'ไอ้ฟู' เด็กผีฝรั่งยังคงต้องรอการตัดเส้นขนบนหัวกบาลตัวเองต่อไปอีกนาน หลังจาก แมนยูไนเต็ด เกือบเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่ ลอนดอน สเตเดี้ยม แต่ก็ยังดีที่ไม่แพ้
และต่อไปคือสิ่งที่ผมอยากจะบอก
1. หลังจากที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค คุมทีมกะซวกชัยมา 4 นัดติดต่อกันจนเป็นที่โจษจัน เขาก็ย่อมเจอคู่แข่งที่หาทางมาแก้ลำเข้าจนได้
เกมเยือนถิ่นของ เวสต์แฮม จึงเป็นบททดสอบที่สำคัญ เนื่องเพราะพลพรรคปีศาจแดงพุ่งชนความปราชัยที่สังเวียนแข้งแห่งนี้มา 3 ฤดูกาลติดต่อกัน แถม 6 เกมล่าสุดที่ปะทะกัน แมนยูไนเต็ด เอาชนะได้แค่หนเดียวเท่านั้นเอง
2. แผนการเล่นของทีมขุนค้อนไม่ได้มีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ แม้ช่วงแรกจะพยายามบีบสูงดูก่อน
แต่ผ่านไปสัก 15 นาที ก็ถอยไปตั้งรับลึกพลางเอา 'รถบัส' มาจอดขวางหน้าประตู แล้วหาจังหวะสวนกลับตามสูตรของทีมรองนั่นแหละ
กลยุทธ์นี้ไม่อนุญาตให้ผู้มาเยือนบุกจู่โจมอย่างรวดเร็วเหมือน 4 นัดที่ผ่านมา
นอกจากจะเล่นเร็วไม่ได้ก็ค่อนข้างรัดกุม และระมัดระวัง ไม่ได้ผลีผลามบุกสักเท่าไหร่ เพราะเมื่อเจอคู่แข่งอุดประตู พวกเขาก็ได้แต่เคาะบอลไปเคาะบอลมา
ผลที่ออกมาคือเกมที่น่าอึดอัดเหมือนถูกกางเกงในเข้าตูดในยามวิกาล โดยมีโอกาสทำประตูกันน้อยนิดมหาศาลในครึ่งแรก
3. แล้ว แมนยูไนเต็ด ก็มาพลาดจนได้ !!!
เมื่อ เวสต์แฮม ทิ้งบอลยาวโด่งขึ้นมาแล้ว ลุค ชอว์ ดันปล่อยบอลตกจนถูกคู่แข่งชิงจังหวะเอาบอลไป แถมในจังหวะต่อเนื่องยังเข้าบอลพรวดพราดเป็นเหตุให้ตัวอันตรายอย่าง จาร็อด โบเว่น หลุดไปบรรจงจ่ายให้ โธมัส ซูเช็ก เข้าชาร์จเสาแรกตุงตาข่ายทั้งที่มีผู้เล่นพันธุ์อสูรอยู่หลายคน
เสียแบบไม่น่าเสียอีกแล้วนะครับ
4. พอขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง เวสต์แฮม ก็เลยยิ่งตั้งรับชนิดเต็มรูปแบบเข้าไปใหญ่
แม้น แมนยูไนเต็ด จะครองบอลบุกอยู่ฝ่ายเดียว ทว่าหาโอกาสทำลายตาข่ายได้ยากยิ่ง ประการหนึ่ง เพราะพวกเขาต่อบอลกันมากเกินไป
มากเกินไปจริงๆ
บางจังหวะเล่นเร็วได้ก็ดึงให้มันช้าซะอย่างนั้น
บางจังหวะมีพื้นที่ว่างให้แทงเข้าไปก็เลือกที่จะดึงจังหวะแล้วเคาะบอลไปเคาะบอลมาซะอย่างนั้น
เล่นเหมือนกลัวเสียบอลจนไม่กล้าได้กล้าเสี่ยงเท่าที่ควร เห็นแล้วก็หงุดหงิดตามง่ามนิ้วมือและง่ามนิ้วเท้ายิ่งนัก
5.อย่างไรก็ตาม
ในเมื่อตอนจบ แมนยูไนเต็ด สามารถกลับมาจากป่าช้าได้สำเร็จแบบหวุดหวิดจากการทำประตูของตัวสำรอง
มันก็ต้องชม ไมเคิ่ล คาร์ริค ที่เปลี่ยนตัวแล้วได้ผล
หัวหอกอย่าง เบนยามิน เชชโก้ ถูกส่งลงมาเสริมเกมรุก ก่อนที่ โจชัว เซิร์คซี่ จะถูกส่งลงมาเป็นกองหน้าอีกคนแทนแบ็คขวาอย่าง ดิโอโก้ ดาโลต์
ระบบ 4-2-3-1 ถูกปรับเป็น 3-3-4 โดยโยก อาหมัด ไปเป็นปีกซ้าย สลับกับ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ที่ข้ามฟากมาเป็นปีกขวา แล้วครอสส์บอลเข้าไปในเขตโทษ
ก่อนตีเสมอ 'อาจารย์ดู๋' โหม่งเฉียดเสาออกไปนิดเดียวอันเป็นสัญญาณบอกว่ามุกนี้อาจสัมฤทธิ์ผล
สุดท้ายหัวหอกทีมชาติสโลวีเนียก็สะกิดลูกที่เปิดจากทางขวาเข้าประตูช่วยให้พญาปีศาจรอดพ้นจากพญามัจจุราชอย่างฉิวเฉียดดีนักแล !!!