น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ยุคเจ้าป่าจอมเชือด! ล่าสุดประกาศแยกทางกับ ฌอน ไดซ์ เฮดโค้ชวัย 54 ปีเป็นที่เรียบร้อย หลังเข้ามารับตำแหน่งได้เพียง 4 เดือน โดยถือเป็นกุนซือรายที่ 3 ที่ถูกสังเวยในฤดูกาลนี้ต่อจาก นูโน่ เอสปิริโต ซานโต และ แอนจ์ ปอสเตโคกลู ท่ามกลางวิกฤตผลงานในลีกที่ชนะเพียง 3 จาก 13 นัดหลังสุด จนทีมหล่นไปอยู่ในพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น
ฟางเส้นสุดท้ายที่ซิตี้ กราวด์ จุดสิ้นสุดของ เซน ไดซ์ เกิดขึ้นหลังจบเกมที่ฟอเรสต์ทำได้เพียงเสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ทีมบ๊วยของตารางไป 0-0 ทั้งที่มีโอกาสยิงถล่มทลายถึง 35 ครั้งแต่กลับเปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้ ส่งผลให้ทีมเก็บชัยชนะได้เพียง 6 จาก 18 นัดในพรีเมียร์ลีกภายใต้การคุมทีมของเขา ปัจจุบันฟอเรสต์รั้งอันดับ 17 ของตาราง มีคะแนนเหนือโซนตกชั้นเพียง 3 แต้มเท่านั้น นอกจากนี้ยังเสียหน้าจากการตกรอบเอฟเอ คัพ รอบ 3 ด้วยการแพ้จุดโทษต่อ เร็กซ์แฮม ทีมจากแชมเปียนชิพ
ถ้อยแถลงจากสโมสรและใจความจาก ไดซ์ สโมสรน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ยืนยันการปลดในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยระบุว่า "เราขอขอบคุณ ฌอน และทีมงานสำหรับความพยายามในช่วงเวลาที่อยู่กับสโมสร และขออวยพรให้พวกเขาโชคดีในอนาคต"
ด้าน ไดซ์ เคยให้สัมภาษณ์หลังเกมเสมอกับวูล์ฟส์ว่าอนาคตของเขาขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ เอวานเจลอส มารินาคิส เจ้าของสโมสร "ถ้าเจ้าของต้องการเปลี่ยน นั่นคือสิทธิของเขา และนั่นคือความจริงของฟุตบอลในปัจจุบัน ผมแค่ทำงานหนักและแคร์สโมสรแห่งนี้มาก"
อาถรรพ์กุนซือและรอยร้าวภายใน ฤดูกาลนี้ถือเป็นปีที่วุ่นวายที่สุดในแง่การบริหารของฟอเรสต์
นูโน่ เอสปิริโต ซานโต: ถูกปลดเมื่อวันที่ 8 กันยายน หลังเริ่มซีซั่นได้ไม่ถึงเดือน ทั้งที่ปีก่อนพาทีมจบอันดับ 7 โดยมีรายงานรอยร้าวระหว่างเขากับ มารินาคิส และ เอดู (ผู้อำนวยการฟุตบอล)
แอนจ์ ปอสเตโคกลู : เข้ามาคุมทีม 8 นัดแต่ไม่ชนะใครเลยจนโดนสั่งเด้งในเดือนตุลาคม
ฌอน ไดซ์ : อดีตเด็กปั้นของ ฟอเรสต์ ถูกดึงมาแก้วิกฤต แม้จะเปิดตัวสวยด้วยการชนะ ปอร์โต้ 2-0 ใน ยูโรปา ลีก แต่ผลงานในลีกกลับสวนทางจนต้องถูกปลดในที่สุด
ภารกิจถัดไปในยุโรป การตัดสินใจปลด ไดซ์ เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจาก น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ มีคิวต้องออกไปเยือน เฟเนร์บาห์เช ในศึกยูโรปาลีก รอบเพลย์ออฟ นัดแรก วันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งสโมสรต้องรีบหากุนซือใหม่เข้ามารับหน้าที่ต่อสู้ในเวทียุโรปและประคองทีมให้อยู่รอดในพรีเมียร์ลีก