ได้กลิ่นความเจริญ! 5 สิ่งสำคัญที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค เปลี่ยนแปลงหลังคุม แมนยู

ได้กลิ่นความเจริญ! 5 สิ่งสำคัญที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค เปลี่ยนแปลงหลังคุม แมนยู
นับตั้งแต่ที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค ได้รับการแต่งตั้งให้คุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาได้เดินหน้าปรับเปลี่ยนรายละเอียดเบื้องหลังหลายประการภายในทัพ "ปีศาจแดง" เพื่อทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีระบบ

กุนซือวัย 44 ปี ตอบตกลงรับงานคุมทีมชั่วคราวจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ และสร้างผลงานได้น่าประทับใจ ด้วยการนำ แมนฯ ยูฯ ดับซ่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 โดยทีมไม่ใช่แค่ชนะเรื่องสกอร์ แต่รูปเกมก็เหนือกว่า "เรือใบสีฟ้า" ทุกกระบวนท่า

 สำหรับผลงานที่โดดเด่นของ คาร์ริค เกิดจากการปรับเปลี่ยนหลายอย่างภายในทีม ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในยุคของ รูเบน อโมริม ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้าง และทำไมถึงทำให้เขาได้รับคำชื่นชมอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ต้องไปพิจารณากันได้เลย

1. เข้าชมเกมของดาวรุ่งรุ่นยู 21

 คาร์ริค และทีมงานเดินทางไปที่สนามลีห์ สปอร์ตส์ วิลเลจ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อแสดงการสนับสนุนนักเตะอะคาเดมี่ของสโมสร ขณะที่ รูเบน อโมริม ไม่เคยสนใจจะเดินทางไปชมผลงานของนักเตะเยาวชนแมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อครั้งที่เขายังคุมทีมอยู่

 อโมริม มีโอกาสหลายครั้งในการเข้าชมเกมอะคาเดมี่ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่เขาไม่เคยทำเช่นนั้น โดยตลอดช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่ง ทีมรุ่นยู 21 ลงแข่งขันที่สนามมอสส์ เลน ของอัลทริงแฮม ซึ่งอยู่ห่างจากย่านเฮลเพียงขับรถประมาณ 2 นาที ขณะที่ เอริค เทน ฮาก เคยไปชมเกมอะคาเดมีที่สนามแห่งนี้ร่วมกับมิตเชลล์ ฟาน เดอ ค้าก เมื่อเดือนกันยายน ปี 2022  

 กุนซือชาวโปรตุกีส เคยเดินไปชมเกม ยู 21 ที่แคร์ริงตันครั้งหนึ่ง แต่เป็นเพราะเขาอยู่ที่สนามซ้อมอยู่แล้ว และเพียงเดินข้ามสนามเพื่อสังเกตการแข่งขันเท่านั้น การที่ อโมริม ไม่เคยไปปรากฏตัวอย่างจริงจังในเกมอะคาเดมี เป็นสิ่งที่หลายคนในสโมสรสังเกตเห็น มันเป็นโอกาสง่ายๆ ที่เขาเลือกจะมองข้ามไป

 สำหรับการปรากฏตัวของ คาร์ริค ที่ลีห์ สปอร์ตส์ วิลเลจ ไม่ใช่เพียงการทำตามมารยาท แต่เป็นสัญลักษณ์ของการสนับสนุนและสร้างความมั่นใจให้กับนักเตะอะคาเดมี่ ว่ายังมีเส้นทางก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อย่างแท้จริง 

2. คืนความเชื่อมั่นให้ เมนู

 การเปลี่ยนแปลงของคาร์ริคไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เมื่อเขาเลือกคืนความเชื่อมั่นให้กับ ค็อบบี้ เมนู ซึ่งไม่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้เลย จนกระทั่งได้รับโอกาสลงสนามในเกมพบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 ก่อนหน้านี้ เมนู เคยร้องขอย้ายออกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบยืมตัวในช่วงซัมเมอร์ เพื่อโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ และยังมีแนวโน้มจะย้ายทีมอีกช่วงตลาดฤดูหนาว ก่อนที่ รูเบน อโมริม จะโดนปลด โดย กุนซือชาวโปรตุกีส มักนำ เมนู ไปเปรียบเทียบกับ บรูโน แฟร์นันด์ส และแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาสงสัยในศักยภาพนักเตะสำหรับการเล่นระบบ 3-4-3

 เมื่อเดือนกันยายน เมนู พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อทวงตำแหน่งตัวจริงกลับคืนมา ทั้งการทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนัก ไปจนถึงการเปลี่ยนเชฟส่วนตัวที่บ้าน แต่ความอึดอัดเริ่มปะทุออกมาในช่วงปลายยุคของอโมริม ผ่านกิจกรรมบนโซเชียลมีเดียที่ไม่เหมาะสม เช่น การกดถูกใจโพสต์บางส่วนที่พาดพิงถึงอโมริม

 ขณะเดียวกัน จอร์แดน เมนู-เฮมส์พี่ชาย เคยสวมเสื้อที่มีข้อความ "ปลดปล่อย ค็อบบี้ เมนู" (Free Kobbie Mainoo) ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แม้สโมสรจะยืนยันว่า เมนู ไม่ทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวก็ตาม อย่างไรก็ตาม เรื่องทั้งหมดจะถูกลืมเลือนไป หากเมนูกลับมาโชว์ฟอร์มที่ดีที่สุดและช่วยพาทีมคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

 ในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้  เมนู เป็นผู้เล่นของ "ผีแดง" ที่วิ่งไล่บอลตอนที่ไม่มีบอลมากที่สุด ด้วยระยะทาง 7.9 กิโลเมตร เขาผ่านบอลสำเร็จ 31 ครั้ง, ตัดบอลจากคู่แข่ง 2 ครั้ง และ 2 แท็กเกิล โดยผลงานเกมรับน่าประทับใจเป็นพิเศษ เมื่อพิจารณาว่านี่คือการลงเล่นครบ 90 นาทีครั้งแรกของฤดูกาล

3. ปรับแนวทางการซ้อม

 นอกเหนือจากการให้ความสำคัญกับอะคาเดมี่และนักเตะที่ก้าวขึ้นมาจากระบบเยาวชนแล้ว คาร์ริค ยังได้ปรับรายละเอียดเล็กๆ หลายจุดสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ว่าจะเป็นการซ้อมที่ใช้เวลาสั้นลงแต่มีความเข้มข้นมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มการทำงานรายบุคคลเพื่อช่วยยกระดับศักยภาพของนักเตะในทีม

 ตามรายงานของ " แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง" ระบุว่า นักเตะหลายคนรู้สึกประทับใจกับแนวทางการทำงานที่ "ลงมือทำจริง" มากขึ้นของคาร์ริค และทีมงาน เมื่อเทียบกับอโมริม ซึ่งแม้จะมีส่วนร่วมในการซ้อมเช่นกัน แต่ก็มักเลือกยืนดูมากกว่าลงไปมีบทบาทโดยตรง

 หลังจบเกมที่เอาชนะ แมนฯ ซิตี้ ทั้ง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ ลิซานโดร มาร์ตีเนซ ต่างออกมาพูดในเชิงบวกเกี่ยวกับพฤติกรรมของ คาร์ริค ภายในห้องแต่งตัว โดยเขามักเลือกพูดคุยกับนักเตะหลังจบเกมทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่ อโมริม หลีกเลี่ยงมาโดยตลอด

 สำหรับ อโมริม เขาเลือกปล่อยให้อารมณ์ร่วมของวันแข่งขันค่อยๆ คลี่คลายลงก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่ฉับพลัน และเปิดโอกาสให้นักเตะได้สรุปผลงานของตัวเองกันภายใน หากพวกเขาต้องการ

4. เลือกทีมงานได้ถูกต้อง

 การแต่งตั้ง  สตีฟ ฮอลแลนด์ เป็นผู้ช่วยโค้ชถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด โดย เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค และคาร์ริค ทำงานร่วมกันเพื่อคัดเลือกโค้ชที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาสนับสนุนทีมงาน 

 แม้ว่าทั้งสองจะไม่เคยร่วมงานกับ ฮอลแลนด์ มาก่อน แต่ก็เห็นพ้องต้องกันว่าทักษะและประสบการณ์ของเขาจะเป็นประโยชน์อย่างมากกับ แมนฯ ยูไนเต็ด

 ฮอลแลนด์ ซึ่งเป็นสาวก "เร้ด อาร์มี่" มาตั้งแต่เด็ก เข้าร่วมสโมสรพร้อมประสบการณ์ระดับสูง หลังมีบทบาทสำคัญในยุคที่ทีมชาติอังกฤษประสบความสำเร็จมากที่สุดนับตั้งแต่สมัย เซอร์ อัลฟ์ แรมซี่ย์ รวมถึงการทำงานร่วมกับผู้จัดการทีมระดับแนวหน้าที่เชลซี

 ภายในสโมสรเชื่อว่าทีมงานเบื้องหลังของ คาร์ริค มีการผสมผสานทั้งทักษะและบุคลิกภาพได้อย่างลงตัว และผู้ที่ได้เห็นการทำงานของทีมโค้ชที่แคร์ริงตันต่างมองว่าทีมกำลังพัฒนาอย่างแข็งแกร่ง  

5. ปรับกิจวัตรบางอย่างให้เหมาะสม

  การเปลี่ยนแปลงบางอย่างของ คาร์ริค ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสนามซ้อมเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงกิจวัตรในวันแข่งขันที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 

 คาร์ริค ตัดสินใจให้ลูกทีมเดินทางมาถึงสนามช้าลงเล็กน้อย ซึ่งแม้รูปแบบโดยรวมจะไม่ได้แตกต่างมากจากแนวทางที่ อโมริม นำมาใช้ตั้งแต่ต้นฤดูกาล เมื่อเขากำหนดให้นักเตะมารวมตัวกันที่แคร์ริงตัน รับประทานอาหารร่วมกัน และเดินทางไปสนามเป็นกลุ่มก็ตาม

 ก่อนหน้านี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เคยเตรียมตัวสำหรับเกมเหย้าด้วยการเข้าพักค้างคืนที่โรงแรมใจกลางเมือง แต่ เอริค เทน ฮาก ได้เปลี่ยนแนวทางดังกล่าวหลังเข้ารับตำแหน่ง โดยให้ลูกทีมเดินทางมาถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ล่วงหน้าถึง 4 ชั่วโมงก่อนแข่ง โดยเดินทางมาเองและรับประทานอาหารก่อนเกมที่สนาม พร้อมทั้งปรับพื้นที่ห้องรับรองขนาดใหญ่ให้กลายเป็นห้องเตรียมทีม 

 อย่างไรก็ตาม อโมริม ได้ยกเลิกแนวทางดังกล่าวสำหรับฤดูกาล 2025/26 และ คาร์ริค ก็ได้ปรับรายละเอียดของกิจวัตรเหล่านั้นใหม่เล็กน้อย รวมถึงวิธีการพูดคุยกับนักเตะของ คาร์ริค ด้วย เขามักเน้นย้ำว่านี่คือเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เล่นและทำงานให้กับสโมสร พร้อมตอกย้ำถึงความสำคัญของการมีความสุขกับสิ่งที่ทำ


 TOMMY TEE



ที่มาของภาพ : reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport