ตัวเลขไม่เคยหลอก! เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล เสี่ยงพลาดติดท็อปโฟร์ในฤดูกาลนี้

ตัวเลขไม่เคยหลอก! เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล เสี่ยงพลาดติดท็อปโฟร์ในฤดูกาลนี้
เป้าหมายขั้นต่ำของ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลอันย่ำแย่นี้ คือการคว้าตั๋วไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้าให้ได้ อย่างไรก็ตาม จากผลงานที่ผ่านมาชี้ชัดว่าฟอร์มของพวกเขายังไม่คู่ควรกับเป้าหมายนั้น

ความพ่ายแพ้ต่อ บอร์นมัธ 2-3 ยิ่งลบล้างความรู้สึกดีๆ ทั้งหมดที่มีต่อทีมอีกครั้ง เพียงไม่กี่วันหลังจากที่ทัพ "หงส์แดง" โชว์ฟอร์มเหนือชั้น ถล่ม โอลิมปิก มาร์กเซย 3-0 ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ ลีก เฟส นัดรองสุดท้าย ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

ปัญหาของ ลิเวอร์พูล ในพรีเมียร์ลีกเห็นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในแง่ของการดวลเชิงแท็กติกในเกมภายในประเทศ ซึ่งไม่เอื้อประโยชน์ต่อระบบการเล่นของ อาร์เน่อ สล็อต มากนัก เมื่อเทียบกับเวทียุโรปอย่าง แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่มีพื้นที่ทางแท็กติกเปิดกว้างกว่า

เมื่อการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกแทบไม่อยู่ในลิสต์เป้าหมายอีกต่อไป โฟกัสของทีมจึงเปลี่ยนไปที่การลุ้นความสำเร็จในเวทีถ้วยใบโตยุโรปและเอฟเอ คัพ ควบคู่กับการจบอันดับท็อปโฟร์ให้ได้

อย่างไรก็ตาม ตามข้อมูลของ ไมเคิล รีด จาก "ออปต้า" (Opta) ที่โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่า ค่าเฉลี่ย 1.57 คะแนนต่อเกมของลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ไม่เพียงพอต่อการจบอันดับท็อปโฟร์ในซีซั่นใดๆ ได้เลย นับตั้งแต่มีการใช้ระบบชนะได้ 3 คะแนน ตั้งแต่ฤดูกาล 1981/82

ทัพ "เดอะ เร้ดส์" ครองสถิติเป็นทีมที่เก็บแต้มได้น้อยที่สุดในบรรดาทีมที่จบอันดับท็อปโฟร์ของพรีเมียร์ลีก โดยฤดูกาล 2003/04 พวกเขาจบอันดับ 4 ด้วยคะแนนเพียง 60 แต้ม หรือค่าเฉลี่ย 1.58 คะแนนต่อเกม (PPG)

แม้ฤดูกาลนี้มีแนวโน้มว่าพรีเมียร์ลีกจะได้โควตาไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 5 ทีม แต่ด้วยสถานการณ์ล่าสุดหลังเกมวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่มีถึง 6 ทีมไล่บี้ตามหลังมา โดยมีแต้มตามไม่เกิน 3 คะแนน ทำให้แม้แต่อันดับ 5 ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่การันตีได้

ในบรรดาชัยชนะ 10 นัด ของ ลิเวอร์พูล ในลีกฤดูกาลนี้ มีถึง 5 เกม ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล ขณะที่หลังจากนั้นทีมของโค้ชอาร์เน่อ มีผลงานในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีชนะ 5 เสมอ 6 แพ้ 7

นอกจากนี้ รีด ยังชี้ให้เห็นอีกว่า ผลงานชนะเพียง 5 นัดจาก 18 เกมลีกหลังสุด ถือเป็นสถิติที่ย่ำแย่ที่สุดของ ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมคนเดียว นับตั้งแต่ช่วง 18 นัดสุดท้ายของ เซอร์ เคนนี่ ดัลกลิช ในซีซั่น 2011/12

ครึ่งหลังที่ไร้พิษสง สะท้อนปัญหาใหญ่ของลิเวอร์พูล !!

นี่คืออีกหนึ่งเกมที่ ลิเวอร์พูล ครองบอลได้เหนือกว่า (67%) แต่ครั้งนี้พวกเขาต้องเจอกับคู่แข่งในลีกที่เล่นดุดันและกดดันมากกว่าเดิม แม้ "เดอะ เร้ดส์" จะมีโอกาสยิงทั้งหมด 14 ครั้ง เทียบกับ 12 ครั้ง ของ "เดอะ เชอร์รี่ส์" ทว่าเจ้าบ้านกลับสร้างโอกาสจะแจ้งถึง 6 ครั้ง ขณะที่ทีมเยือนมีเพียงครั้งเดียว และเมื่อดูจากค่า xG ก็สะท้อนความแตกต่างได้อย่างชัดเจนที่ 2.35 ต่อ 0.93

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือรูปเกมในครึ่งหลัง ซึ่งทีมของกุนซือหัวใสชาวดัตช์ครองบอลสูงถึง 73% แต่ไม่สามารถสร้างโอกาสจะแจ้งได้เลย และมีค่า xG เพียง 0.46 ตัวเลขดังกล่าวมาจากการยิงทั้งหมด 8 ครั้ง แต่เข้ากรอบเพียง 2 ครั้ง โดยประตูตีเสมอของ โดมินคก โซโบสไล มีค่าเพียง 0.05 xG เท่านั้น 

ขณะที่สถิติของ บอร์นมัธ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความเฉียบคมในการฉกฉวยโอกาสยามตกอยู่ภายใต้ความกดดัน แม้ทีมของกุนซืออันโดนี่ อิราโอล่า ครองบอลเพียง 27% ในครึ่งหลัง แต่กลับสร้างผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยิงทั้งหมด 9 ครั้ง, ยิงเข้ากรอบ 3 ครั้ง, สร้างโอกาสจะแจ้ง 4 ครั้ง และมีค่า xG 1.71

เช่นเดียวกับประตูตีเสมอ 2-2 ของ "โซโบ" เพราะประตูชัยช่วงท้ายเกมของ อามีน อัดลี่ มีค่า  xG  เพียง 0.07 เท่านั้น โดยโอกาสจะแจ้งที่สุดของบอร์นมัธในครึ่งหลังตกเป็นของ เอวานิลซอน ในนาทีที่ 84 (ค่า xG  0.62) และ มาร์โก เซเนซี่ ก่อนที่อัดลีจะทำประตูชัย (ค่า xG 0.31)

ขณะที่โอกาสดีที่สุดของ ลิเวอร์พูล ในครึ่งหลัง เมื่อวัดจากค่า xG เป็นจังหวะของ เคอร์ติส โจนส์ ในนาทีที่ 65 (ค่า xG 0.12) ส่วน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ฟอร์มน่าผิดหวังมากๆ มีโอกาสลุ้นประตูดีที่สุดตลอดทั้งเกมในช่วงก่อนหมดครึ่งแรก (ค่า xG 0.22) 

เป็นอีกครั้งที่ ลิเวอร์พูล มีสถิติครองบอลได้แทบตลอดทั้งเกมแต่ไม่สามารถเปลี่ยนการครองบอลเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์ได้ นี่คือสิ่งที่น่ากังวลมากๆ และดูเหมือนว่าสถานการณ์แบบนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะจบในเร็วๆ นี้

TOMMY TEE



ที่มาของภาพ : getty images
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport