แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เดินเครื่องปรับทัพครั้งใหญ่ภายใต้การนำของ อูโก้ วิอาน่า พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่าความสำเร็จของสโมสรไม่ได้ขึ้นอยู่กับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เพียงคนเดียว
"ฟุตบอลคือเรื่องของจังหวะเวลา... และตอนนี้จังหวะเวลาของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเปลี่ยนไป"
วลีที่ว่านี้กำลังบอกเราเป็นนัย ๆ ว่าปัจจุบันในโลกที่ฟุตบอลหมุนเร็วพอ ๆ กับเข็มนาฬิกา ความสำเร็จมักจะมาพร้อมกับคำถามเสมอว่า "แล้วจะยังไงต่อ?" โดยเฉพาะกับสโมสรที่ถูกสร้างขึ้นมาให้สมบูรณ์แบบที่สุดอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
แต่ในวันที่ชื่อของ อองตวน เซเมนโย่ และ มาร์ค เกฮี ปรากฏบนหน้าสื่อพร้อมสีเสื้อสีฟ้าคราม มันไม่ใช่แค่การซื้อตัวนักเตะเพื่อเสริมแกร่ง แต่นี่คือการส่งสัญญาณครั้งสำคัญว่า โปรเจกต์ที่ชื่อว่า "City Rebuild" ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
ฟุตบอลไม่ใช่เรื่องของ 'ชายคนเดียว' อีกต่อไป
เป็นเวลาเกือบทศวรรษที่ แมนฯ ซิตี้ ใช้ออร่าของ เป๊ป เป็นอาวุธลับในการปิดดีลนักเตะ แต่ในวันที่สัญญาของยอดกุนซือชาวสเปนเริ่มนับถอยหลัง หลายคนสบประมาทว่ามนต์ขลังของซิตี้จะเสื่อมถอย
ทว่า ... การที่นักเตะเนื้อหอมอย่าง เกฮี ปฏิเสธทั้ง ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล หรือแม้แต่ เรอัล มาดริด เพื่อเลือกมาอยู่กับซิตี้เรื่องนี้มันบอกอะไรเรา?
มันบอกว่า ซิตี้ไม่ได้ขายแค่ "โอกาสที่จะได้ซ้อมกับ เป๊ป" อีกต่อไป แต่พวกเขากำลังขาย "สถาบันฟุตบอลที่การันตีความสำเร็จ" โครงสร้างพื้นฐานระดับโลก การบริหารจัดการที่ไร้รอยต่อ และวิสัยทัศน์ของ คัลดูน อัล มูบารัค ที่วางรากฐานไว้แน่นหนา จนแม้แต่ความไม่แน่นอนเรื่องอนาคตของ เป๊ป ก็ไม่สามารถทำลายความเชื่อมั่นของนักเตะระดับท็อปได้
จากซิกี้สู่ 'อูโก้ วิอาน่า'
การจากไปของ ซิกี้ เบกิริสไตน์ ชายผู้เปรียบเสมือนสถาปนิกข้างกาย เป๊ป คือความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสร แต่การดึงตัว อูโก้ วิอาน่า เข้ามา พร้อมกับช่วงเวลา "Handover" นานถึง 6 เดือน คือลายเซ็นการทำงานสไตล์ซิตี้ที่เน้นความเนี๊ยบและไร้รอยต่อ
วิอาน่า ไม่ได้เข้ามาเพื่อรักษาสถานภาพเดิม แต่เขาเข้ามาเพื่อ "ถ่ายเลือด" การกล้าปล่อยไอคอนอย่าง เอแดร์ซอน หรือ เควิน เดอ บรอยน์ แล้วแทนที่ด้วยพลังหนุ่มอย่าง จานลุยจิ ดอนนารุมม่า หรือ ไรยัน แชร์กี คือการยืนยันว่า ซิตี้กำลังก้าวข้ามยุคสมัยเดิม ๆ เพื่อไปสู่โลกฟุตบอลยุคใหม่ที่เน้นความสดและความยืดหยุ่นมากขึ้น
115 คดี และบทสรุปที่ยังมาไม่ถึง
แน่นอนว่าแฟน ๆ หลายทีมคงมีคำถามในใจเรื่องคดี 115 ข้อหา ซึ่งเราไม่อาจปฏิเสธเรื่องนี้ที่ยังค้ำคออยู่ได้ แต่วิธีการที่ซิตี้ตอบโต้ไม่ใช่การหยุดนิ่งเพื่อรอดูผลตัดสิน แต่คือการ "Double Down" หรือการลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร โครงสร้างฟุตบอลของพวกเขาจะยังคงขับเคลื่อนต่อไปได้
"City Rebuild" ในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การหาคนมาแทน เป๊ป หรือหาคนมาแทน เดอ บรอยน์ แต่มันคือการสร้างระบบที่ "อยู่เหนือกาลเวลา" และ "อยู่เหนือตัวบุคคล"
ท้ายที่สุดแล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ในการบริหารสโมสรฟุตบอล พวกเขาไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่กุนซือสมองเพชรอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แต่กำลังวางรากฐานให้สโมสรอยู่รอดและประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืนไม่ว่าใครจะย้ายออกไป การบริหารงานของ อูโก้ วิอาน่า ภายใต้การสนับสนุนของ คัลดูน อัล มูบารัค คือคำตอบว่า "เรือใบสีฟ้า" จะยังคงเป็นจ้าวแห่งอังกฤษไปอีกนาน