ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือคนหนุ่มไฟแรง ต้องยุติสถิติชนะรวดเอาไว้ในเกมที่ 5 หลังนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่ตีเสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 ในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย โดยงานนี้ต้องขอบคุณ เบนยามิน เชชโก้ ที่ลงมาเป็นซูเปอร์ซับนำ "ผีแดง" คว้า 1 แต้มกลับบ้านได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
1.ครึ่งแรกสุดจืดชืด
เกมช่วง 45 นาทีแรกต้องบอกว่าไม่มีจังหวะอะไรน่าตื่นเต้นเลย โดยทั้งสองฝั่งเล่นกันแบบเนือยๆ ทำให้โอกาสจบสกอร์มีน้อยมาก และผู้รักษาประตูที่ต้องออกแรงมากที่สุดคือ เซอเน่อ ลัมเมนส์ ที่ปัดลูกยิงได้สวยจาก คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์
อย่างไรก็ตาม ทีมเยือนเป็นฝ่ายเข้าใกล้ประตูมากที่สุด เมื่อ แอรอน วาน-บิสซาก้า สกัดลูกยิงของ ลุค ชอว์ บนเส้นประตู จากจังหวะเตะมุม ซึ่งต้องบอกว่า แมนฯ ยูฯ เล่นลูกตั้งเตะได้อันตรายยิ่งขึ้นในยุค ไมเคิ่ล คาร์ริค พวกเขาครองบอลได้มากกว่า แต่แทบไม่สามารถต่อบอลในพื้นที่สุดท้ายได้ต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้ เวสต์แฮม ถอยลงไปตั้งรับได้ตลอด
เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความขาดแคลนจังหวะหน้าปากประตู ทั้งสองทีมมีค่า xG รวมกันได้เพียง 0.28 เท่านั้น และนี่ถือเป็นครึ่งเวลาที่เลวร้ายที่สุดของ "ผีแดง" ในยุคคาร์ริค นับตั้งแต่เขาเข้ามารับงานจนถึงจุดนั้น
2. คู่หูเวสต์แฮมยกระดับเกม
สำหรับเกมครึ่งหลังต้องบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดตั้งแต่ลงสนามไม่กี่นาที เมื่อ ลุค ชอว์ ชะลอจังหวะและปล่อยให้บอลยาวกระดอนขึ้นมา จาร์ร็อด โบเว่น ฉกบอลได้ก่อนจะไหลต่อให้ โทมัส ซูเช็ค
กองกลางทีมชาติเช็กมีทั้งเวลาและพื้นที่ในการจ่ายคืนให้ โบเว่น ที่เติมเกมทางฝั่งขวาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่บอลเรียดให้ ซูเช็ค ซึ่งสอดเข้ามาแปโล่งๆ ส่งบอลตุงตาข่ายได้อย่างสวยงาม และเป็นการปลุกเสียงเชียร์ในลอนดอน สเตเดี้ยมให้กระหึ่มขึ้นมาได้
ประตูดังกล่าวเป็นประตูที่สามของ ซูเช็ค ในการเจอกับ "ปีศาจแดง" หลังจากเคยยิงได้ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และประตูนี้ยังทำให้เขากลายเป็นนักเตะชาวเช็กที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้มากที่สุดตลอดกาล แซงหน้า แพทริค แบร์เกอร์ ตำนานมิดฟิลด์ลิเวอร์พูล
3. เชชโก้ ซูเปอร์ซับอีกแล้ว
หลังจากเป็นฮีโร่ยิงประตูชัยใส่ ฟูแล่ม เมื่อสองนัดก่อน เชชโก้ ก็กลับมาสวมบทผู้กอบกู้ของ "ปีศาจแดง" อีกครั้ง และคราวนี้มาแบบงดงามยิ่งกว่าเดิม เพราะการจบสกอร์ของเขามันสุดยอดจริงๆ
ขณะที่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บเข้าสู่นาทีที่ 90+6 ไบรอัน เอ็มเบอโม่ บรรจงเปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ และไม่มีใครคาดคิดว่า เชชโก้ จะตวัดเท้าส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย ซึ่งถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณในการจบสกอร์ของเขาจริงๆ
เห็นผลงานของ เชชโก้ แบบนี้แล้วทำให้แฟนผีโปรเจกต์หลายคนนึกถึง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่มักจะลงเป็นตัวสำรองพร้อมกับทำประตูสำคัญช่วยทีมได้บ่อยๆ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขารู้สึกว่า "ดีเอ็นเอ" แมนฯ ยูฯ ที่ไม่ยอมแพ้จนกว่าเกมจะจบได้กลับมาแล้ว
แม้สถิติชนะรวดของ คาร์ริค จะต้องหยุดลง แต่ช่วงฮันนีมูนอาจยังไม่จบลงง่ายๆ เพราะเขายังคงสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นนับตั้งแต่เข้ามาคุมแมนฯ ยูฯ โดยแมตช์ต่อไปมีคิวนำทีมบุกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน ในอีกราวๆ สองสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเมื่อลูกทีมได้พักเต็มที่ โอกาสที่พวกเขาจะโชว์ฟอร์มโหดน่าจะกลับมาอีกครั้ง
4. เจองานหนักเมื่อสู้กับทีมที่ตั้งรับลึก
หนึ่งในเรื่องที่น่าประทับใจของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ คาร์ริค ก็คือการที่พวกเขาครองบอลได้อย่างเหนียวแน่น และไม่เสียบอลง่ายๆ ที่สำคัญยังครองบอลได้เหนือกว่าสมัยที่ รูเบน อโมริม กุมบังเหียนด้วย
อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ คาร์ริค จำเป็นต้องรีบปรับแก้เป็นการด่วนนั่นก็คือการเจอกับคู่แข่งที่เน้นเล่นตั้งรับลึก ซึ่งนี่เป็นจุดที่หลายๆ ทีมจะนำมาใช้เวลาที่ต้องพบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมต่อๆ ไป
เห็นได้ชัดว่า นูโน่ เอสปิริโต ซานโต กุนซือเวสต์แฮม มองเห็นจุดอ่อนของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเรื่องนี้ ทำให้จัดวางแท็กติกที่เน้นการเล่นแบบปลอดภัยไว้ก่อน แต่ก็รอจังหวะเพื่อส่งบอลให้กับพวกตัวจี๊ดอย่าง โบเว่น และ ซัมเมอร์วิลล์ ซึ่งก็ได้ผลหลายครั้ง
ฉะนั้นนี่คือการบ้านข้อใหญ่ที่ คาร์ริค ต้องหาคำตอบให้ได้ และในแมตช์ต้องไปเยือน เอฟเวอร์ตัน บอกเลยว่าพวกเขาจะต้องเจอกับแท็กติกแบบนี้ แต่ที่อันตรายก็คือ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" มีการจบสกอร์ที่เฉียบคมกว่า เวสต์แฮม !!
5. ช่างตัดผมรอต่อไป
ผลเสมอในเกมนี้ ทำให้แฟนบอลแมนฯ ยูฯ ส่วนใหญ่มีความสุข เพราะทีมได้ 1 แต้มสำคัญในช่วงนาทีสุดท้าย แต่มีสาวก "เร้ด อาร์มี่" 1 คนที่คงรู้สึกหงอยๆ นั่นก็คือ แฟร้งค์ อิเล็ตต์ เพราะเขาต้องรอคอยการตัดผมต่อไป
อิเล็ตต์ ผู้ประกาศไม่ตัดผมจนกว่าทีมรักจะชนะ 5 นัดติดต่อกัน สะท้อนความไม่เสถียรของ "ผีแดง" ตลอดเกือบ 500 วัน และความหวังของเขาที่จะได้ไปร้านตัดผมกำลังจะเป็นจริง เพราะนับตั้งแต่ คาร์ริค เข้ามาคุมทีม แมนฯ ยูฯ เก็บชัยชนะ 4 เกมรวด
ดังนั้นในแมตช์เยือนลอนดอน สเตเดี้ยม มีความเป็นไปได้สูงที่ อิเล็ตต์ จะได้แวะไปร้านตัดผม เพื่อตัดสอยเส้นผมหยิกหยอยเหมือนฝอยขัดหม้อออกซะที และจะได้ไม่ต้องเปลื้องค่าแชมพูสระผม แต่ตอนนี้ฝันสลายไปเรียบร้อยแล้ว
แมนฯ ยูไนเต็ด มีคิวต้องพบ เอฟเวอร์ตัน ที่สนามกูดิสัน พาร์ค ในแมตช์ต่อไป แต่กว่าจะถึงเกมนั้นต้องรออีกราวๆ สองสัปดาห์ นั่นหมายความว่า อิเล็ตต์ ต้องนั่งมองเส้นผมฟูฟ่องของเขาในกระจกแบบเซ็งๆ ต่อไป