมหลัง เอฟเอ คัพ กับ ไบรท์ตัน ยังมีเกมกับ ฟอเรสต์ เวสต์แฮม วูล์ฟส์
สามทีมที่หนีตกชั้นและมีสไตล์เน้นชน เน้นโยน เน้นดิ้นรนคล้าย ซันเดอร์แลนด์
เกมแบบนี้ ลิเวอร์พูล เคยเสียแต้มแบบไม่น่าเสียมาหลายรอบแล้ว ดังนั้นกุญแจของการลุ้น Top 4 ไม่ใช่แค่เล่นดี แต่คือ ชนะให้ได้แม้เกมอึดอัด
และลูกนิ่ง…คือหนึ่งในทางออกที่จับต้องได้ที่สุด
ฤดูกาลนี้เรื่องของ ลิเวอร์พูล คือ ความไม่สม่ำเสมอ
เล่นดีวันหนึ่ง แล้วหายไปอีกวันหนึ่ง ชนะเกมยากได้ แล้วไปสะดุดเกมที่ควรชนะ
ดังนั้นทุกครั้งที่มีสัญญาณว่า ทีมแก้จุดอ่อนจริง ๆ มันจึงมีค่ามหาศาล
การที่ลูกนิ่งดีขึ้นแบบก้าวกระโดดทำให้ทีมมีอีกหนึ่งวิธีในการชนะ
และทีมที่มีหลายวิธีในการชนะคือทีมที่อยู่ในเส้นทางของความสำเร็จ
ถ้า ลิเวอร์พูล ยังรักษามาตรฐานลูกนิ่งแบบนี้ได้ต่อไป
มันอาจเป็นเส้นเชือกบาง ๆ ที่พาทีมกลับไป แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงเป็นเครดิตสำคัญที่ช่วยให้อนาคตของ อาร์เน่อ มีพื้นที่หายใจมากขึ้น
บางครั้งการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุด เริ่มต้นจากรายละเอียดที่คนมองว่าเล็กที่สุดเสมอ...
-HOSSALONSO-