อาร์เน่อ สล็อต จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนผู้เล่นแดนกลางมายืนตำแหน่งแบ็กขวาอีกครั้งในเกมรับมือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่แอนฟิลด์ วันอาทิตย์นี้ โดยเขามีสามทางเลือกแต่ใครเหมาะสำหรับงานนี้ที่สุด ?
แมตช์นี้้กุนซือชาวดัตช์ยืนยันว่า โจ โกเมซ ยังไม่สามารถลงเป็นตัวจริงได้ และต้องลุ้นว่าจะฟิตสำหรับนั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรองหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาต้องมองหาทางเลือกอื่นสำหรับแบ็กขวา
หากจำกันได้ ตลอด 35 เกมในซีซั่นนี้ ลิเวอร์พูล ใช้นักเตะ 7 รายลงเล่นตำแหน่งนี้ แต่สำหรับปัจจุบันพวกเขามีตัวเลือกเพียงแค่ 3 รายเท่านั้นที่จะถูกเลือกเพื่อลงเป็นตัวจริงในบทบาทนี้
แม้ คาลวิน แรมซี่ย์ จะเป็นฟูลแบ็กอาชีพเพียงรายเดียวที่ยังฟิตพร้อมลงสนาม แต่ โค้ชอาร์เน่อ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าไม่ค่อยต้องการใช้งานแบ็กชาวสกอตแลนด์ ดังนั้นเขาจึงมีแนวโน้มที่จะหันไปเลือกใช้ผู้เล่นในแดนกลางมารับบทบาทดังกล่าวอีกครั้ง
แล้ว อาร์เน่อ ควรเลือกใครลงเป็นแบ็กขวาตัวจริงในเกมพบแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ? งานนี้จึงได้จัดอันดับตัวเลือกจาก อันดับหนึ่งถึงสาม พร้อมพิจารณา ข้อดีและข้อเสียของแต่ละราย
วาตารุ เอ็นโด : มีประสบการณ์
ข้อดี :
มีประสบการณ์ในการเล่นตำแหน่งแบ็กขวามาอย่างโชกโชนตั้งแต่สมัยเริ่มต้นอาชีพ และสามารถมองได้ว่าเป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดามิดฟิลด์ที่ถูกพิจารณาให้ขยับมาเล่นตำแหน่งนี้ เขาเป็นผู้เล่นที่มีวินัย และทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในบทบาทแบ็กขวาเกมพบ คาราบัค โดยมีส่วนช่วยในเกมรุกได้ดี พร้อมสร้างจังหวะเชื่อมเกมในช่วงที่มิดฟิลด์คนอื่นถูกดึงไปใช้งานในพื้นที่ต่าง ๆ
ข้อเสีย :
ขาดความเร็วและสปีดในการไล่ตามเพื่อกลับมาป้องกัน ซึ่งอาจไม่เพียงพอในการรับมือกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเฉพาะผู้เล่นอย่าง เฌเรมี่ โดกู หรือ ฟิล โฟเด้น อีกทั้งการยืนไลน์สูงของลิเวอร์พูลก็ไม่ได้ช่วยเสริมความปลอดภัยในจุดนี้มากนัก
บทสรุป :
หาก อาร์เน่อ มั่นใจว่า ลิเวอร์พูล จะเป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่า เขาอาจมีแนวโน้มเลือกใช้งาน เอ็นโด เป็นตัวจริง เนื่องจากเป็นผู้เล่นที่สามารถปิดพื้นที่และหยุดคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ความจำเป็นเรื่องความเร็วในการรับมือแนวรุกที่จัดจ้านของ แมนฯ ซิตี้ มีแนวโน้มทำให้เขาต้องพิจารณาตัวเลือกอื่น แม้จะแลกกับการปรับสมดุลในแดนกลางก็ตาม
โดมินิค โซโบซไล : ตัวเลือกแรกในใจ
ข้อดี :
มีคุณสมบัติครบถ้วนในการทำหน้าที่ได้ทั้งในจังหวะเปลี่ยนเกมรับเป็นรุกและรุกเป็นรับ ซึ่งคงได้เห็นมาแล้ว เขาเป็นผู้เล่นที่มีความอึด ไม่หมดแรงง่าย มีศักยภาพด้านร่างกายสูง สามารถเติมขึ้นมาสนับสนุนแดนกลางหรือสร้างอันตรายจากการวิ่งโอเวอร์แลปได้ อีกทั้งไม่ใช่นักเตะที่ถูกคู่แข่งเบียดเอาง่าย ๆ "โซโบ" จึงเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้
ข้อเสีย:
การใช้งานเขาในตำแหน่งแบ็กขวาหมายถึงการดึงเขาออกจากแดนกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เจ้าตัวทำผลงานได้ดีที่สุด และเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงถูกมองว่าเป็นนักเตะยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ พละกำลังและการเพรสซิ่งของเขาจะมีความสำคัญอย่างมากในการรับมือกับทัพ "เรือใบสีฟ้า" และการให้เขาเริ่มต้นที่แบ็กขวาก็เท่ากับลดทอนจุดแข็งที่สุดของนักเตะ นอกจากนี้ยังชัดเจนว่านี่ไม่ใช่ตำแหน่งถนัดของเจ้าตัวด้วย
บทสรุป:
แม้จะถูกจัดให้อยู่ในอันดับสองของการจัดอันดับ เนื่องจากความจำเป็นที่ ลิเวอร์พูล ต้องใช้เขาในแดนกลาง แต่ โซโบซไล กลับเป็นตัวเลือกที่มีโอกาสได้ลงตัวจริงมากที่สุด งานนี้กุนซือชาวดัตช์ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการใช้งานและพละกำลังของเขา ขณะเดียวกันก็ยังมีทางเลือกอื่นในแดนกลาง ทำให้ โซบอซไล กลายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้
เคอร์ติส โจนส์ : ตัวเลือก "ไวลด์การ์ด"
ข้อดี:
โจนส์ สามารถรับมือกับแรงกดดันที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้จะพยายามถาโถมเข้าใส่ผู้เล่นตำแหน่งแบ็กขวาได้อย่างแน่นอน ด้วยคุณสมบัติในการครองบอลแม้อยู่ภายใต้แรงกดดันจากการเพรสซิ่งก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่าเขาพร้อมเข้าปะทะ และพร้อมแสดงบทบาทของตัวเองในสนาม อีกทั้งยังมีความสามารถในการพาบอลขึ้นหน้า และช่วยกำหนดจังหวะเกมจากตำแหน่งแบ็กขวาได้
ข้อเสีย:
โจนส์ ไม่ได้มีความโดดเด่นในเกมรับมากนัก โดยมักเน้นการจ้องบอลมากกว่าตำแหน่งคู่แข่ง จนทำให้เสียการประกบตัว เช่นเดียวกับ เอ็นโด เขาไม่ได้มีความเร็วจัดพอจะไล่ตามการเคลื่อนที่ที่รวดเร็วของแนวรุกแมน ซิตี้
บทสรุป:
ดาวเตะชาวอังกฤษ มีคุณภาพด้านเทคนิค และช่วยให้ทีมสามารถคุมเกมด้วยการครองบอลเหนียวแน่น แต่ในบรรดาทั้งสามตัวเลือก เขาคือคนที่มี ความเสี่ยงด้านเกมรับมากที่สุดมีแนวโน้มจะเป็นตัวเลือกที่ โค้ชอาร์เน่อ หันมาใช้งานหากตัวเลือกอื่นประสบปัญหาความฟิตก่อนเกมวันอาทิตย์นี้
-TOMMY TEE-