มาร์ค แคล็ตเท่นเบิร์ก อดีตผู้ตัดสิน พรีเมียร์ลีก ออกโรงเรียกร้องให้องค์กรผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพ (พีจีเอ็มโอแอล) เคร่งครัดต่อการปกป้องผู้รักษาประตูเพื่อหยุดแท็คติกรุมกินโต๊ะโกลคู่แข่งของ อาร์เซน่อล ซึ่งเลยเถิดมากไปแล้ว
อาร์เซน่อล จ่าฝูง พรีเมียร์ลีก กลายเป็นทีมที่ได้ประตูจากลูกเซ็ตพีซมากที่สุดโดยเฉพาะจังหวะได้ลูกเตะมุมโดยเกมล่าสุดที่แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด คารัง 3-2 มิเกล เมริโน่ ตัวสำรองของทีมเจ้าบ้านสอยตาข่ายตีเสมอ 2-2 ให้กับ เดอะ กันเนอร์ส ได้จากลูกเตะมุมซึ่ง เซนเน่อ ลัมเมนส์ นายทวาร ผีแดง โดนรุมกระแทกอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ดี ในฐานะอดีตผู้ตัดสิน แคล็ตเท่นเบิร์ก ไม่เห็นด้วยที่ท่านเปาใน พรีเมียร์ลีก ยุคปัจจุบันปล่อยให้นักเตะเข้ามะรุมมะตุ้มกีดขวางการป้องกันประตูของนายทวารฝ่ายตรงข้ามอย่างเป็นอิสระทั้งๆที่กฏกติกาของเกมฟุตบอลให้ความคุ้มครองมือกาวบริเวณหน้าปากประตู และกลายเป็นการปล่อยปะละเลยจนทำให้ทีม ปืนใหญ่ ใช้แทคติกนี้เล่นงานฝ่ายตรงข้ามได้ตามใจชอบ
ด้วยเหตุนี้ แคล็ตเท่นเบิร์ก จึงเรียกร้องให้ทั้ง พีจีเอ็มโอแอล และ พรีเมียร์ลีก ปรามการใช้แท็คติกดังกล่าวของ อาร์เซน่อล ให้เหมือนเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งผู้ตัดสินไม่ปล่อยให้นักเตะฝ่ายรุกรุมล้อมผู้รักษาประตูขณะเล่นลูกเตะมุมเหมือนในลีกอังกฤษโดยเขาเสนอให้เป่าฟาวล์ทุกครั้งที่นักเตะทีม ปืนใหญ่ เข้ากีดขวางนายทวารเพื่อให้ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า เลิกใช้ลูกไม้นี้
"มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่โค้ชลูกเซ็ตพีซถูกสโมสรว่าจ้างเพื่อสร้างความได้เปรียบให้มากที่สุด มันเป็นสิ่งที่ พีจีเอ็มโอแอล และ พรีเมียร์ลีก จำเป็นต้องจัดการ การเข้าบล็อกผู้รักษาประตูสมควรโดนลงโทษด้วยการเป่าเป็นลูกฟาวล์" อดีตสิงห์เชิ้ตดำ เอ่ยเมื่อ 27 ม.ค.
"ใช่ ในช่วงแรกจะมีการทำฟาวล์มากขึ้น แต่เมื่อทีมต่างๆตระหนักดีว่าพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้แทคติกนี้ พวกเขาก็จะหยุด เราแทบไม่เห็นแทคติกนี้ถูกใช้ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก เพราะผู้ตัดสินจะลงโทษมากกว่า!"