มากกว่าสโมสรฟุตบอล: เจาะรหัส “แมนยูไนเต็ด” Soft Power อันดับหนึ่งในใจผู้นำโลก

มากกว่าสโมสรฟุตบอล: เจาะรหัส “แมนยูไนเต็ด” Soft Power อันดับหนึ่งในใจผู้นำโลก
จากของขวัญทางการทูตถึงสัญลักษณ์แห่งอำนาจ เจาะลึกเหตุผลที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังเป็นทีมรักของผู้นำโลกและมหาเศรษฐีระดับเบอร์หนึ่ง แม้ผลงานในสนามจะตกต่ำ แต่บารมีของ “ปีศาจแดง” ยังทรงพลังในฐานะ Soft Power ที่ไม่มีสโมสรใดเทียบได้

จาะลึกเหตุผลที่ แมนยูไนเต็ด เป็นทีมรักของผู้นำโลกและเหล่ามหาเศรษฐี

ภาพการพบกันระหว่าง เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ในการประชุมที่ผ่านมาอาจดูเหมือนการหารือทางการทูตทั่วไป แต่สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นไวรัลและถูกพูดถึงไปทั่วโลกคือ "ของขวัญ" ที่สตาร์เมอร์มอบให้ผู้นำแดนมังกร

มันคือ ลูกฟุตบอล ที่ใช้ในเกมบิ๊กแมตช์ระหว่าง อาร์เซน่อล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อเป็นการตอกย้ำว่า "สี จิ้นผิง" คือแฟนตัวยงของพลพรรคปีศาจแดง สิ่งนี้ไม่ใช่แค่การมอบของที่ระลึก แต่มันคือการใช้ Soft Power ที่ทรงพลังที่สุดผ่านสโมสรฟุตบอลที่ชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เหตุใดสโมสรที่ตกอับมานานนับทศวรรษถึงยังเป็นที่ปรารถนาของเหล่าผู้นำโลก ตั้งแต่มหาเศรษฐีเบอร์หนึ่ง ไปจนถึงผู้นำที่โลกหวาดกลัว? ติดตามพร้อมกันที่นี่

ดีเอ็นเอแห่งผู้ชนะ

ในโลกของจิตวิทยาการเมือง "สัญลักษณ์" คือสิ่งที่มีค่ามากกว่าทองคำ และหากเราจะหาสัญลักษณ์ใดในโลกกีฬาที่สะท้อนถึง ความมั่งคั่ง, ความทะเยอทะยาน และชัยชนะที่เบ็ดเสร็จ ชื่อของ "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" มักจะถูกขีดเส้นใต้เป็นอันดับแรกเสมอ

สื่อยักษ์ใหญ่อย่าง ฟอร์บส์ (Forbes) เคยวิเคราะห์ไว้ชัดเจนว่า แมนยูไนเต็ด ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่ใช่แค่สโมสรฟุตบอล แต่มันคือเครื่องจักรผลิต "Mindset แห่งชัยชนะ" ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ภาพของทีมที่สู้จนวินาทีสุดท้าย กลายเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งที่ผู้นำทั่วโลกโหยหา เหล่าชนชั้นนำมองว่าการแสดงตัวเป็นสาวก เร้ด เดวิลส์ คือการบอกโลกนัย ๆ ว่า "เราคือพวกที่ไม่เคยยอมแพ้ และคือผู้ครอบครองความสำเร็จ"

เปิดทำเนียบ 'ตัวตึง' มีใครบ้าง

ความขลังของปีศาจแดงนั้นทรงพลังถึงขนาดข้ามผ่านพรมแดนที่ปิดตายและอุดมการณ์ที่แตกต่าง ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ:

คิม จอง อึน: ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ ผู้ที่โลกมองว่าลึกลับและดุดัน มีรายงานจากสื่อและคำยืนยันจาก อันโตนิโอ รัตซี อดีตวุฒิสมาชิกอิตาลีว่า เขาคือ "เร้ด อาร์มี่" ตัวจริง ถึงขั้นเคยสั่งถ่ายทอดสดเกมของ แมน ยูไนเต็ด ให้คนในประเทศดู เพราะนี่คือความบันเทิงระดับโลกที่ผู้นำอย่างเขายอมรับ

สี จิ้นผิง: ประธานาธิบดีจีน ผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ไม่ได้ปิดบังความหลงใหลในฟุตบอล และหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของเขาคือการไปเยือนเมืองแมนเชสเตอร์ในปี 2015 แม้ในเชิงพิธีการเขาจะไปเยือนทั้งสองทีมในเมือง แต่ภาพจำที่คนทั้งโลกจดจำคือการที่ผู้นำจีนแสดงความสนใจในประวัติศาสตร์และความยิ่งใหญ่ของ แมนยูไนเต็ด

อันวาร์ อิบราฮิม (นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย): ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของผู้นำในอาเซียน สื่อมาเลเซียเคยรายงานว่า ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าสาธารณชน ท่านนายกฯ อันวาร์ ถึงกับเก็บอาการไม่อยู่และร่วมฉลองชัยชนะของ แมนยู กลางเวที สำหรับผู้นำยุคใหม่ แฟนบอลแมนยู ไม่ได้เป็นแค่ความชอบส่วนตัว แต่เป็น "Soft Power" ที่ใช้เชื่อมโยงกับมวลชนได้อย่างแนบเนียน

เหล่ามหาเศรษฐีเบอร์ 1: ไม่ว่าจะเป็น เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ ที่ยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อคว้าหุ้นส่วน หรือแม้แต่เจ้าพ่อโปรเจกต์อย่าง อีลอน มัสก์ ที่ต้องหยิบชื่อ แมนยู มาทวีตปั่นกระแสโลก สิ่งนี้ตอกย้ำว่า สำหรับผู้ทรงอิทธิพล แมนยู ไม่ใช่แค่ทีมกีฬา แต่คือ "The Ultimate Trophy" หรือถ้วยรางวัลทางสังคมที่ทุกคนอยากถือครอง

มรดก 'Class of 92' และการรุกคืบทางวัฒนธรรม

ข้อมูลจากสื่อชี้ให้เห็นว่าการเดินสายทัวร์ปรีซีซั่นในเอเชียและแอฟริกาตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจ แต่มันคือการ "ปักธงทางวัฒนธรรม"

ลูกหลานของเหล่าชนชั้นนำในประเทศกำลังพัฒนา เติบโตมาพร้อมกับเสื้อเบอร์ 7 ของ เดวิด เบ็คแฮม หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เมื่อเวลาผ่านไป เด็กเหล่านั้นก้าวขึ้นเป็นรัฐมนตรี เป็นนายธนาคาร หรือเป็นผู้นำประเทศ "สีแดง" จึงกลายเป็นสีแห่งความทรงจำและความผูกพันที่ตัดไม่ขาด

ในเชิงรัฐศาสตร์ การที่ผู้นำระดับโลกเลือกเชียร์ แมนยูไนเต็ด ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการเชื่อมต่อตัวเองเข้ากับอำนาจและประวัติศาสตร์ แม้ในวันนี้ฟอร์มในสนามจะลุ่ม ๆ ดอน ๆ แต่บารมีของชื่อสโมสรนี้ยังคงมีความ "ขลัง" ที่ทีมเศรษฐีใหม่ทีมไหนก็เลียนแบบไม่ได้

เพราะปีศาจแดงไม่ได้ขายแค่ฟุตบอล... แต่พวกเขาขาย "อำนาจที่ไม่มีวันตาย"



ที่มาของภาพ : Gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport