แม้ตัวเลขจะบอกว่า ลิเวอร์พูล เคยไม่แพ้ใครยาวถึง 13 นัด แต่ความจริง ฟอร์มการเล่นที่อยู่เบื้องหลัง มันธรรมดาเกินไป
และความปราชัยต่อ บอร์นมัธ คือสิ่งที่ควรเกิดขึ้นตั้งนานแล้ว
1. ฟอร์มจริงสวนทางผลการแข่งขัน ชนะเพียง 5 จาก 18 นัดหลังสุดในลีก สถิติเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายยุค เคนนี่ ดัลกลิช
และถ้าตัด 5 เกมแรกของฤดูกาลออก ลิเวอร์พูล จะหล่นไปอยู่ระดับครึ่งล่างตารางทันที
2. เกมรุกไร้ทิศทาง ลิเวอร์พูล ไม่มีรูปแบบการเข้าทำที่ชัดเจน ตัดสินใจพลาดซ้ำ ๆ ในพื้นที่อันตราย เกมนี้มีค่า xG แค่ 0.83 ต่ำจนน่าตกใจ
คู่แข่งไม่เปิดพื้นที่ให้สวนกลับ และเมื่อเจอ Low block ทีมของ อาร์เน่อ ก็ยังหาทางเจาะไม่เจอ
ที่น่าห่วงคือ ฟอร์มของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โคดี้ กัคโป ดร็อปลงชัด เพราะระบบไม่เอื้อ
3. แนวรับกับนโยบายไม่ซื้อใครเลย สโมสรเลือกไม่เสริมเซนเตอร์แบ็กในเดือนมกราคม ทั้งที่รู้ดีว่า โจ โกเมซ มีประวัติบาดเจ็บซ้ำซาก
แนวคิด Keep the powder dry กำลังกลายเป็นความเสี่ยงโดยตรงต่อการลุ้นท็อปโฟร์
แม้แต่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยังมีจังหวะยืนตำแหน่งพลาดให้เห็น มันไม่ใช่ความผิดของคนเดียวหรอก ทั้งทีมก็ฟอร์มตก
4. ความไร้เดียงสาในสนาม จุดพังที่สุดคือการปล่อยให้ทีมเล่นด้วยผู้เล่นน้อยกว่านานถึง 6 นาที โดยไม่พยายามหยุดเกม สุดท้ายโดนลงโทษทันที
มีรายงานว่า อาร์เน่อ ตะโกนสั่งจากข้างสนาม แต่ผู้เล่นในสนามกลับไม่ตอบสนอง สะท้อนปัญหาการสื่อสารและวินัยในสถานการณ์คับขัน
ขอสรุปสั้น ๆ 4 ข้อก่อน ส่วนบทความยาวเดี๋ยวตามมาทีหลังนะครับ
ตอนนี้ ความรู้สึกเหมือนกลับไปนับหนึ่งใหม่อีกครั้งเลยล่ะ555
#HOSSALONSO