ในวันที่ ลิเวอร์พูล เลือกมองไกล ท่ามกลางโลกที่บังคับให้ต้องชนะเดี๋ยวนี้

ในวันที่ ลิเวอร์พูล เลือกมองไกล ท่ามกลางโลกที่บังคับให้ต้องชนะเดี๋ยวนี้
วิเคราะห์บทสัมภาษณ์ อาร์เน่อ – ริชาร์ด ฮิวจ์ส ในวันที่ ลิเวอร์พูล เลือกมองไกล ท่ามกลางโลกที่บังคับให้ต้องชนะเดี๋ยวนี้

โลกฟุตบอลปัจจุบัน คำว่าอดทนกลายเป็นคำต้องห้าม เป็นคำที่ไม่มีใครอยากฟัง และแทบไม่มีใครให้เวลากับมันจริง ๆ 

บทสัมภาษณ์ความยาว 35 นาที ผ่าน The Reds Roundtable รายการของสโมสรบนช่องแดง กลับเลือกใช้คำนี้อย่างตรงไปตรงมา

การปรากฏตัวพร้อมกันของ อาร์เน่อ, ริชาร์ด ฮิวจ์ส และ บิลลี่ โฮแกน ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อปลอบใจแฟนบอล และก็ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อคลี่คลายทุกคำถามที่ค้างคาใจ

ตรงกันข้าม มันเป็นการอธิบายจุดยืนของสโมสรอย่างชัดเจนว่า "นี่คือสิ่งที่เรากำลังทำ และผลที่ออกมาคือสิ่งที่สโมสรยอมรับ"

ความอึดอัดของแฟนบอลหลังตลาดเดือนมกราคมปิดตัวลงไม่ใช่เรื่องแปลก 

ลิเวอร์พูล กำลังเข้าสู่ครึ่งหลังของฤดูกาลด้วยขุมกำลังที่เบาบาง ด้วยอาการบาดเจ็บสะสม และตัวเลือกที่จำกัดในหลายตำแหน่ง

แม้สโมสรจะปิดดีล เฌเรมี่ ฌัคเก้ต์ เซ็นเตอร์แบ็กวัย 20 ปี ด้วยมูลค่าสูงสุดถึง 60 ล้านปอนด์ แต่การได้ตัวนักเตะสำหรับอนาคต ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาสำหรับวันนี้

และนี่คือจุดที่บทสัมภาษณ์เริ่มสะท้อนแนวคิดของฝ่ายบริหารอย่างชัดเจน

ฮิวจ์ส ย้ำว่า อายุของนักเตะที่ ลิเวอร์พูล เลือกเซ็นสัญญา เป็นการตัดสินใจที่ไตร่ตรองมาดีแล้ว เพื่อให้ทีมสามารถแข่งขันได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ซัมเมอร์แรกของ อาร์เน่อ คือช่วงประเมินดูว่านักเตะกลุ่มเดิมจะตอบสนองต่อระบบใหม่อย่างไร

จากนั้นจึงค่อยขยับตัวจริงจัง หลังมีข้อมูลและความชัดเจนครบหนึ่งปี

การยกเครื่องทีมครั้งใหญ่ในซัมเมอร์ถัดมา การปล่อยนักเตะอย่าง ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์, จาเรลล์ ควอนซาห์ และ ไทเลอร์ มอร์ตัน ล้วนเกิดจากข้อเท็จจริงเดียวกันคือ โอกาสลงสนาม

มันไม่ใช่การรื้อทีมเพื่อรีเซ็ต แต่เป็นการคัดเลือกอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวคิดที่เชื่อว่า การพัฒนาให้ยั่งยืน สำคัญกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

แน่นอน แนวทางแบบนี้มีต้นทุน และต้นทุนนั้นคือ เวลา

หนึ่งในประเด็นสำคัญของบทสัมภาษณ์ คือความสัมพันธ์ระหว่างผู้อำนวยการกีฬากับเฮดโค้ช

ฮิวจ์ส ชัดเจนมากว่า วันแข่งขันคืออำนาจของ อาร์เน่อ ทั้งแท็กติก การจัดตัว และการตัดสินใจในสนาม มันเป็นหน้าที่ของเฮดโค้ชอย่างสมบูรณ์

ขณะเดียวกัน อาร์เน่อ ก็ยอมรับว่า ทั้งสองคนพูดคุยกันแทบทุกวัน แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีแรงกดดันแฝง

ไม่มีการจับผิด, ไม่มีการประเมินทุกการตัดสินใจ และไม่มีบรรยากาศแบบคุณต้องพิสูจน์ตัวเองตลอดเวลา

นี่คือรูปแบบการทำงานที่ตั้งอยู่บนความไว้วางใจ ไม่ใช่การกำกับจากเบื้องบน

ข้อยกเว้นเพียงครั้งเดียวที่ถูกพูดถึง คือการไม่ใส่ชื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในเกมยุโรป ซึ่งสะท้อนว่า แม้เฮดโค้ชจะมีอิสระสูง แต่บางสถานการณ์ สโมสรยังคงต้องรักษาเสถียรภาพโดยรวม

ที่สำคัญ ฮิวจ์ส บอกตรงไปตรงมาว่า แม้สโมสรจะทุ่มเงินเกือบ 450 ล้านปอนด์ ก็ไม่ได้หมายความว่า อาร์เน่อ จะได้เครื่องมือครบทุกชิ้นเสมอไป

ประโยคของ บิลลี่ โฮแกน ซีอีโอสโมสรคือแกนกลางของบทสัมภาษณ์ทั้งหมด

"นี่คือช่วงเวลาที่ท้าทาย และต้องการความอดทน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากมากในโลกปัจจุบัน"

ฟุตบอลยุคนี้ไม่เปิดพื้นที่ให้การทดลอง ไม่ให้เวลาสำหรับการพัฒนา และไม่สนใจบริบทระยะยาว

เมื่อคุณคือแชมป์เก่า เป้าหมายเดียวที่โลกยอมรับ คือการป้องกันแชมป์

แต่ ลิเวอร์พูล กำลังทำสิ่งที่ขัดกับสัญชาตญาณของโลกตอนนี้ พวกเขาเลือกสร้างแทนที่จะเร่ง

และผลลัพธ์ที่ตามมาคือฤดูกาลที่เต็มไปด้วยแรงเสียดทาน ทั้งจากฟอร์มการเล่น ทั้งจากอาการบาดเจ็บ และจากอารมณ์ของแฟนบอลเอง

บาดแผลทางจิตใจที่ อาร์เน่อ กล่าวถึงคือการสูญเสีย ดิโอโก้ โชต้า มันเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนบรรยากาศไปทั้งฤดูกาล

แม้เวลาจะผ่านไปหลายเดือน เขายังรู้สึกว่ามีที่ว่างหนึ่งตำแหน่งในห้องแต่งตัว

และนั่นคือสิ่งที่แท็กติกหรือการซื้อนักเตะไม่อาจทดแทนได้

ในเชิงแท็กติก อาร์เน่อ อธิบายปัญหาของทีม 

ลิเวอร์พูล ไม่สามารถชนะด้วยความเข้มข้นได้เหมือนเดิม

เพราะคู่แข่งตั้งใจลดจังหวะเกม, ตั้งรับต่ำ, เล่นบอลยาว และดึงเกมออกจากพื้นที่ที่ ลิเวอร์พูล ถนัด

การครองบอลที่เชื่องช้า การเพรสซิ่งที่ไม่ต่อเนื่อง และความไม่สม่ำเสมอตลอด 90 นาที คือสิ่งที่ถูกวิจารณ์ตลอดฤดูกาล

อาร์เน่อ เองเขาก็ยอมรับ และรู้สึกเจ็บปวด

สำหรับเขา การชนะเพื่อเป็นแชมป์คือสิ่งสำคัญ แต่การทำให้ทีมเล่นฟุตบอลที่น่าดูก็สำคัญไม่แพ้กัน

สิ่งที่เขาไม่ชอบที่สุด ไม่ใช่ผลการแข่งขัน แต่คือการที่แฟนบอลไม่รู้สึกสนุกกับสิ่งที่เห็นในสนาม

และประโยคที่หนักที่สุดในบทสัมภาษณ์ คือการยอมรับว่า เขาเข้าใจแฟนบอลเป็นอย่างดี

...

บทสัมภาษณ์นี้ไม่ได้บอกว่า ลิเวอร์พูล ทำถูกทุกอย่าง และก็ไม่ได้ขอให้แฟนบอลเข้าใจโดยไม่มีเงื่อนไข

มันเพียงอธิบายว่า นี่คือเส้นทางที่สโมสรเลือก และนี่คือราคาที่ต้องจ่ายระหว่างทาง

คำว่า "อดทน" อาจฟังดูไม่น่าฟัง แต่บริบทของ ลิเวอร์พูล ตอนนี้

มันไม่ใช่ข้ออ้าง มันคือกลยุทธ์

และคำถามสุดท้ายไม่ใช่ว่า ลิเวอร์พูล จะอดทนได้นานแค่ไหน

แต่คือ แฟนบอลจะให้เวลามันทำงานหรือไม่

HOSSALONSO




ที่มาของภาพ : getty image
BY : Hossalonso
ธีรศานต์ คงทอง
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport