หากจะพูดถึงกุนซือที่ทำผลงานได้อย่างน้ำไหลไฟสว่างในนาทีนี้ คงหนีไม่พ้นชื่อของ ไมเคิ่ล คาร์ริค อดีตมิดฟิลด์ที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียง "ตัวประกอบ" ในยุคทองของอังกฤษ กำลังพิสูจน์ให้เห็นในบทบาทนายใหญ่ของ"ปีศาจแดง" แมนยูไนเต็ด ว่า ฟุตบอลที่ชาญฉลาดนั้นไม่ต้องส่งเสียงดังเสมอไป
คำถามคือ ... ทำไมกุนซือ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นนักเตะที่ถูกมองข้ามและโดนวิจารณ์ว่า "เล่นเพื่อสุขภาพ" ถึงสามารถเปลี่ยนผ่านตัวเองมาเป็นแม่ทัพจอมแท็กติกที่เนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งของวงการได้ในเวลาอันรวดเร็ว? ติดตามไปพร้อมกันที่นี่
ความโชคร้ายของการเกิดมาในยุค "พลังงาน"
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ย้อนกลับไปในช่วงปี 2004-2012 อังกฤษ กำลังบ้าคลั่งกับ มิดฟิลด์ประเภทไดนามิค อย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้คนโหยหาการวิ่งขึ้นลงแบบ Box-to-Box และการตะบันไกลจากระยะ 30 หลา
แต่สิ่งที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค ทำคือการเล่นฟุตบอลแบบ "ประหยัดพลังงาน" เขาจึงถูกมองว่าเฉื่อยชา ซึ่งตามรายงานจากสื่อต่างประเทศในยุคนั้น มักจะให้คะแนนความสามารถของเขาเพียง 5-6 เต็ม 10 เพราะเขาไม่มีภาพจำ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลายคนมองไม่เห็นคือ การยืนตำแหน่งของเขาที่ขัดขวางจังหวะสวนกลับของคู่แข่ง ก่อนที่อันตรายจะมาถึงเสียอีกว่ากันง่าย ๆ คือ คาร์ริค ทำลายเกมรุกคู่ต่อสู้ด้วย "สมอง" ไม่ใช่ "พละกำลัง"
ภาษากายที่ถูกตีความผิด
"เขาเป็นนักบอลอาแปะ" นี่คือประโยคที่แฟนบอลชาวไทยยุคนั้นมักใช้เรียก ไมเคิ่ล คาร์ริค แต่ในเชิงลึกของฟุตบอลสมัยใหม่สิ่งที่เขาทำคือ Recycle Ball หรือการนำบอลกลับมาครอบครองเพื่อเริ่มเกมใหม่
ครั้งหนึ่ง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยกล่าวไว้ว่า คาร์ริค คือ "กุญแจดอกสำคัญ" ที่ทำให้ทีมเกิดสมดุล ซึ่งแนวคิดนี้ท่านเซอร์ไม่ได้คิดแค่คนเดียวแต่บทความจาก เดอะการ์เดี้ยนส์ ที่ระบุว่า คาร์ริค คือ มิดฟิลด์ที่เล่นฟุตบอลด้วย "สายตา" เขาเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น และการจ่ายบอลสั้น ๆ ของเขานั่นแหละ คือการเคลื่อนย้ายแนวรับคู่ต่อสู้ให้เสียกระบวน
เมื่อผู้ปิดทองหลังพระกลายเป็น "สถาปนิกข้างสนาม"
ทำไมเขาถึงคุม แมนยูไนเต็ด ได้ยอดเยี่ยม? คำตอบง่ายมาก ... เพราะ คาร์ริคใช้ "วิธีคิด" แบบเดียวกับตอนเขาเล่นฟุตบอลมาใช้ในการเป็นโค้ช
หากเรามอง แมนยูไนเต็ด ชุดปัจจุบัน พวกเขาไม่ได้เล่นบอลสะเปะสะปะ แต่มีการวางโครงสร้างที่ชัดเจน ทุกคนต้องรู้ว่าเมื่อเพื่อนคนหนึ่งขยับ อีกคนต้องไปอยู่ตรงไหน และอีกหนึ่งสิ่งที่ถูกถ่ายทอดออกไปคือ บุคลิก "Ice Man" ให้กับลูกทีม ชั่วโมงนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมที่เล่นบอลกับพื้นได้อย่างเยือกเย็น แม้จะโดนบีบพื้นที่ ซึ่งนี่ก็เป็นลายเซ็นเดียวกับที่เขาเคยทำสมัยค้าแข้งอยู่
หากพิจารณาจากฟอร์มการคุมทีมที่ดุดันและมีทรงบอลชัดเจน คาร์ริค พิสูจน์ให้เราเห็นว่า "ฟุตบอลไม่ได้เล่นแค่เท้า แต่เล่นด้วยสมอง" ความใจเย็นและวิสัยทัศน์ที่เคยทำให้เขาดูเหมือนส่วนเกินในทีมชาติอังกฤษ กลับกลายเป็น "อาวุธลับ" ที่ทำให้เขาโดดเด่นในฐานะผู้จัดการทีมยุคใหม่