วิเคราะห์ก่อนเกม คาราบาว คัพ เมื่อ ‘Trust the Process’ ของ อาร์เซน่อล ที่สั่งสมมานาน 5 ปี ต้องปะทะกับ ‘ความโกลาหลพันล้าน’ ของเชลซีในยุค BlueCo ศึกแห่งศักดิ์ศรีที่พิสูจน์ว่าระบบปฏิบัติการที่เสถียร หรือ พรสวรรค์จากกล่องสุ่ม
มีประโยคหนึ่งที่แฟนบอล อาร์เซน่อล เคยใช้ประชดประชันตัวเอง แต่ในวันนี้มันกลายเป็นคัมภีร์ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดใน เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม นั่นคือคำว่า "Trust the Process"
ในขณะเดียวกันอีกฝั่งของลอนดอนอย่าง สแตมฟอร์ด บริดจ์ กำลังดำเนินไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ภายใต้การนำของ BlueCo ที่ดูเหมือนจะยึดคติ "Chaos is a Ladder" หรือความวุ่นวายคือบันไดสู่ความสำเร็จ ... เพียงแต่ว่าบันไดนั้นกำลังพาพวกเขาขึ้นสวรรค์ หรือดิ่งลงเหวกันแน่? ติดตามพร้อมกันที่นี่
ช่างเทคนิคผู้เจียระไนฟันเฟือง
ย้อนกลับไปเมื่อ 4-5 ปีก่อน มิเกล อาร์เตต้า เคยถูกปรามาสว่าเป็นเพียง "ครูฝึกที่ไม่มีประสบการณ์" แต่สิ่งที่ชายคนนี้ทำคือการล้างบางวัฒนธรรมเดิม ๆ เขาโละนักเตะที่อีโก้สูงกว่าฝีเท้าออกไปแบบไม่ใยดี และแทนที่ด้วยนักเตะที่เข้าใจในระบบ
อาร์เซน่อล ในวันนี้ไม่ได้เล่นเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่เล่นเพื่อ "ระบบ" ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ถ้า ซาก้า เจ็บ ทรอสซาร์ จะลงมาเสียบแทนได้ ในบทบาทที่ต่างออกไปแต่ประสิทธิภาพไม่ลด
หรือถ้ากองกลางหายไปหนึ่งคนกลไกการโรเตชั่นนักเตะของพวกเขายังทำงานได้อย่างเป็นอัตโนมัติ
นี่คือฟุตบอลที่ถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำเหมือนที่เขาว่ากันว่า รถเมล์สายประจำที่ต่อให้เปลี่ยนคนขับ แต่มันก็ยังจอดรับผู้โดยสารตรงป้ายเสมอ ไม่เหมือนรถสปอร์ตคันละร้อยล้านที่คนขับยังหาเกียร์ถอยหลังไม่เจอ
ตู้กาชาปองพันล้านที่ยังรอแจ็คพอต
ตัดภาพมาที่ เชลซี ตั้งแต่การเปลี่ยนถ่ายเจ้าของทีม พวกเขาใช้เงินไปมากกว่าที่สโมสรเล็ก ๆ ในยุโรปบางทีมจะใช้ได้ในเวลา 50 ปีเสียอีก นักเตะดาวรุ่งพรสวรรค์สูงถูกกว้านซื้อเข้ามาเหมือนการกดกาชาปองในตู้เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งเมื่อเพชรทุกเม็ดมารวมกันมันจะฉายแสงออกมาเอง
แต่ปัญหาคือ "ฟุตบอลไม่ใช่กล่องสุ่ม"
เมื่อคุณมีนักเตะล้นทีม มีการเปลี่ยนกุนซือเป็นว่าเล่น สิ่งที่หายไปคือ "ความต่อเนื่อง" เชลซี ในตอนนี้เหมือนคอมพิวเตอร์ที่สเปกแรงระดับเทพ แต่ไม่มีระบบปฏิบัติการที่เสถียร ผลที่ได้คืออาการ "ค้าง" ในจังหวะสำคัญ และการเล่นที่ฝากความหวังไว้กับความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะอย่าง พาลเมอร์ หรือ กานาโช่ เพียงอย่างเดียว
เมื่อความนิ่งปะทะความสับสนจะเป็นอย่างไร?
เกมคืนนี้ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จึงเป็นบททดสอบที่น่าสนใจมาก เพราะพลพรรคกันเนอร์สจะลงเล่นด้วยความนิ่งพวกเขาจะครองเกม ค่อย ๆ นวด และรอให้ระบบทำงานไปตามขั้นตอน
ในขณะที่ เชลซี จะลงเล่นด้วย "ความอัดอั้น" พวกเขาอาจจะมีช่วงเวลาที่วูบวาบ มีจังหวะมหัศจรรย์จากนักเตะค่าตัวแพง แต่มันจะยืนระยะได้ครบ 90 นาทีหรือไม่? ท่ามกลางเสียงโห่ฮาของแฟนบอลเจ้าถิ่นที่พร้อมจะซ้ำเติม "ความวุ่นวาย" ของเพื่อนบ้านร่วมเมือง
ค่ำคืนนี้ฟุตบอลจะพิสูจน์ให้เราเห็นว่า เวลาและวิสัยทัศน์ ซื้อไม่ได้ด้วยเงินตรา อาร์เซน่อล ใช้วิธีสร้างทีมเหมือนการปลูกต้นไม้ที่ต้องรอเวลาออกดอกผล แต่ เชลซี พยายามจะซื้อต้นไม้ใหญ่มาปลูกทันทีโดยไม่ดูว่ารากของมันแข็งแรงพอจะยึดเหนี่ยวกับดินหรือไม่
ถ้า อาร์เซน่อล ชนะ มันคือชัยชนะของ "ระบบ" แต่กลับกันถ้า เชลซี ชนะ มันอาจจะเป็นเพียงแค่ "ความโชคดี" ของปัจเจกบุคคลที่ยื้อเวลาให้ความวุ่นวายในสแตมฟอร์ด บริดจ์ ดำเนินต่อไปอีกนิดเท่านั้นเอง