ไมเคิ่ล คาร์ริค เรียกความนิยมในหมู่แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เพราะทั้งผลงานในสนามและผลลัพธ์ที่ออกมา ผ่านไปเพียง 2 เกมมันคือความน่าประทับใจอย่างยิ่ง
เกมแรกชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้
เกมที่สองบุกชนะอาร์เซน่อล
ทั้ง 2 เกมยูไนเต็ดไม่ได้ชนะแบบโชคช่วยหรือดวงเฮง ไม่ได้ถูกไล่ยำอยู่ข้างเดียวแล้วอาศัยลูกตีหัวเข้าบ้านกำชัย หากแต่เป็นการเล่นที่มีแบบแผนชัดเจน เหมือนทุกคนรู้ว่าตัวเองจะต้องทำอะไรในจังหวะนั้น ๆ
ความแตกต่างที่มองเห็นชัดคือความเชื่อมั่นในวิธีการเล่นของตัวเอง นิ่ง เยือกเย็น มั่นใจ ควบคุมสติได้ดีไม่ปั่นป่วนในสถานการณ์เป็นรอง อย่างเกมล่าสุดที่ไปเยือนทีมปืนใหญ่ เกมของแมนฯ ยูฯ เป็นรองตลอด 25 นาทีแรกแถมยังถูกยิงนำไปก่อน
ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มเร่งเร้าจากกูนเนอร์สทั้งสนามและโมเมนตัมที่น่าจะเป็นของเจ้าถิ่นเต็มตัว นักเตะปีศาจแดงยังตั้งหลักได้ ทั้งที่ความมั่นคงของจิตใจสุ่มเสี่ยงจะพัง ไม่มีอาการรวนเรไม่เป็นกระบวนให้เห็น
ยังคงเล่นอย่างอดทน รอโอกาสที่อาจมาถึงเมื่อไหร่ก็ได้ จังหวะตวัดเปิดบอลทีเดียวของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ให้ ไบรอัน เอมเบอโม่ หลุดเดี่ยวคือการส่งสัญญาณเตือนว่าอาร์เซน่อลเองก็ห้ามประมาท
แล้วมันก็มาถึงจริง ๆ จากความผิดพลาดของนักเตะที่น่าจะเป็นคนท้าย ๆ ถ้าเราจะนึกถึงใครสักคนที่พลาด
มาร์ติน ซูบิเมนดี ตั้งใจส่งบอลคืนให้ ดาบิด รายา แต่เตะพลาดกลายเป็นถวายพานให้ เอมเบอโม่ พาบอลไปลงโทษได้อย่างเด็ดขาด
แล้วจากนั้นก็เหมือนขุนพลทีมปืนใหญ่จะสะดุดไปเลย กลายเป็นเร่งรีบไปเองในหลายจังหวะ
นักเตะยูไนเต็ดเล่นดีทุกคน เกณฑ์ระดับ 7 เต็ม 10 คะแนนยืนพื้น พาทริค ดอร์กู โดดเด่นลุ้นแมนออฟเดอะแมตช์ได้เหมือนกัน แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ก็บัญชาเกมรับได้ดี หรือ ค็อบบี้ เมนู กับ กาเซมิโร่ ก็ช่วยกันทำงานในแดนกลางอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผมยกให้ บรูโน่ เป็นแมนออฟเดอะแมตช์ครับ ตื่นตัวและอ่านความเคลื่อนไหวของเกมตลอดเวลา เซนส์เกมรุกสูงมาก เป็นคนที่บอลจะผ่านเขาเสมอยามสร้างเกมบุก
แต่ที่โดดเด่นไปกว่านั้นคือความมั่นใจในการเล่นของนักเตะทีมเยือนทุกคน นี่คือสิ่งที่น่าชมเชยคาร์ริค มันเหมือนแข้งปีศาจแดงไม่กลัว ไม่หวาดหวั่น ไม่ยำเกรงทีมจ่าฝูงที่เอาชนะพวกเขาในสนามแห่งนี้มาตลอดการพบกัน 4 ครั้งหลังสุดเลย
ลงสนามไปราวกับอยากจะประกาศบอกทุก ๆ คนว่าพวกผมก็มีดีของผม และบอกกับอาร์เซน่อลว่าข้าไม่กลัวเอ็ง
ประตูแรกอาจจะมาจากจังหวะผิดพลาดของอาร์เซน่อลเอง แต่ประตูที่สองจากดอร์กูและประตูที่สามจาก มาเตอุส คุนญ่า คือการประสานงานต่อบอลอย่างมั่นใจ กล้าแทงบอลขึ้นหน้า และชิงเล่นบอลในจังหวะที่เร็วกว่าคู่แข่ง
ลูกยิงของดอร์กูเริ่มจาก ลิซานโดร มาร์ติเนซ แทงขึ้นหน้าให้แบ๊กเดนิชเล่นชิ่งกับบรูโน่ 2 รอบก่อนตะบันเช็ดคานสุดสวย ขณะที่ประตูของคุนญ่าเริ่มจากบรูโน่ไหลให้ เมนู ที่สะกิดบอลผ่านกองกลางอาร์เซน่อลที่เข้ามารุมไปให้ คุนญ่า มีพื้นที่สังหาร
ความนิ่งในการรับมือสถานการณ์ยาก ๆ ของแมนฯ ยูไนเต็ดคือเรื่องที่น่าชื่นชม เกมนี้พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่อาจใจพังและทำนบทลายได้เหมือนหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นตอนที่โดนยิงนำไปก่อนหรือตอนที่ถูกตีเสมอเป็น 2-2
หลายครั้งที่เราเห็นยูไนเต็ดโดนแล้วรั่ว เสียประตูติด ๆ กันต่อทันที แต่มันไม่เกิดขึ้นกับนัดนี้ที่ทั้งสติและสมาธิยังอยู่กับตัว
กลายเป็นอาร์เซน่อลเองที่ถูกความกดดันเล่นงาน ด้วยโจทย์ใหญ่ต้องชนะเพื่อหนีแมนฯ ซิตี้ กับ แอสตัน วิลล่า กลับไปเป็น 7 แต้ม เมื่อสถานการณ์ไม่เป็นใจเจาะเกมป้องกันอันมีวินัยของยูไนเต็ดไม่ได้ถนัดแถมยังถูกโต้เสียว ๆ หลายหนก็ยิ่งเครียดเมื่อเวลาผ่านไป
การตัดสินใจของ มิเกล อาร์เตต้า ที่เปลี่ยนตัวรวดเดียว 4 คนตั้งแต่นาที 58 คือความเสี่ยงอยู่เหมือนกันเพราะนั่นหมายถึงเขาเหลือไพ่แค่ใบเดียวในเวลาที่เหลือ
ผมคิดว่าเขาพยายามกระตุกเกมที่ตื้อ ๆ ไปกลับมาให้เร็ว เพราะตอนนั้นดอร์กูยิงให้ยูไนเต็ดแซงนำ 2-1 ไปแล้ว อาร์เซน่อลจึงต้องการอย่างน้อย 2 ประตูในครึ่งชั่วโมงที่เหลือ
แต่มันอาจเป็นการรีบร้อนเกินไป ผมเห็นด้วยกับการเปลี่ยน เบน ไวท์ แทน ปิเอโร่ อินคาปิเย่ และ วิคตอร์ เยอเคเรส แทน กาเบรียล เชซุส ในเวลานั้น แต่ยังมองว่าการถอด มาร์ติน โอเดการ์ด กับ มาร์ติน ซูบิเมนดี ออกไปด้วยนั้นเร็วไปหน่อย
แน่นอนครับว่าทั้งโอเดการ์ดและซูบิเมนดีไม่ได้มีเกมที่ดีเยี่ยมอะไรหรอก แต่เกมนี้ก็แทบจะไม่มีนักเตะปืนใหญ่คนไหนเล่นได้โดดเด่นเลย บอลจากเท้าโอเดการ์ดยังพึ่งพาได้ทุกวินาที ขณะที่การถอดซูบิเมนดีอาจเพิ่มทีเด็ดด้วยเกมรุกจาก มิเกล เมริโน่ ก็จริง แต่มันก็หมายถึง เดแคลน ไรซ์ ต้องถอยต่ำลงมาจากพื้นที่อันตรายที่สุดของเขาด้วย
กระนั้นผมก็เข้าใจในความพยายามของอาร์เตต้า เขาจำเป็นต้องตัดสินใจและคาดหวังว่าตัวสำรองที่ลงไปแทนอย่าง เมริโน่ หรือ เอเบเรชี่ เอเซ่ จะสร้างความแตกต่างได้
เกมของทีมปืนใหญ่อาจไม่ได้ดีขึ้นทันตาเห็น แต่พวกเขาก็ตีเสมอได้จริง ๆ จากอาวุธอันตรายของพวกเขาคือลูกเตะมุมที่เมริโน่จิ้มบอลขลุกขลิกข้ามเส้นประตูเข้าไป
ตอนนั้นเกมเหลืออีก 6 นาที ไม่รวมช่วงทดเวลา อาร์เซน่อลย่อมต้องมองถึงประตูแซงนำ 3-2 และสามคะแนน
แต่ก็นั่นล่ะครับ เป็นอีกครั้งที่ยูไนเต็ดทำลายโมเมนตัมที่ควรจะเกิดขึ้นได้อย่างชะงัด จากบอลที่กล้าเล่นและมั่นใจซึ่งจบด้วยประตูเด็ดขาดจากคุนญ่า
สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเกมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สมควรเป็นผู้ชนะและน่าสนใจว่า ไมเคิ่ล คาร์ริค จะพัฒนาทีมในมือของเขาไปได้ไกลแค่ไหน
จุดตั้งต้นเวลานี้ดีงาม ความนิ่ง ความเยือกเย็น ความกล้า ความเชื่อมั่นในตัวเอง วิธีการเล่นที่ดี วินัยแน่น และการอดทนรอโอกาส ที่สำคัญคือยูไนเต็ดใช้ประโยชน์จากโอกาสที่ได้มาอย่างเต็มไม้เต็มมือ
พวกเขาจึงเป็นทีมแรกที่ทำให้อาร์เซน่อลแพ้ในเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมฤดูกาลนี้ และยังเป็นทีมแรกที่ยิงใส่ทีมปืนใหญ่ได้ถึง 3 ประตู
ชัยชนะของยูไนเต็ดในเกมนี้ทำให้สถานการณ์ในลีกสนุกขึ้นอีกมากเลยล่ะครับในพื้นที่ด้านบนของตารางพรีเมียร์ลีก
พื้นที่แย่งแชมป์ระหว่าง อาร์เซน่อล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แอสตัน วิลล่า มีช่องว่างแค่ 4 คะแนน
พื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อันดับ 4 ยูไนเต็ด-เชลซี-ลิเวอร์พูล คะแนนลดหลั่นกันไปแค่อันดับละแต้มเท่านั้น
15 นัดสุดท้ายของฤดูกาล เราน่าจะได้สนุกกันอีกมากเชียวล่ะครับ
-ตังกุย-