เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า...
1. หลังจากคุมปีศาจแดง 2 นัด ด้วยพิชิตคู่เล่นอันตรายอย่าง แมนซิตี้ กับ อาร์เซน่อล อย่างน่าประทับใจ แถมรวมกับ 3 เกมในการคุมทีมแบบชั่วคราวครั้งแรกที่เอาชนะ อูไน เอเมรี่ และมิเกล อาร์เตต้า แถมไม่แพ้ โธมัส ทูเคิ่ล
ก่อให้เกิดคำถามที่ว่า...
ไมเคิ่ล คาร์ริค เหมาะสมกับการเป็นกุนซือแบบถาวรของ แมนยูไนเต็ด หรือเปล่า ???
อืมมมมมม...นะ
2.อดีตดาวเตะผู้เป็นสถาบันแห่งความหฤห่ามสายพันธุ์อสูรแดงอย่าง รอย คีน ยกมือขึ้นคัดค้านทันใด !!!
พี่แกให้เหตุผลว่าผู้จัดการทีมที่จะเสก แมนยูไนเต็ด ให้พุ่งเข้าชนและวิ่งเข้าใส่ความสำเร็จระดับแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้งต้องมีความพิเศษมากกว่านี้
เบื้องต้น ผมเห็นด้วยกับ 'ลูกพี่คีโน่' นะครับ
แม้จะอหังการถึงขนาดยัดเยียดความปราชัยให้ 'จ่าฝูง' กับ 'รองจ่าฝูง' แบบติดต่อกันด้วยฟอร์มการเล่นที่ไฉไล
แต่มันยังเร็วเกินไปที่จะคิดแบบนั้น
3. อย่าลืมนะครับว่า 2 เกมที่ผ่านมา ไมเคิ่ล คาร์ริค วางแผนให้ลูกทีมเล่นเกมรับแล้วรอสวนกลับ เพราะทั้ง แมนซิตี้ กับ อาร์เซน่อล จัดเป็นทีมที่มีสไตล์การเล่นคล้ายๆ กัน คือเน้นการครอบครองบอลแล้วขึงเกมรุกบุกใส่คู่ต่อสู้
มันเป็นวิธีการเล่นของทีมที่ศักยภาพเป็นรอง
หากทำได้ตามแผนที่วางเอาไว้ โดยไม่มีความผิดพลาด มันก็สามารถเอาชนะคู่แข่งที่เหนือกว่าได้ทุกทีมในโลก และดาวอังคาร
เรายังไม่เห็นเลยว่าถ้าเจอคู่แข่งที่คุณภาพต่ำกว่า แล้วมาเน้นเกมรับพลางอุดประตูรอโต้กลับบ้าง คุณพี่เขาจะทำให้ลูกทีมพิชิตคู่แข่งได้ด้วยวิธีไหน และอย่างไร ??
หรือถ้าต้องเจอคู่แข่งที่เหนือกว่าตัวเองอีกครั้งจะทำอย่างไร ในเมื่อทีมอื่นเขาเห็นเหลี่ยมเล่ห์ และกลยุทธ์ของ 'คุณปลัด' จาก 2 เกมแรกที่เป็นรองเรียบร้อย
4. เรียนตามตรงว่า 2 เกมที่ผ่านมา ไมเคิ่ล คาร์ริค รวมถึงทีมงานสต๊าฟฟ์ชุดใหม่ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมกระเทียมดองจริงๆ
โทษฐานที่เป็นอดีตขุนพลปีศาจสามง่าม เขารู้จักธรรมชาติของ แมนยูไนเต็ด เช่นเดียวกับรู้จักตัวตนของนักเตะมากกว่ากุนซือคนเก่าเสียอีก
ตัวอย่างเช่น เขารู้ว่าจะใช้ แพทริค ดอร์กู อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งมันพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนจาก 2 เกมล่าสุด
หรือการเอานักเตะที่อยู่นอกสายตาของกุนซือคนเก่าอย่าง ค๊อบบี้ เมนู กลับมาใช้อีกครั้งจนช่วยให้เกิดความสมดุลย์ในแดนกลาง
ไม่น่าเชื่อว่า รูเบน อโมริม จะมองไม่เห็นพลางหมางเมินไปเลย
แต่ต้องไม่ลืมนะครับว่า 'บอลเปลี่ยนโค้ช' ตอนเปลี่ยนใหม่ๆ ในระยะแรก มันมักจะออกตัวแรงแบบนี้แหละ
เหตุเพราะบรรดานักเตะจะเกิดความกระเหี้ยนใหม่ หลังซ้อมแบบเดิมๆ และเล่นแบบเดิมๆ มานานจนเกิดอาการจำเจ
มิเท่านั้น พวกเขาจะแสดงความมุ่งมั่นและทุ่มเทออกมามากเป็นพิเศษ เพื่อทำให้ผู้จัดการทีมคนใหม่เกิดความประทับใจก่อน
นี่คือเหตุผลที่บอกว่าทำไม 'บอลเปลี่ยนโค้ช' ส่วนใหญ่จึงมักจะออกตัวด้วยความเร็ว-แรง ทะลุโลกันตร์ในช่วงแรก ก่อนจะค่อยๆ แผ่วลงไปตามลำดับ
5. อารมณ์ที่เกิดขึ้นของบรรดาเด็กผี และนาทีนี้ หลังพลพรรคปีศาจแดงสามารถโค่นล้มยอดทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กับ มิเกล อาร์เตต้า แทบไม่ต่างจากอารมณ์ชั่ววูบอันนำมาซึ่งความหลงระเริง
คล้ายๆ กับตอนที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คุมทีมชนะรวดใน 8 นัดแรก แถมบุกขย่ม เปแอสเช อย่างมหัศจรรย์ในแชมเปี้ยนส์ ลีก จน ริโอ เฟอร์ดินานด์ ออกโรงมาฝากคำถึงเบื้องบนของ แมนยูไนเต็ด ประมาณว่า...
'พวกมึงจะรออะไร ทำไมไม่ให้สัญญาถาวรไปเลย'
สุดท้ายก็อย่างที่ทราบกันดีว่าเกิดนรกอะไรขึ้น
ฉะนั้น & ฉะนี้
ปล่อยให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค ทำหน้าที่ของตัวเองไปจนจบฤดูกาล แล้วค่อยมาประเมินกันอีกครั้งอย่างละเอียด และรอบคอบมากที่สุด
เดี๋ยวดวงตาของท่านจะมองเห็นธรรมในระดับหนึ่งเอง
โบนัส แทร็ค: ก่อนเซ็นสัญญากับซาตาน น้าลูกอมคุมทีมแบบชั่วคราวไปทั้งหมด 19 นัด ชนะ 14 นัด เสมอ 2 นัด และแพ้แค่ 3 นัด - คิดเอา !!!