ไมเคิล คาร์ริค ยืนยัน เบนยามิน เชชโก้ ยังอยู่ในแผน แมนฯ ยูไนเต็ด แม้ไร้ชื่อเกมชนะ แมนซิตี้ ชี้เป็นเหตุผลแท็กติก พร้อมเปิดทางพิสูจน์ตัวในระยะยาว
ไมเคิล คาร์ริค ประเดิมการคุมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยชัยชนะเหนือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ในศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ ทว่าอีกมุมที่ถูกพูดถึงหลังจบเกมคือสถานการณ์ของ เบนยามิน เชชโก้ กองหน้าค่าตัว 74 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,230 ล้านบาท) ที่ไม่มีโอกาสลงสนามแม้แต่นาทีเดียว
แม้ผลการแข่งขันจะถูกมองเป็นสัญญาณบวกของการเริ่มต้นยุคใหม่ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่การที่หัวหอกทีมชาติสโลวีเนียต้องนั่งสำรองตลอด 90 นาที ทำให้เกิดคำถามถึงบทบาทของเขาในแผนการทำทีมระยะยาว
เชชโก้ ย้ายมาจาก แอร์เบ ไลป์ซิก พร้อมความคาดหวังสูงในการแก้ปัญหาเกมรุกของทีม ทว่าช่วงแรกในพรีเมียร์ลีกไม่ราบรื่น ทั้งการปรับตัวกับสปีดเกม และปัญหาอาการบาดเจ็บที่ทำให้ฟอร์มขาดความต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเริ่มเรียกความมั่นใจกลับมาได้ ภายใต้การคุมทีมชั่วคราวของ ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ หลังทำได้ 3 ประตูในเกมพบ เบิร์นลีย์ และ ไบรท์ตัน จนหลายฝ่ายคาดว่าเขาจะมีบทบาทในเกมดาร์บี้แมตช์
อย่างไรก็ตาม คาร์ริคเลือกใช้งาน ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า และเมื่อมีการเปลี่ยนตัว เขาส่ง มาเตอุส คุนญ่า ลงสนามแทน ซึ่งยิ่งเพิ่มกระแสสงสัยเกี่ยวกับสถานะของดาวยิงวัย 22 ปี
หลังจบเกม กุนซือชาวอังกฤษแสดงท่าทีชัดเจน ด้วยการเข้าไปพูดคุยกับเชชโก้เป็นการส่วนตัว พร้อมยืนยันว่าการไม่ได้ลงเล่นในนัดนี้ ไม่ได้หมายถึงการลดบทบาทในทีม
คาร์ริคระบุว่า เชชโก้ฝึกซ้อมได้ดี และทีมงานกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนาศักยภาพ โดยชี้ว่าการเลือกผู้เล่นในเกมกับซิตี้เป็นเรื่องแท็กติกให้เหมาะกับคู่แข่ง
อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษอธิบายเพิ่มเติมว่า ผู้เล่นแต่ละคนมีจุดเด่นต่างกัน เอ็มเบอโม่เหมาะกับบทบาทอิสระและการเชื่อมเกม ขณะที่เชชโก้โดดเด่นเรื่องการยืนไลน์สุดท้ายและการวิ่งทำทาง ซึ่งทีมต้องเลือกใช้งานให้เหมาะกับจังหวะของเกม
ก่อนหน้านี้ในยุคของ รูเบน อโมริม เส้นทางของเชชโก้เต็มไปด้วยแรงกดดัน ทั้งการถูกดร็อปเป็นสำรองและเสียงวิจารณ์ โดยเฉพาะหลังเกมกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ที่ผลงานถูกมองว่ายังไม่คุ้มค่าตัว
อโมริมเคยยอมรับว่านักเตะยังต้องใช้เวลาเรียนรู้ทั้งแท็กติกและแรงกดดันจากการเล่นในสโมสรระดับสูง ซึ่งแนวทางที่เข้มงวดอาจไม่สามารถดึงศักยภาพสูงสุดออกมาได้
การเข้ามาของคาร์ริคจึงถูกมองเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ด้วยสไตล์การทำทีมที่เน้นความเข้าใจนักเตะรายบุคคลมากขึ้น หากสามารถปลดล็อกฟอร์มที่แท้จริงของเชชโก้ได้ เขาอาจกลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญในเกมรุกของยูไนเต็ดช่วงที่เหลือของฤดูกาล
แม้ยังไม่ได้รับโอกาสในเกมใหญ่ล่าสุด แต่สัญญาณจากกุนซือชัดเจนว่า เบนยามิน เชชโก้ ยังอยู่ในแผนการสร้างทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเส้นทางพิสูจน์ตัวเองในยุคของ ไมเคิล คาร์ริค เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น