เกมพรีเมียร์ลีกคืนวันเสาร์นี้ ที่ แอนฟิลด์ อาจไม่ง่ายสำหรับ ลิเวอร์พูล หลังฟอร์มปี 2026 ยังไม่ชนะใคร แถมเจอวิกฤตแบ็กขวา เปิดช่อง นิวคาสเซิ่ล ลุ้นลบอาถรรพ์ 32 ปี
ศึกพรีเมียร์ลีก ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด กำลังถูกจับตาอย่างมาก เมื่อบรรยากาศก่อนเกมสะท้อนภาพตรงกันข้ามระหว่างประวัติศาสตร์กับปัจจุบัน โดยเฉพาะสถานการณ์ของทีมเจ้าบ้านที่อยู่ในช่วงผลงานตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2026
แม้ แอนฟิลด์ จะขึ้นชื่อว่าเป็นสนามที่สร้างแรงกดดันมหาศาลแก่ผู้มาเยือน และ นิวคาสเซิ่ล ไม่เคยบุกชนะเกม พรีเมียร์ลีก ที่สนามแห่งนี้ได้เลยนับตั้งแต่ปี 1994 แต่สภาพความพร้อมล่าสุดของทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ทำให้สถิติเก่าเริ่มสั่นคลอน
นับตั้งแต่ต้นปี 2026 เป็นต้นมา ทีมของ อาร์เน่อ สล็อต ยังไม่สามารถเก็บชัยชนะในลีกได้เลย โดยผลงานอยู่ที่เสมอ 4 และแพ้ 1 ความมั่นใจที่เคยเป็นจุดแข็งค่อย ๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ปัญหาใหญ่ยิ่งกว่าฟอร์มการเล่นคือภาวะขาดแคลนผู้เล่นในตำแหน่งแบ็กขวา เมื่อ เจเรมี่ ฟริมปง, คอเนอร์ แบรดลี่ย์ และ โจ โกเมซ ไม่พร้อมลงสนาม ส่งผลให้ต้องขยับ โดมินิก โซโบสไล ลงไปแก้ขัด ซึ่งถือเป็นภารกิจหนักในการรับมือความเร็วของ แอนโธนี่ กอร์ดอน
ในอีกด้านหนึ่ง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มองเห็นโอกาสสำคัญในการยุติความผิดหวังยาวนานกว่า 32 ปีที่ แอนฟิลด์ สถิติการไม่ชนะที่นี่ตั้งแต่ปี 1994 ยังคงเป็นบาดแผลทางจิตใจของสโมสร แต่สถานการณ์ปัจจุบันของคู่แข่งเปิดช่องให้พวกเขาหวังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่
บรรยากาศยิ่งทวีความเข้มข้นจากประเด็นของ อูโก้ เอกิติเก้ กองหน้าของ ลิเวอร์พูล ที่เคยปฏิเสธโอกาสย้ายไป นิวคาสเซิ่ล มาก่อน ทำให้เกมนี้มีมิติทางศักดิ์ศรีเพิ่มเข้ามานอกเหนือจากการแย่งชิงคะแนน
สำหรับ ลิเวอร์พูล ชัยชนะในเกมนี้มีความหมายต่อการหยุดกระแสวิกฤตศรัทธาและรักษาเป้าหมายพื้นที่ท็อปโฟร์ ขณะที่ นิวคาสเซิ่ล ต้องการปลดแอกจากอาถรรพ์ที่ยืดเยื้อยาวนาน เกมนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันตามปกติ แต่คือบททดสอบสำคัญของทั้งสองฝ่ายในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของฤดูกาล